วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"แกงไก่กะลา"ตะเคียนเตี้ย สืบสานวัฒนธรรมการกินโบราณ

         อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึงปี พ.ศ. 2444 ก็ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี ในอดีตที่ว่าการอำเภอบางละมุงตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง และมีท่าน้ำเป็นที่คมนาคม ซึ่งจะมีเรือสินค้าต่างๆจะมาจอดเทียบท่าทำให้คึกคักอย่างมาก ต่อมา พ.ศ. 2496 ทางราชการได้อนุมัติเงินงบประมาณให้สร้างที่ว่าการอำเภอหลังใหม่บริเวณใกล้ๆ กับโรงเรียนบางละมุง และได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการจนทุกวันนี้
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเกริ่นถึงอำเภอบางละมุงเสียยาวเหยียด จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากเพราะอยากจะเล่าถึงช่วงที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "บ้านตะเคียนเตี้ย" ชุมชนแห่งหนึ่งของอำเภอบางละมุง ซึ่งในอดีต "ชุมชนตะเคียนเตี้ย" ชาวบ้านมีอาชีพทำนาต่อมาน้ำไม่ค่อย
เพียงพอต่อการทำนา ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เลยหันมาทำสวนมะพร้าวแทน และถือเป็นอาชีพหลักของชาว
ตะเคียนเตี้ยที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกด้วย
"มะพร้าว" ถือได้ว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์มากมายทีเดียว เนื่องจากเป็นพืชยืนต้น ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ส่วนผลมะพร้าว ประกอบด้วยเปลือกนอก ใยมะพร้าว กะลามะพร้าว เนื้อมะพร้าว และภายมีน้ำมะพร้าว ซึ่งเนื้อมะพร้าวมีวิตามินต่างๆมากมายที่ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงานสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายแถมยังเป็นแหล่งรวมธาตุเหล็กที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้ไม่เป็นโรค
โลหิตจางอีกด้วย และเนื้อมะพร้าวอ่อนก็ยังนำมาทำขนมได้หลากหลายอย่าง อาทิ ข้าวเหนียวเปียกมะพร้าวอ่อน สาคูมะพร้าวอ่อน และขนมอื่นๆอีกมากมาย
นอกจากมะพร้าวจะนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายแล้ว ใครเลยจะคิดว่ากะลามะพร้าวอ่อนๆก็ยังสามารถนำมาเป็น
ส่วนประกอบอาหารรสจัดจ้าน อย่าง "แกงไก่กะลา" ได้อย่างอร่อยทีเดียว และถือเป็นเมนูเด็ดอาหารพื้นบ้านของชุมชนตะเคียนเตี้ยก็ว่าได้ และคนตะเคียนเตี้ยเองก็ทำอาหารเมนูเด็ดที่ว่านี้กินกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และสืบต่อวัฒนธรรมการกินจากรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จนถึงปัจจุบัน

        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสมาลิ้มรส "แกงไก่กะลา" ที่ร้านอาหารลูกเอก ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งแม่ครัวจะนำมะพร้าวอ่อนๆที่กะลายังไม่เเข็ง มาปอกเปลือก และนำมาเป็นส่วนประกอบของแกง หั่นชิ้นเล็กๆใส่พริกแกง  เนื้อไก่ ใบกระเพรา
และเครื่องปรุงอื่นๆ รสชาติบอกได้คำเดียวว่าสุดยอดคล้ายๆผัดกระเพราแต่มีน้ำให้ซด กะลาอ่อนเวลาเคี้ยวจะมันๆ อร่อยมาก ถือเป็นภูมิปัญาและวัฒนธรรมการกินพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณได้อย่างน่าชื่นชมจริงๆ...
        "นายตะลอน"

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นำร่อง "โรงเรียนวังไกลกังวล" โมเดลต้นแบบสหกรณ์เข้มแข็ง

              "รงเรียนวังไกลกังวล" อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นโมเดลต้นแบบโรงเรียนนำร่องร้านค้าสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมพร้อมกันกว่า 30,000 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการปลูกจิตสำนึกให้เด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสรับความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงวิชาสหกรณ์ผ่านการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งจัดกิจกรรมฝึกสอนอาชีพแก่เด็กนักเรียน โดยเน้นการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี สอนให้รู้จักความพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
        และถือเป็นการเปิดประสบการณ์ของผมด้วยก็ว่าได้ที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมการเรียนการสอนของโรงเรียนวังไกลกังวล โดยเฉพาะวิชาสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมการสอนแบ่งออกเป็นกิจกรรม การสอนวิชาสหกรณ์ในห้องเรียนให้กับเด็กนักเรียน การสอนวิชาสหกรณ์ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ในชั่วโมงชมรม และการกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ในโรงเรียน


        ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวภายหลังเยี่ยมชมการทำงานของคณะกรรมการร้านค้าสหกรณ์โรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งดำเนินงานโดยนักเรียนว่า อยากให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนและพัฒนาไปสู่การเป็นนักธุรกิจ เพราะเป็นการสอนให้รู้จักการค้าขายในทิศทางที่ถูกต้องและมีคุณธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำเพราะเป็นโรงเรียนที่เราอาศัยพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สิ่งหนึ่งที่เราต้องคิดคือเรื่องของคุณธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นสิ่งที่มี
ประโยชน์ และหวังว่ากิจการสหกรณ์นี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนทั้งในเรื่องของการดูแลเพื่อนๆ สินค้าและการติดอาวุธทางปัญญาของนักเรียนในการพัฒนาตนเองโดยการใช้กลไกของสหกรณ์เข้ามาพัฒนานักเรียนในการเรียนรู้การทำธุรกิจเล็กๆ
"ขอชมเชยหลายๆเรื่องรวมถึงกลไกการคิดรวมกันของคณะกรรมการสหกรณ์ในการทำงานร่วมกัน เพราะกลไกสหกรณ์ถือเป็นประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานของพวกเรา คิดร่วมกันเพื่อประโยชน์ของพวกเรา เพื่อสมาชิกจากสมาชิกและโดยสมาชิก สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือความตั้งใจ" อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
   ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ โรงเรียนวังไกลกังวล ได้ดำเนินการร้านค้าสหกรณ์อย่างเป็นทางการ
เมื่อปีพ.ศ.2558 โดยทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 16 จังหวัดเพชรบุรี ได้เข้ามาจัดการร้านค้าในรูปแบบสหกรณ์ เพราะว่าร้านสหกรณ์แห่งนี้ได้เปิดขึ้นมาโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งให้ดำเนินการจัดตั้งร้านค้าสหกรณ์ให้ถูกต้อง กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้ามาให้คำแนะนำในเรื่องของร้านค้าสหกรณ์ เริ่มแรกกรมฯ ได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งในการจัดนิทรรศการและทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี
การสหกรณ์ที่ 16 ฯ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เข้ามาดูแลกิจการร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียนวังไกลกังวลอย่างเต็มรูปแบบ...
             "นายตะลอน"

วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เสน่ห์ถิ่นนาเกลือโบราณ วิถีสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง

            จังหวัดสมุทรสาคร ถือเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณก็ว่าได้ ที่สำคัญเกษตรกรนาเกลือยังคงรักษาวิถีนาเกลือแบบดั้งเดิมในการพึ่งพาธรรมชาติจนกลายเป็นผลึกเกลือสีขาวสะอาดอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน และบริเวณหมู่บ้านสหกรณ์ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผมมีโอกาสมา 

"ตะลอนตามอำเภอใจ" กับ "กรมส่งเสริมสหกรณ์" นอกจากจะได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การทำนาเกลือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว เรายังได้รู้บทบาทของการจัดตั้งสหกรณ์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรนาเกลืออีกด้วย
         "เลอพงษ์ จั่นทอง" ประธานสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด และประธานศูนย์เรียนรู้การทำนาเกลือและปราชญ์ชาวบ้าน บอกว่า วิถีชีวิตการทำนาเกลือเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2481 ซึ่งสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นของรัชกาลที่ 5 ต่อมาได้ทรงสละที่ดินให้ราษฎรทำกินเพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว สร้างความ
ปลาบปลื้มเป็นที่สุดรักในการทำอาชีพนี้มาตลอด และมีความตั้งใจที่จะอนุรักษ์และหวงแหนรักษาพื้นที่นี้
ไว้ตลอดการทำอาชีพนาเกลือให้ยาวนาน ส่วนศูนย์เรียนรู้การทำนาเกลือนั้น เกิดจากแรงบันดาลใจของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่านับวันพื้นที่นา














เกลือใกล้จะหมดแล้วจึงต้องอนุรักษ์อาชีพการทำนาเกลือให้อยู่คู่กับตำบลโคกขามต่อไป จึงมีแนวคิดใน
การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การทำนาเกลือแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการให้เด็กรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตการทำนาเกลือทะเล เพื่อปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนรู้ว่าอาชีพการทำนาเกลือ เป็นอาชีพที่สุจริต มีคุณค่าต่อชีวิตของคนเรา เพราะชีวิตคนเราขาดเกลือไม่ได้เลย
           ประธานสหกรณ์ฯ บอกด้วยว่า เพื่อสร้างความเข้มแข็งความมั่นคงในระบบกระบวนการผลิตเกลือ
ทะเลและนำออกสู่การจำหน่าย สหกรณ์จึงได้หารือกับสมาชิกและมีมติให้สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการทำเกษตรกรรมนาเกลือแปลงใหญ่ โดยตั้งชื่อกลุ่มว่ากลุ่มผู้ผลิตเกลือทะเลแปลงใหญ่สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแปลงใหญ่ขึ้นมา และจะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเชื่อว่าอนาคตวิถีชีวิตของการทำนาเกลือจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรการทำนาเกลือที่นับวันเกษตรกรทำนาเกลือเริ่มมีจำนวนลดลง เมื่อมีนโยบายแบบนี้เกิดขึ้นก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรเกิดความตื่นตัวที่จะพัฒนาอาชีพการทำนาเกลือและกระตุ้นให้เกษตรกรกลับมาทำอาชีพนาเกลืออีกครั้ง
   "สุรีย์รัช  อวนสกุล"  เลขานุการกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า การรวมกลุ่มของเกษตรกรนาเกลือถือเป็นสิ่งที่ดีที่รัฐบาลจะนำความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และกลุ่มเองก็สามารถผนึกกำลังในการลงทุนทำให้การผลิตดีและมีคุณภาพ
เพิ่มขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการรวมกลุ่มมีมากมายทีเดียว
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ประโยชน์ของนาเกลือในภาคอุตสาหกรรมทางกลุ่มเกษตรกรนาเกลือ ได้ร่วมกันคิดและพัฒนายกระดับเกลือทะเลขึ้นแปรรูปเกลือเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เกลือสปาขัดผิว สบู่เกลือ และอื่นๆอีกด้วย...
                                 "นายตะลอน"

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ตลาดจีนโบราณชุมชนบ้านชากแง้ว ถิ่นนี้มีตำนานเสน่ห์ท่องเที่ยวพัทยา


        นทุกๆ วันเสาร์ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ไปจนถึงประมาณ 2 ทุ่มโดยประมาณ ที่บริเวณถนนคนเดินตลาดจีนโบราณชุมชนบ้านชากแง้ว ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จะเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาสัมผัสกลิ่นอายวิถีวัฒนธรรมจีนโบราณ และร้านอาหารคาวหวานที่อร่อยๆ จำนวน
มากมาย รวมถึงบ้านเรือนสองฝั่งถนนที่ยังคงรักษาสภาพความเก่าแก่ได้อย่างน่าชื่นชม
สำหรับชุมชนบ้านชากแง้ว ซึ่งเป็นชุมชนจีนโบราณแห่งนี้ ในสมัยก่อนคนจีนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในย่านนี้นานกว่า 100 ปี ปัจจุบันชุมชนไทย-จีนแห่งนี้ จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ที่ถูกกล่าวขานว่ายังเป็นชุมชนที่ยังคงรักษาประเพณี
วัฒนธรรมจีนโบราณที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะประเพณีไหว้พระจันทร์ที่จัดกันอย่างยิ่งใหญ่ แม้บางแห่งจะห่างเหินประเพณีดังกล่าวแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ "ตลาดจีนโบราณบ้านชากแง้ว" ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ทางสำนักงานองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3) เห็นความสำคัญด้านการท่องเที่ยวชุมชนโดยได้ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงการนำ "แอปพลิเคชั่น สมาร์ท พัทยา" มาส่งเสริมการท่องเที่ยว
ตลาดแห่งนี้ด้วย และแน่นอนว่านักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ส่วนร้านค้าภายในชุมชนก็จะได้นำเสนอสินค้าที่เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
ช่วงที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "ตลาดจีนโบราณบ้านชากแง้ว" ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของชุมชนแห่งนี้ ซึ่ง "สายใจ เต็งสุวรรณ" รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชากแง้ว บอกว่า ชุมชนแห่งนี้ อพท.3 ได้เข้ามาทำโครงการ
ส่งเสริมการท่องท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งทาง อพท.3 ได้ให้งบสนับสนุนและองค์ความรู้ต่างๆ จากนั้นจึงก่อตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชากแง้วขึ้นและชาวบ้านได้รวมตัวกันเพื่อทำการท่องเที่ยวโดยชุมชนในการเปิดถนนคนเดินขึ้น
  รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชากแง้ว บอกด้วยว่า ในระยะแรกมีการจัดตลาดถนนคนเดินเฉพาะเทศกาลไหว้พระจันทร์เท่านั้น หลังจากที่มีกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ชาวบ้านจึงได้ประชุมกันและได้ข้อ

สรุปว่าจะทำตลาด จึงเปิดตลาดถนนคนเดินขึ้นทุกวันเสาร์ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับจากชาวบ้านใกล้เคียงและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การได้มาเดินทอดน่องท่องเที่ยวที่ "ตลาดจีนโบราณบ้านชากแง้ว" นอกจากจะได้สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว การได้นั่งรถลากแบบจีนโบราณชมตลาดก็ถือเป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจพอสมควร รวมถึงบรรยากาศย้อนยุคบริเวณโรงหนังเก่า นิทรรศการแสดงความเป็นมาของชุมชนบ้านชากแง้ว การจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ และของกินต่างๆ อาทิ เป็ดพะโล้ ขนมกุยช่าย และอื่นๆ อีกมากมาย บรรยายไม่ไหวจริงๆ...!!!
              "นายตะลอน"