วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ขนมจีนพม่าท่าขี้เหล็ก วัฒนธรรมผงชูรสอร่อย

                  รั้งหนึ่งที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ผมจำได้ดีเป็นวันหนึ่งที่ฟ้าครึ้มๆ อากาศไม่ร้อนอบอ้าวมาก ช่วงบ่ายแก่ๆ เกือบจะสามโมงเย็น ซึ่งจังหวัดท่าขี้เหล็กอยู่ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และถือได้ว่าเป็นจังหวัดการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยจะเข้ามาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ จากฝั่งไทย ส่วนนักท่องเที่ยวจากฝั่งไทยก็นิยมไปท่องเที่ยวที่จังหวัดท่าขี้เหล็กของเมียนมาร์กันมากมายทีเดียว
               เพราะหลังจากที่รัฐบาลเมียนมาร์เปิดประเทศ และมีนโยบายผ่อนคลายกฎระเบียบที่เข้มงวด จึงทำให้จังหวัดท่าขี้เหล็กพัฒนาดูดีขึ้นอย่างมาก และถือเป็นจุดระบายสินค้าของไทยผ่านทางบก ข้ามด่านพรมแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ก่อนจะส่งต่อเข้าไปยังจังหวัดชั้นในของเมียนมาร์ และเป็นจุดระบายสินค้าของจีนที่ส่งผ่านมาทางแม่น้ำโขง ด้วยเหตุนี้จึง
ไม่แปลกที่นายทุน พ่อค้า นักธุรกิจ จะมากว้านซื้อที่ดินกัน เพื่อสร้างโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ มากมาย
    ในคราวที่ผู้เขียนได้มาเยือนที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ก็มีโอกาสมาไหว้พระทำบุญที่วัดพระธาตุสายเมือง ซึ่งเป็นวัดไทยใหญ่ และเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดท่าขี้เหล็ก ภายในวัดมีพระเจ้าอินสานทำจากไม้ไผ่นำมาสานเป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทอง เป็นงานฝีมือของช่างชาวพม่าที่สวยงามทีเดียว หลังจากทำบุญไหว้พระแล้ว ผู้เขียนก็เลยมาเดินดูสิ่งต่างๆ บริเวณรอบๆ วัด ก็มาเจอร้านค้าที่ขายอาหารอยู่หลายร้านภายในบริเวณวัด มีอยู่ร้านหนึ่งน่าสนใจ เป็นร้านขายขนมจีนบรรยากาศลูกทุ่งๆ และทำให้อยากลิ้มรสขนมจีนพม่าว่าจะแตกต่างจากขนมจีนไทยอย่างไรบ้าง
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผู้เขียนไม่รอช้า จึงตรงเข้าไปสั่งขนมจีนกินหนึ่งชาม ข้างหน้าร้านจะมีเครื่องปรุงหลากหลายที่ให้ลูกค้าปรุงเองแล้วแต่จะชอบรสชาติแบบ
ไหน ซึ่งน้ำยาที่ใส่ขนมจีนเค้าจะทำมาจากมะเขือเทศ สีของน้ำยาชัดเจนมะเขือเทศแน่นอน ผู้เขียนตักผงชูรสขึ้นมา แล้วเทคืนกระปุก เพราะเข้าใจว่าเป็นน้ำตาล พอแม่ค้าและสาวๆพม่าที่กินขนมจีนกันอยู่เห็นพอดี จึงรีบทักท้วงและเชียร์ว่า "ถ้าอยากอร่อยต้องใส่เยอะๆ" หมายถึงใส่ผงชูรสเยอะๆ แต่ผู้เขียนไม่เอาด้วย จึงได้แต่บอกไปว่าช่วงนี้แพ้ผงชูรสอย่างมาก จึงรอดไปได้อย่างหวุดหวิดจริงๆ....
                       "นายตะลอน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น