วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ไร่จากชุมชนขนาบนาก ภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 200 ปี

               ชุมชนตำบลขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นตำบลที่มีการประกอบอาชีพไร่จากอย่างจริงจัง และเป็นการสืบทอดอาชีพดั้งเดิมของชุมชนมากว่า 200 ปี "จาก" นอกจากจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เนื่องจากพื้นที่ไร่จากนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าชายเลน จะเห็นได้ว่าจากในพื้นที่ ต.ขนาบนาก ขึ้นกระจายบริเวณปากแม่น้ำและริมฝั่งคูคลองที่น้ำทะเลขึ้นถึงหรือบริเวณน้ำกร่อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและอยู่เคียงคู่กับชาวลุ่มน้ำปากพนังอีกด้วย
            ช่วงหนึ่งของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสมาเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ "การทำตาลจาก"(ผลผลิตจากต้นจากในป่าชายเลน) ไร่จันทรังษี เลขที่ 3 หมู่ที่2 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช "โกวิทย์ จันทรังษี" ปราชญชาวบ้าน บอกว่า มีอาชีพเกษตรกรปลูกปาล์ม ยางพารา มะพร้าว ทำนาบ้าง และเมื่อปี 2544 ได้รับการติดต่อจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มีการวิเคราะห์ดินและน้ำ ขอจัดทำแปลงสาธิตในการปลูกต้นจาก เริ่มต้นที่จำนวน 3 ไร่ แปลงสภาพจากนากุ้งร้างเป็นป่าจาก มีการขยายการปลูกต้นจากเพิ่มหลังจากเริ่มปลูกตาล 7 ปี ก็เริ่มเก็บผลผลิตจากต้นจากได้ มีการทำตาลจาก และผลผลิตหลายอย่าง ด้วยต้นจากเป็นพืชที่ทำประโยชน์ได้ทั้งต้น ตั้งแต่ใบจากนำมาผูกเป็นตับจากใช้มุงหลังคา กั้นฝาบ้าน นำใบมาทำหมวกหรือเปี้ยว นำใบมาสานใช้ตักน้ำเรียกว่า หมาน้ำ ยอดจากอ่อนนำมาทำมวนยาสูบ ลูกจากนำมาทำขนมหวาน นำผลจากอ่อนมาทำเป็นผักเหนาะกินกับขนมจีนที่เรียกว่า "ลูกจากดอง" งวงจากให้น้ำหวาน สามารถนำมาทำน้ำตาลได้ ทำน้ำผึ้งข้น (น้ำตาลปี๊บ) การทำเป็น
น้ำส้มจาก การนำมากลั่นเป็นแอลกอฮอล์เรียก "สุราชุมชน" การนำต้นมาทำเชื้อเพลิง สามารถสร้างรายได้อย่างงามจากทุกส่วนของต้นจากและมีรายได้เป็นประจำ เพราะเก็บได้บ่อย มีรายได้ยั่งยืน
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับขั้นตอนการทำตาลจาก "คุณโกวิทย์" บอกว่า เริ่มจากการคัดเลือกงวงจากที่ได้ขนาดตามอายุของทะลายจาก ทำการตีให้ช้ำด้วยไม้ จากนั้นใช้มีดคมๆ ปาดที่งวงบางๆ ในตอนเย็นใช้กระบอกไม้ไผ่มารองน้ำหวานจากงวงจาก รุ่งขึ้นตอนสายๆ ก็รวบรวมกระบอกใส่น้ำ
หวาน นำไปเคี่ยวบนเตาไฟประมาณ 3 ชั่วโมง จะได้น้ำตาลจากที่ข้นหนืดแบบน้ำตาลปี๊บ ยกลงจากเตาเทใส่ปี๊บหรือพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็นจะได้น้ำตาลจากที่แข็งเป็นก้อน สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานทีเดียว...!!!
                                 "นายตะลอน"
**************************************************

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โครงการประชารัฐร่วมจิตอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าปล่อยสัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ

   
          ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจัดขึ้น ซึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมโครงการประชารัฐร่วมจิตอนุรักษ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ฟื้นฟูป่าอนุรักษ์และปล่อยสัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยข้าราชการหน่วยงานต่างๆ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง
    รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ บอกว่า การจัดงานครั้งนี้

เป็นนโยบายรัฐบาลที่สนองพระราชดำริด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ "คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล สมดุลและยั่งยืน" ซึ่งเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน พัฒนาคนให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกัน ไม่เบียดเบียนทำลายกัน
    "ธัญญา เนติธรรมกุล" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการด้าน
การคุ้มครองดูแลรักษาพื้นที่ให้คงสภาพธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่า พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งนันทนาการและแหล่งศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าไม้ ตลอดจนเป็นแหล่งนันทนาการที่อำนวยประโยชน์แก่ผู้เยี่ยมชม ศึกษาดูงาน และใช้บริการ โดยมีการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีสภาพเสื่อมโทรม 84 ไร่ ปล่อยสัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ เช่น ปูทะเล ปูม้า กุ้ง ปลาชนิดต่างๆ 8,400,000 ตัว จัดทำเส้นทางจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ระยะทาง 1,500 เมตร พร้อมจุดพักผ่อน ลานทำกิจกรรมออกกำลังกายอีกด้วย
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังมีกิจกรรมในการอนุรักษ์ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ โครงการ 8,400 ทุ่น ประชารัฐพิทักษ์ทะเล ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 13 แห่ง โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำยม จ.พะเยา โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่อุทยานฯ ศรีน่าน จ.น่าน โครงการสร้างฝาย ประชารัฐ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวม 8,984 ฝาย อีกด้วย...!!!
"นายตะลอน"
***************************************************



    

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รำลึกวันเก่าๆ ศิลปะปิ่นเกล้า

สียงน้ำจากฝักบัวดังเป็นระยะๆ บวกกับสายน้ำไหลเย็น ฟังดูแล้วรู้สึกโล่งสบายใจที่ได้อาบน้ำช่วงสายๆ ในวันที่รู้สึกชิวๆ ผ่อนคลายทางความคิด เกือบๆ จะปลายเดือนกรกฎาคม (28 ก.ค.2559) ผมหยิบเสื้อยีนส์แขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีกากี ชุดเก่งมาสวมใส่อย่างมั่นใจว่าจะเป็นแฟชั่นที่ทำให้ตัวเองดูดีที่สุดในวันนี้
           เพราะผมมีภารกิจทางใจที่จะต้องเดินทางจากย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี มุ่งหน้าสู่โรงเรียนศิลปะปิ่นเกล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 ย่านฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์พระพิฆเนศ หรือพระพิฆเนศวร ซึ่งมีรูปหล่อประดิษฐานอยู่ที่โรงเรียนศิลปะแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นเทพในศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์ และเป็นเทพเจ้าแห่งความรอบรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปะวิทยาการทุกแขนง รวมถึงเป็นเทพแห่งการขจัดอุปสรรคความขัดข้องอีกด้วย
         โดยการมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่โรงเรียนศิลปะครั้งนี้ นอกจากจะได้สักการะขอพรองค์พระพิฆเนศแล้ว ผมยังได้รำลึกบรรยากาศเก่าๆ สมัยเด็กๆ ที่เคยอยู่ฝั่งธนบุรี และได้มาเรียนระดับ ป.ว.ช. ที่โรงเรียนศิลปะแห่งนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งโรงเรียน และแม้โรงเรียนศิลปะปิ่นเกล้าจะปิดตัวเองมานานแล้ว ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมายที่บางครั้งเหตุผลบางอย่างก็ไม่ควรค่าต่อการที่จะต้องบันทึกไว้ ซึ่งอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีการขนานนามว่าเป็นโรงเรียนที่ "เรียนดีตีเก่ง" ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นสถาบันโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ควรค่าต่อการจดจำ และหากจะให้บรรยายหรือเล่าเรื่องราวความทรงจำต่างๆ มากมายในสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนศิลปะนั้น เชื่อว่าคงต้องถึงขนาดรวมเล่มพ็อกเก็ตบุ๊คจำนวนความหนาคงนับพันหน้าทีเดียว
สำหรับคำว่าศิลปะ มีความหมายกว้าง เพราะเป็นการกระทำหรือขั้นตอนของการสร้างงานศิลปะโดยมนุษย์ การสร้างสรรค์สุนทรียภาพ หรือการสร้างอารมณ์ต่างๆ อาจรวมไปถึงงานรูปแบบต่างๆ
            อาทิ งานทัศนศิลป์ ศิลปะที่รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทางตา ศิลปะที่มองเห็น สร้างสรรค์ผลงานด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ ภาพวาด ภาพเขียน ประติมากรรม แกะสลัก และอื่นๆ
  ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" โรงเรียนศิลปะปิ่นเกล้า นอกจากจะปูพื้นฐานด้านศิลปะต่างๆ ให้ผมแล้ว ระหว่างที่เรียนอยู่สถาบันแห่งนี้ ผมเองยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิตนอกตำราเรียนต่างๆ มากมาย และถือเป็นอีกวันที่มีโอกาสได้มารำลึกวันเก่าๆ ที่เคยเรียนอยู่สถาบันแห่งนี้ที่ชื่อ "ศิลปะปิ่นเกล้า" และคงต้องทิ้งท้ายด้วยกวีบ้านๆ... "ศิลปะปิ่นเกล้าชื่อนี้ถูกบันทึก ตำนานเด็กเก่งแห่งศาสตร์ศิลปะ ลือเล่าขานตีเก่ง เหตุสิ่งแวดล้อมนำพา หล่อหลอมพวกเราเป็นคนดียืนอยู่ในสังคม" ...!!!
"นายตะลอน"
**********************************************

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สัมผัสแม่น้ำเพชรบุรี แหล่งเที่ยวธรรมชาติ

         "ายน้ำเพชรบุรีไหลเย็น แนวไม้ปกคลุมมิติสองฝั่งน้ำ ยามเช้ายืนมองไร้ควันธูปเรียกหา มนุษย์ปรากฎกายเสพธรรมชาติเท่านั้นเอง"
            วันนี้ขอเริ่มต้นด้วยกวีบ้านๆที่ร้อยเรื่องราวเกี่ยวกับสายน้ำเพชรบุรี เพราะเมื่อคราวที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีโอกาสมาพักค้างคืนอยู่แถวๆริมแม่น้ำเพชรบุรี ก็เลยถือโอกาสนำเรื่องราวของแม่น้ำเพชรบุรี มาเขียนบอกเล่าผ่านตัวหนังสืออักษรภาษาไทยครับ

แม่น้ำเพชรบุรี ถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำทั้ง  5  หรือเบญจสุทธคงคา ได้แก่  แม่น้ำป่าสัก  แม่น้ำเจ้าพระยา  แม่น้ำราชบุรีหรือแม่น้ำแม่กลอง  แม่น้ำบางประกง  และแม่น้ำเพชรบุรี ที่สำคัญแม่น้ำเพชรบุรีมีความสำคัญกับชาวเพชรบุรี เพราะเป็นแม่น้ำสิ่งที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ด้านการเกษตร เป็นน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรมครัวเรือน ผลิตกระแสไฟฟ้า และการคมนาคม แม่น้ำเพชรบุรี มีต้นน้ำจากเทือกเขาสูงชันทางด้านตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี ไหลผ่านอำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง ลงสู่อ่าวไทย ที่อำเภอบ้านแหลม มีความยาว 210 กิโลเมตร พอมาถึงอำเภอบ้านแหลม แม่น้ำจะแยกออกเป็นสองสาย สายหนึ่งออกสู่อ่าวไทยที่ตำบลบ้านแหลม อีกสายไหลไปทางทิศเหนืออกสู่อ่าวไทยที่ตำบลบางตะบูน เรียกว่า แม่น้ำบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี
ในสมัยก่อนยุคโบราณการเดินเข้าไปในแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งการเดินทางเข้าตามลำแม่น้ำต้องนั่งเรือจากเขื่อนแก่งกระจานจนถึงสุดน้ำเอ่อแล้วนำเรือเล็กขึ้นไปอีกจะไปที่ไหนก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเป้าหมายว่าจะไปทำอะไร ปัจจุบันการเดินทางเข้าต้นแม่น้ำเพชรบุรีสะดวกกว่าเดิมเพราะมีถนนหนทางที่ดี แถมยังสามารถเดินเท้าถึงต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรีได้อีกด้วย
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเถอใจ" ปัจจุบันริมสายน้ำเพชรบุรี  มีรีสอร์ท ที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกิจกรรมล่องแก่งเรือยาง หรือทั่วไปเรียกว่าล่องแก่งเรือยางเพชรบุรี ซึ่งรายละเอียดก็คือการล่องเรือยางในแม่น้ำเพชรบุรี ใช้เวลาชั่วโมงเศษผ่อนคลายและสัมผัสกับวิถีชีวิตธรรมชาติของสองฟากฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีตอนล่างและสนุกกับเครืองเล่นผจญภัยต่างๆที่อยู่ริมน้ำอาทิ โดดสลิง โดดหอ ฯลฯ หากใครผ่านมาย่านนี้ก็ลองหาเวลามาสัมผัสธรรมชาติสายน้ำเพชรบุรี ผ่อนคลายชิวๆกัน...
                                    "นายตะลอน"
****************************************************

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ยกย่องปกป้องรักษาป่าไม้

            ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อื่นๆ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ (31 ก.ค.59) ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" งานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (Wold Ranger day) ประจำปี 2559 ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
            "พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นมรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษไทยได้เอาเลือดเนื้อรักษาไว้ ตกเป็นมรดกของคนไทยจนถึงทุกวันนี้ จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องรักษามรดกอันล้ำค่านี้ส่งต่อไปยังลูกหลานไทยในอนาคตให้จงได้ ซึ่งขอชื่นชมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานอย่างเสียสละ ในส่วนของประเทศไทยมีพื้นที่ป่าอุดมสมบูร์กว่า 102.4 ล้านไร่ ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จำนวน 20,490 คน
ปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกัน ปราบปรามและลาดตะเวนในพื้นที่คุ้มครอง จำนวน 73 ล้านไร่ และสิ่งที่ควรทำคือ การเพิ่มคุณภาพกับการวิเคราะห์ภารกิจให้ชัดว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดอาจจะยังไม่จำเป็นต้องทำ

   "ธัญญา เนติธรรมกุล" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกว่า ปัจจุบันผืนป่าถูกคุกคามจากกลุ่มผู้หาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การลักลอบตัดไม้พะยูง การล่าสัตว์ป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละปีมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ จนถึงขั้นเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนป่า ดังนั้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้อุทิศตนและปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องรักษาป่า อีกทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนคนไทยได้ทราบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วย
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สมาชิกสหภาพสากลว่าด้วยการพิทักษ์ป่าได้กำหนดให้วันที่ 31 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกขึ้น เพื่อยกย่องและให้เกียรติเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า จนบางครั้งถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่...!!!
                                      "นายตะลอน"
******************************************************