วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โปรยเมล็ดพืชทางอากาศ เพิ่มความชุ่มชื้นป่าต้นน้ำ

           รายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" วันศุกร์ที่ผ่านมา ( 17 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการตอนหนึ่งว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลในปี 2559 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ที่กำลังมาถึง รัฐบาลโดยกระทรวง

เกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องจัดโครงการบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ ร่วมใจปลูกป่า เสริมความชุ่มชื้น เพิ่มผืนป่า และสร้างแหล่งต้นน้ำ แหล่งน้ำต้นทุน ภายใต้แนวคิด 9 สัปดาห์ สู่วันมหามงคล โดยการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช 10 ชนิดทางอากาศ ได้แก่ มะค่าโมง ไผ่รวก ไผ่ซางนวล ไผ่ป่า สาธร แสมสาร สีเสียดแก่น อินทนิลน้ำ มะค่าแต้ และขี้เหล็กบ้าน ควบคู่ไปกับปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน ในผืนป่าทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ได้แก่ พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก อุทยานแห่งชาติเขา
ค้อ และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559
        สำหรับโครงการดังกล่าว ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศและการปลูกป่าในพื้นที่แหล่งต้นน้ำ ภายใต้แนวคิด 9 สัปดาห์ สู่วันมหามงคล ที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์  เมื่อเร็วๆ นี้ (13 มิ.ย.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดโครงการฯ บอกว่า โครงการนี้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนได้มีส่วนร่วมปั้นดินแล้วบรรจุเมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆ จากนั้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้นำไปโปรยในพื้นที่ป่าสงวนหรือในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะป่าต้นน้ำที่ขาดความชุ่มชื้นและขาดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการขยายผลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ขาดความชุ่มชื้นให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นต่อไป
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บอกด้วยว่า การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในโครงการ
นี้เป็นการทำหลังจากปฏิบัติการฝนหลวงเสร็จเรียบร้อยแล้วในแต่ละวัน คาดว่าอีกประมาณ 9 สัปดาห์ต่อจากนี้จะเกิดการงอกของเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรมและการทำงานเชิงบูรณาการในครั้งนี้ จะมีผลดีต่อระบบนิเวศน์และการทำฝนหลวง เนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ต้นทุนในการให้กำเนิดความชุ่มชื้น จะก่อให้เกิดเมฆและตกเป็นฝนกลับสู่พื้นที่ป่าที่เป็นต้นน้ำไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรและแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำไว้ใช้ต่อไป...!!!
                  "นายตะลอน"
********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น