วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันสังคมสุขใจครั้งที่ 2 เกษตรอินทรีย์ยั่งยืน

          หพันธ์เกษตรนานาชาติ นิยามเกษตรอินทรีย์ว่า เป็นระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใยด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม  สังคมและเศรษฐกิจ โดยเน้นการปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืชสัตว์และระบบ นิเวศ  การเกษตรอินทรีย์จึงลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์  อาทิ  ปุ๋ยเคมี  สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์  ขณะเดียวกันก็ประยุกต์ใช้ธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต  และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืชและสัตว์เลี้ยงด้วย
          ขณะที่ผมหลับๆตื่นๆพร้อมๆกับคิดถึงเรื่องราวของการทำเกษตรอินทรีย์ อยู่บนรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ไม่น่าเชื่อว่าไวเหมือนโกหกจริงๆ เพราะรถตู้คันที่ผมนั่งโดยสารมาจากสถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร กรุงเทพฯ  ได้พาผมมาถึงสามพรานริเวอร์ไซด์ ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ช่วงประมาณเที่ยงๆสัปดาห์ที่ผ่านมา  (27 พ.ย.) เป็นสถานที่ซึ่งผมจะมา "ตะลอนตามอำเภอใจ"  และเป็นวันที่ "อรุษ นวราช" กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซด์ 
และ เลขาธิการมูลนิธิสังคมสุขใจ ในฐานะประธานจัดงานวันสังคมสุขใจ "วาสนา กลิ่นพยอม" นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยายชา (อบต.) อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม "ประหยัด ปานเจริญ" ตัวเเทนเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม  และ"เกษมสันต์  มีจันทร์" ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงเกตุ ตำบลสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้แถลงจัดงานมหกรรม วันสังคมสุขใจ ครั้งที่ 2
ปลุก จุด บุก สร้างสังคมเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน และเปิดแนวคิด Farm to Function แห่งแรกของโลก เพิ่มความเข้มแข็งเครือข่ายอินทรีย์ ซึ่งงานจะจัดขึ้น ในวันที่ 18-20 ธันวาคม 2558 ณ สวนป่า สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม แห่งนี้ครับ
      "อรุษ นวราช"  เลขาธิการมูลนิธิสังคมสุขใจ  บอกว่า งานมหกรรมวันสังคมสุขใจครั้งที่ 2  ทางมูลนิธิสังคมสุขใจ ยังคงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหน่วยงาน
ภาครัฐและเอกชน ทั้ง มหาวิทยาลัย โรงเรียน เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งปีนี้เน้นแนวคิด ปลุก จุด บุก สร้างสังคมเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย  นั่นหมายถึง "ปลุกพลัง" ทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการสามพรานโมเดล ให้ยังคงมีความเข้มแข็งและมุ่งมั่นในการพัฒนาต่อไป
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม  "จุดประกาย" ให้ความรู้ใหม่ๆสู่สังคมและ "บุกเบิก" วิถีทางใหม่ๆ ที่จะทำให้ผู้บริโภคกับผู้ผลิตได้ใกล้กันมากขึ้น
เลขาธิการมูลนิธิสังคมสุขใจ บอกอีกว่าในปีนี้มีการบุกเบิกแนวคิดใหม่ คือ From Farm to Firm  ซึ่งเป็นการซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์บนสื่อออนไลน์เพื่อเชื่อมสังคมอย่างยั่งยืนผ่านโซ่อุปทานอาหารอินทรีย์ และ Farm to Function  คือการเชื่อมตรงระหว่างเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตข้าวกับธุรกิจโรงแรมและธุรกิจ MICE (Meeting Incentive Travel Convention Exhibitions) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสำหรับเกษตรกรในอนาคต โดยภายในงานได้เชิญองค์กรธุรกิจต่างๆ ทั้งผู้ประกอบการโรงแรม ศูนย์ประชุมในกรุงเทพฯ มาพบปะเกษตรกรเพื่อนำไปสู่การเชื่อมตรงจาก Farm ของเกษตรกรสู่ห้องครัวของโรงแรมรวมถึงศูนย์ประชุมต่างๆ
นายอรุษ บอกด้วยว่า สำหรับไฮไลต์ ในวันงาน จะมีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และเกษตรปลอดภัย เกือบ 100 แห่ง นำผลผลิตและผลิตภัณฑ์
เกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษสดจากไร่ตัดใหม่จากสวนในราคาย่อมเยามาให้ "ชม ช็อป ชิม แชร์"  กันอย่างจุใจ และยังมีผลผลิตอินทรีย์ของนักเรียนอีก 10 โรงเรียนในเครือข่ายมาขายกันที่งานตลาดนัดอินทรีย์ฝีมือหนูปลูกเอง และยังได้นำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นตลอด 5 ปี ของการดำเนินโครงการ มาจัดเป็นฐานปฏิบัติการ เปิดคลินิกเกษตรอินทรีย์ ให้ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำเกษตรอินทรีย์  มีมุมเวิร์คช็อป DIY ปลูกง่ายนิดเดียวสำหรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการปลูกผักกินเองแต่ไม่มีพื้นที่
สอนการเพาะต้นอ่อนให้แข็งแรง  การทำปุ๋ยหมัก การทำสมุนไพรไล่แมลงสูตรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละกิจกรรมเน้นให้คนที่มาร่วมงานสามารถเรียนรู้ลงมือทำและนำกลับไปใช้ได้จริง นอกจากนี้ ก็มีซุ้มพืชผัก ผลไม้ต่างๆ  ซุ้มกุหลาบมอญอินทรีย์ ที่จัดเตรียมไว้อย่างสวยงามให้ได้แชะแชร์กัน พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและเกมส์สนุกๆ ลุ้นรางวัลกันอีกมากมาย
"เชื่อว่างานวันสังคมสุขใจครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มครอบครัวรวมถึงคนเมืองรุ่นใหม่ ที่อยากปลูกผักกินเองแต่ไม่มีพื้นที่ เกษตรกรที่อยากทำเกษตรอินทรีย์แต่ไม่รู้  จะเริ่มจากตรงไหน หรือหน่วยงานภาครัฐที่อยากมาดูการขับเคลื่อนหรือจะมาเชื่อมกับโครงการ แม้กระทั่งผู้ประกอบการธุรกิจเอกชน ที่ต้องการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ในการทำอาหาร ก็สามารถมาหาคู่ค้าได้ในงานนี้ เรียกได้ว่าเป็นการจัดงานเดียวที่ครบวงจร" นายอรุษ กล่าว


             "วาสนา กลิ่นพยอม" นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยายชา (อบต.)  บอกว่าอบต.ยายชา เป็นอบต.แห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการสามพรานโมเดล และสิ่งที่ได้คือมีกิจกรรมเกิดขึ้นในชุมชน อาทิ โครงการบวรอินทรีย์ หลังจากมีการก่อตั้ง "สามพรานโมเดล" แล้ว ซึ่งสามารถดึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึงอบต.อื่นๆด้วย มีการทำเอ็มโอยูกันอย่างเป็นทางการ โดยมีเกษตรกรที่แข็งแรงแล้วคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรที่ยังไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง
              ส่วนชุมชนของอบต.ยายชานั้นค่อนข้างแข็งแรง เพราะมีชมรมจิตอาสา และเป็นชุมชนที่สร้างตนเองขึ้นมาเพื่อดูแลกันเองจนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งงานวันสังคมสุขใจ ปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ และคนที่กำลังคิดว่าอะไรที่ทำให้คนอยู่ได้แบบสังคมดั้งเดิมชนบท เพราะเรากำลังคืนสู่วิถีชีวิตแบบพอเพียง
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ภายในงานจะมีเสวนาให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจผ่านเวทีต่างๆ อาทิ หัวข้อ  "5 ปี การขับเคลื่อนโครงการสามพรานโมเดล" หัวข้อ "ระบบการรับรองแบบมีส่วนรวม (PGS)"  และหัวข้อ "เกษตรอินทรีย์เปลี่ยนชีวิต" และปาฐกถาพิเศษ โดย "พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง" รองนายกรัฐมนตรี ส่วนพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม เวลา10.30 น. หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวด้วย...!!!
"นายตะลอน"
****************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น