วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

งานวัดภูเขาทอง เสน่ห์เก่าแก่กรุงเทพฯ

          "เทศกาลงานวัด" ผูกพันกับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นสิ่งเชื่อมโยงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทย รวมถึงกิจกรรมเทศกาลงานรื่นเริงต่างๆ ที่มีความเชื่อจากบรรพบุรุษที่ได้สืบสานต่อๆ กันมา ซึ่งขึ้นอยู่กับค่านิยมของผู้คนในแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกันออกไป พอพูดถึง "งานวัด" ผมก็อดที่จะนึกถึงเพลงงานวัดที่ศิลปินวงเพื่อนเคยร้องไว้ ที่มีเนื้อเพลงว่า....
       
            "ครั้งหนึ่ง ครั้งหนึ่งเธอจำได้ไหม สองเราเคยเที่ยวงานวัดบ้านใต้ ทำบุญปิดทององค์พระมาลัย ก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน สาบาน สาบานต่อหน้าหลวงพ่อ สองคนดั่งธูปเทียนที่ต่อ หวังพรจากบุญหลวงพ่อ บนบานขอความรักยั่งยืน เพลิดเพลินเคยเดินด้วยกัน แทะไหมฝันดูรถไต่ถัง หยอกเย้าบนชิงช้าสวรรค์ ถ่ายรูปคู่กันกินขนมจีนข้างทาง เจาะรั้วปีนต้นไม้ แอบฟังลูกทุ่งวงดังดูหนังขายยา
ครั้งหนึ่ง ครั้งหนึ่งจำได้หรือเปล่า วันนี้ไม่มีงานเหมือนเก่า ลานวัดมีแต่ความว่างเปล่า ฉันมาถามข่าว
เธอกับเซียมซี เพลิดเพลินเคยเดินด้วยกัน แทะไหมฝันดูรถไต่ถัง หยอกเย้าบนชิงช้าสวรรค์ ถ่ายรูปคู่กันขนมจีนข้างทาง เจาะรั้วปีนต้นไม้ แอบฟังลูกทุ่งวงดังดูหนังขายยา ครั้งหนึ่ง ครั้งหนึ่งจำได้หรือเปล่า วันนี้ไม่มีงานเหมือนเก่า ลานวัดมีแต่ความว่างเปล่า ฉันมาถามข่าวเธอกับเซียมซี"
โดยเพลงงานวัดเนื้อหาและทำนองเพลงที่ศิลปินวงเพื่อนได้ร้องและถ่ายทอดออกมา ทำให้เรานึกถึงบรรยากาศของ "งานวัดสมัยโบราณ" ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว

            แม้ในปัจจุบันกลิ่นไอความเป็น "งานวัด" บรรยากาศเก่าๆ โบราณๆ โดยเฉพาะการละเล่นโบราณๆ จะไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วใน "งานวัด" สมัยนี้ก็ตาม ซึ่งอาจมีเหตุผลและสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เลือนหายไป ไม่ได้ถูกดูแลอนุรักษณ์รักษาไว้เท่าที่ควร ยังไงก็ฝากทางกระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาดูด้วย เพราะถ้าอนาคตของดีๆ ใน "เทศกาลงานวัด" สูญสลายไปตามกาลเวลา แต่กลับมีพวกเกมการละเล่นที่แฝงการพนัน เช่น ปาลูกโป่งหรือตุ๊กตาต่างๆ เหล่านี้มาแทนที่บรรยากาศ
"งานวัดโบราณ" ผมว่าน่าเสียดายอย่างมากสำหรับรากเหง้าวัฒนธรรมความเป็นไทยในอดีตนะครับ
ช่วงเทศกาล "งานวัดภูเขาทอง" หรือวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร บริเวณถนนบริพัตรกับถนนหลานหลวง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-27 พฤศจิกายน 2558 และเป็นช่วง "เทศกาลวันลอยกระทง" ด้วย จึงทำให้ "งานวัดภูเขาทอง" ดูคึกคักอย่างมาก จึงถือเป็นเสน่ห์ของ "งานวัด" ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ก็ว่าได้

           โดยจุดประสงค์ของ "งานวัดภูเขาทอง" คือการสักการะบูชาพระบรมบรรพต และมีพิธีห่มผ้าแดงขึ้นไปยังองค์พระเจดีย์บนภูเขาทอง เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ส่วนเสน่ห์ของ "งานวัดภูเขาทอง" นอกจากการทำบุญต่างๆ แล้ว ก็คงจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมถึงกิจกรรมและการละเล่นโบราณต่างๆ อาทิ ชิงช้าสวรรค์, ซุ้มยิงปืน, บ้านผีสิง เป็นต้น
สำหรับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ "วัดภูเขาทอง" ถือเป็น "วัดโบราณ" เดิมเรียกชื่อว่า "วัดสะแก" เป็นวัดพุทธ ก่อสร้างขึ้นในรูปของเจดีย์ขนาดใหญ่มหึมา ยอดชี้ขึ้นฟ้าทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แม้ที่ "วัดสระเกศ" จะไม่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมให้ชมเหมือนวัดอื่นๆ ในกรุงเทพฯ แต่ก็นับได้ว่ามีทัศนียภาพอันงดงามบนภูเขาทองที่ตั้งอยู่ภายในอาณาบริเวณ "วัดสระเกศ" และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนรอบทิศอีกด้วย
"วัดสระเกศ" หรือ "วัดสะแก" เดิมปรากฏ
ตามตำนานสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น "วัดสระเกศ" เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 ตอนที่ได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก และมีปรากฏตามพระราชพงศาวดารว่า เมื่อจุลศักราช 1134 เบญจศก ตรงกับพุทธศักราช 2326 นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดให้ลงมือก่อสร้างพระนคร รวมทั้งพระบรมมหาราชวังและพระราชวังบวรสถานมงคล ได้รวมผู้คนให้ขุดคลองรอบเมืองตั้งแต่บางลำพู

เรื่อยไปจนจดแม่น้ำด้านใต้ ตอนเหนือวัดจักรวรรดิราชาวาส แล้วโปรดให้ขุดคลองหลอดแลขุดคลองใหญ่เหนือ "วัดสะแก" อีกคลองหนึ่ง พระราชทานนามว่า คลองมหานาค
เพื่อให้เป็นที่สำหรับประชาชนชาวพระนครได้ลงประชุมเล่นเพลงและสักวาในเทศกาลฤดูน้ำเหมือนอย่างครั้งกรุงศรีอยุธยา และ "วัดสะแก" นั้นเมื่อขุดคลองมหานาค แล้วพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า "วัดสระเกศ" และทรงปฏิสังขรณ์วัดสระเกศ ทั้งพระอารามตั้งแต่พระอุโบสถตลอดถึงเสนาสนะสงฆ์

และขุดคลองรอบวัดอีกด้วย คำว่า "สระเกศ" นี้ ตามรูปคำก็แปลว่าชำระ หรือทำความสะอาดพระเกศานั่นเอง
ส่วนพระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง ได้จำลองแบบมาจากพระเจดีย์ "วัดภูเขาทอง" ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 100 เมตร ความกว้างโดยรอบเส้นศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร สร้างโดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ ครั้นสร้างแล้วเสร็จ รัชกาลที่ 5 ก็ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากรัฐบาลอินเดีย ที่ขุดได้จากกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้บรรจุประดิษฐานไว้บนองค์บรมบรรพตภูเขาทอง และโปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มากที่เหตุการณ์มีความสอดคล้องกันเช่นนี้
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" เทศกาลงานวัดภูเขาทองปีนี้ นอกจากผมจะมีโอกาสมาทำบุญและได้ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ในมุมสูงที่ "ภูเขาทอง" ได้อย่างรอบทิศทางแล้ว ผมยังได้เดินชมบรรยากาศร้านค้าขายขนม ของกินต่างๆ มากมาย ทำให้เกิดปัญญาเติมเต็มประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย...!!!
                                 นายตะลอน
************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น