วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ศาลพระยาพิชัยดาบหัก ศักดิ์สิทธิ์ ณ ดีเอสไอ

        งปฏิเสธไม่ได้ว่าความศรัทธาและความเชื่อต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสังคมไทยนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจนกระทั่งปัจจุบัน แม้จะมีเทคโนโลยีก้าวหน้าแค่ไหนก็ตาม แต่ความเชื่อที่ว่าก็ยังมิเสื่อมคลาย เพราะมนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเชื่อและความศรัทธาในอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง โดยเฉพาะความเชื่อที่สืบทอดมาจากเผ่าพันธุ์ของตัวเอง
           เฉกเช่น เรื่องราวตำนานสุดยอดอาวุธไทย "ดาบเหล็กน้ำพี้" ที่เชื่อกันว่าเป็น "ดาบศักดิ์สิทธิ์" ที่ทำลายล้างได้ทุกสิ่ง แม้แต่ผู้มีวิชาอาคมขลังคงกระพันชาตรีฟันแทงไม่เข้าก็ตาม และยังมีเรื่องเล่าว่า ดาบศาสตราวุธคู่กายของ "พระยาพิชัยดาบหัก" ขุนศึกเลื่องชื่อทหารเสือพระเจ้าตาก ก็ถูกสร้างขึ้นจากเหล็กน้ำพี้ และเชื่อว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันมนต์ดำเดรัจฉานวิชาได้ มีความคงทนเป็นเลิศ สามารถฟาดฟันทุกสิ่งได้อย่างเฉียบคม
             สำหรับประวัติของ "พระยาพิชัยดาบหัก" มีเรื่องเล่าว่า ท่านเป็นชาวเมืองพิชัย รักการต่อสู้และผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กได้เรียนหนังสืออยู่ที่วัดมหาธาตุ เกิดทะเลาะวิวาทกับลูกเจ้าเมืองพิชัยแล้วเปลี่ยนชื่อ เป็นทองดี ทำให้ซัดเซพเนจรไปถึงเมืองตาก ก่อนหน้านั้นเป็นนักมวยที่ฝีมือดี และไร้คนทัดเทียม ขึ้นชกกับครูมวยหลายคน ได้เรียนการฟันดาบ และกังฟู จนได้เปรียบมวยต่อหน้าพระเจ้าตากจนเป็นที่พอใจ และถูกใจในฝีมือ จนได้รับราชการกับพระเจ้าตาก ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ จนได้ยศเป็นพระยาสีหราชเดโช และได้เป็นพระยาพิชัย ครองเมืองพิชัย อันเป็นบ้านเกิดของท่านเอง
               จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เลื่องลือ เมื่อพม่ายกทัพมารุกรานหัวเมืองทางเหนือ ท่านได้รบกับพม่าจนดาบหักคามือ ที่บ้านห้วยคา ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน จนผู้คนทั่วไปรู้จักในนาม "พระยาพิชัยดาบหัก" และท่านยังเป็นแบบอย่างให้กับเด็กรุ่นหลัง ในเรื่องความรักชาติ กตัญญู ซื่อสัตย์กับผู้ที่มีพระคุณ และความพยายาม กล้าหาญ สมกับเป็นบุคคลทสำคัญท่านหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นความเชื่อและความศรัทธาของคนอุตรดิตถ์ และที่อื่นๆ ที่เราได้ยินกันมานานแล้ว
        ปัจจุบัน "บ้านห้วยคา" เป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักในรูปนั่ง ปรางค์ พิพิธภัณฑ์เรือนพระยาพิชัย และสถานที่ที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ที่พร้อมไปด้วยความสวยงาม และความสงบร่มรื่น เหมาะแก่การเป็นที่พักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งปกติวันธรรมดาจะมีผู้คนมากราบไหว้ และขอพรให้มีโชคลาภ แล้วจะถวายไก่ปูนปั้นเพราะว่าท่านชอบตีไก่ ตามประวัติไก่พาลี เป็นไก่ที่ตีเก่ง และสามารถตีชนะไก่ที่ตัวใหญ่กว่าได้ จนมีความเชื่อว่าหากคนมาบนบานศาลกล่าวแล้วได้สมประสงค์จะนิยมนำไก่มาถวาย
             ช่วงที่มา "ตะลอนตามอำเภอใจ"  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ หน้าศูนย์ราชการตึกเอ ริมถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ และไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าความเชื่อและความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" ที่ตั้งให้ประชาชนเคารพสักการะ ซึ่งอยู่บริเวณเยื้องๆ กับหน้าที่ทำการดีเอสไอ ตรงปากทางเข้ากระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการตึกเอ
  วันนั้นผมเดินเตร็ดเตร่ไปมาหน้าตึกดีเอสไอ ระหว่างรอทำข่าวการมาร้องเรียนของกลุ่มประชาชนผู้เสียหายจากการเข้าร่วมประมูลซื้อทองคำผ่านทางกลุ่มแชท เฟสบุ๊ค ประมาณ 80 รายที่จะมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์บริหารคดีพิเศษ เพราะถูกหลอกให้ร่วมประมูลทอง แต่ไม่ได้รับทองคำแต่อย่างใด ซึ่งต่อมาก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า ชาวบ้านได้ยกเลิกการเดินทางมาที่ดีเอสไอแล้ว
  โดยก่อนหน้าระหว่างรอทำข่าวชาวบ้านมาร้องทุกข์นั้น ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ "ศาสตร์ ต้นสีนนท์" ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (รปภ.) ที่ประจำอยู่ที่ดีเอสไอ ซึ่งผมขอให้ "นายศาสตร์" ช่วยถ่ายรูปให้ขณะตัวเองยืนอยู่หน้าสำนักงานดีเอสไอ จากนั้นได้สนทนากันไปเรื่อยเปื่อย แต่สิ่งที่ทำให้ รปภ.คนนี้แปลกใจในตัวผมและแสดงสีหน้างงๆ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อผมถามถึงที่มาของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" ที่ตั้งอยู่บริเวณดีเอสไอ

เพื่อให้คลายความสงสัย ผมจึงบอกกับ รปภ.นายนี้ว่า จริงๆ แล้วผมเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งลี้ลับต่างๆ ด้วย ซึ่ง "รปภ.ศาสตร์" จึงเริ่มเล่าให้ฟังว่าที่มาของการตั้งศาลนั้นไม่รู้แน่ชัด แต่ตนเองนั้นมีความศรัทธาและความเชื่อต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" อย่างมาก เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับตัวเองตอนที่เคยเก็บใบไม้แห้งที่ศาลท่าน แล้วอธิฐานกับท่านขอให้ได้โชคลาภ ปรากฏว่ามองเห็นเลขท้ายสองตัวที่ใบไม้ ก็เลยไปซื้อหวย ปรากฏว่าครั้งนั้นถูกหวยดีใจมากเลย และมีอยู่วันหนึ่งตนเกือบจะโดนรุมทำร้าย อยู่ๆ ก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเดินมาจากไหนไม่รู้มาห้ามปรามจนตนรอดจากการถูกทำร้ายในครั้งนั้น ซึ่งตนชื่อว่าเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" ที่ท่านดลใจผู้ใหญ่ท่านนี้ในครั้งนั้น
      การสนทนาของผมกับ รปภ.คนนี้เริ่มมีอรรถรสเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง "รปภ.ศาสตร์" เล่าต่อว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลท่านเป็นที่เรื่องลือของ รปภ.ที่นี่ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไออย่างมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนดึกๆ มี รปภ.รายหนึ่งไปยืนปัสสาวะแถวๆ ศาลฯ ปรากฏว่าจู่ๆ ถึงกับล้มลงกับพื้น เหมือนมีใครเอามือมาตบศีรษะอย่างแรง ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของศาลท่าน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าว่ามี รปภ.รายหนึ่งเมาสุรานั่งหลับยามกลางดึก ปรากฏว่าจู่ๆ ก็ร้องเอะอะโวยวายว่าถูกเหยียบหน้า จนกลายเป็นอีกเรื่องที่ร่ำลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของศาลท่านเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ก่อนอำลากัน และกล่าวคำว่า "สวัสดี" ความศักดิ์สิทธิ์ของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" ยังร่ำลือถึงขนาดที่ว่า หากมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หรือรปภ.คนไหนนอนอยู่บริเวณชั้นบนห้องประชุมตึกดีเอสไอ หากท่านไม่ชอบใคร ไม่ใครก็ใครต้องเจอดีกันทุกราย แถมยังร่ำลือว่ามีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ นิยมมาบนบานที่ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" กันมาก เพื่อขอให้ได้เลื่อนตำแหน่งที่ดีขึ้นสูงขึ้น และก็ประสบผลเป็นจริงตามที่บนบานไว้ จึงมีของมาแก้บนให้เห็นอยู่ร่ำไปที่ศาลท่านพระยาพิชัยดาบหักแห่งนี้
     สำหรับเรื่องราวความศักดิ์ศิทธิ์ของ "ศาลพระยาพิชัยดาบหัก" ที่บริเวณกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ถือเป็นความเชื่อส่วนตัวของผู้ที่บอกเล่า ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผมเขียนบอกเล่าผ่านตัวหนังสือ...!!!
                                        "นายตะลอน"
**************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น