วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สัมผัสตาดอีตู้ น้ำตกยอดเขาเทวดา

            ารได้มาเยือนถิ่นลาวใต้ เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือสปป.ลาว ซึ่งผมเคยนำเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองปากเซมาเขียนถึง ไม่ว่าจะเป็น "ไร่ชาองลอง" ที่บรรยากาศในไร่ชาเย็นสดชื่นจริงๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมไร่ชาและชิมชาที่ไร่แห่งนี้ได้ด้วย
              ส่วน "น้ำตกตาดผาส้วม" ซึ่งมีสายน้ำที่ไหลผ่านหินผาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแท่งๆ รูปร่างคล้ายห้องหอของคู่บ่าวสาวดูสวยงาม และภายในอุทยานยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาหมู่บ้านโบราณของหลายชนเผ่ามาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันครับ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งช็อปปิ้งซื้อของที่ "ตลาดดาวเรือง" ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของลาวใต้ หรือจะเรียกว่าเป็นศูนย์การค้าของลาวใต้ก็ว่าได้
      ในวันที่ผมมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" 

ที่ "เมืองปากเซ" แม้จะเป็นวันที่ท้องฟ้าครึ้ม เพราะมีเมฆฝนตั้งเค้ามา
เป็นระยะๆ ก็ตาม ซึ่งระหว่างเดินทางโดยรถยนต์ผ่านถนนซอกซอยต่างๆ ของ "ปากเซ" เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่นี่สองฝั่งถนนเป็นไปอย่างเรียบง่าย เป็นบรรยากาศแบบชนบท ที่เห็นผู้คนส่วนใหญ่เค้าดำรงชีพไม่ฟุ่มเฟือยหรูหรา แถมอัธยาศัยดี พูดจารื่นหู ดูจริงใจกับผู้คนต่างถิ่นที่มาเยือน "ปากเซ" แม้จะมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงประเพณีและวัฒนธรรม นอกจากชาวลาวแล้วยังมี
ชาวจีนและเวียดนามเข้ามาตั้งรกราก
เป็นจำนวนมาก แต่บรรยากาศรวมๆ ของ "ปากเซ" ก็จัดเป็นเมืองที่เงียบสงบ เป็นธรรมชาติ จนกลายเป็นเสน่ห์เย้ายวนชวนให้นักท่องเที่ยวจากหลายๆ ประเทศได้มาสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้อย่างไม่ขาดสายทีเดียว
ช่วงหลับๆ ตื่นๆ พร้อมๆ กับมองบรรยากาศของ "ปากเซ" ผ่านกระจกหน้าต่างรถระหว่างเดินทาง เห็นตลาดแห่งหนึ่งด้านหน้าติดถนนเป็นลานจอดรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง และรถสามล้อปั่นจำนวนมาก บรรยากาศที่เห็นคึกคักมาก ผมรีบหยิบกล้องถ่ายรูปคู่กายมา
บันทึกภาพเก็บไว้อย่างรวดเร็ว เพราะรถสองแถวที่ผมเห็น
         ถือได้ว่าเป็นรถโบราณที่หาดูได้ยากมากจริงๆ ในบรรยากาศท่ามกลางความเป็นพื้นบ้านชนบท ทำให้นึกถึงหนังไทยยุคโบราณหลายๆ เรื่อง ซึ่งจะมีฉากพระเอกหรือนางเอกเดินทางมาตลาด หรือท่ารถโดยสาร ก็จะมีภาพบรรยากาศรถสองแถวอยู่ในฉากภาพยนต์นั้นด้วย
สำหรับผมแล้วถือเป็นบุญตาที่ได้เห็นรถเก่าๆ ในบรรยากาศชนบทพื้นบ้านแบบนี้ แม้จะไม่คลาสสิคมากมายอะไร แต่ก็ถือเป็น

ความชอบส่วนตัวอย่าว่ากันนะ ขณะที่รถยนต์ที่ผมโดยสารวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ก็แวะจอดเติมน้ำมันที่ปั๊มข้างทาง ซึ่งเป็นปั๊มขนาดเล็กๆ น่ารักทีเดียว ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก ทันใดนั้นก็เห็นรถตู้เลี้ยวเข้ามาเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งนี้ และคนที่ชอบรถเก่าๆ แนวคลาสสิค ก็คงมองออกว่ารถตู้คันนี้จัดว่าเป็นรถเก่าพอสมควรทีเดียว ถือเป็นบุญตาอีกแล้วที่ได้เห็นรถเก่าในบรรยากาศชนบท พอพูดถึงเรื่องรถก็นึกขึ้นได้ว่าชาวลาวคนหนึ่งได้เล่าให้ผมฟังถึงรถยนต์ที่วิ่งอยู่ในลาวส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์จากค่ายฮุนไดจากประเทศเกาหลี ส่วนรถจักรยานยนต์ที่
คนลาวนิยมใช้ส่วนใหญ่ก็จะมาจากค่ายจีน ถ้าบ้านไหนมีรถจักรยานยนต์จากค่ายญี่ปุ่นใช้กัน แสดงว่าบ้านนั้นพอมีฐานะหน่อย เพราะราคาแพงกว่าของจีนมากครับ
 ก็คงเหมือนเคย ถือเป็นความเคยชินหนังตาหย่อนทุกครั้งเวลานั่งรถนานๆ ช่วงที่เคลิ้มๆ สังเกตุเห็นข้างทางเริ่มมีบรรยากาศกลิ่นไอของท้องทุ่งนา บ้านไม้เก่าๆ ปลูกห่างกัน ผืนนาบางแห่งเห็นควายเล็มหญ้าอ่อน "ขอย้ำว่าหญ้าอ่อนจริงๆ เพราะควายส่วนใหญ่ไม่ชอบหญ้าแก่น่ะ" กินอย่างมีความสุข ช่างได้
บรรยากาศจริงๆ เห็นแล้วอยากจะลงจากรถไปบรรเลงฝีแปรงใส่เฟรมผ้าใบตามประสาคนอารมณ์ศิลป์ครับ และก็มีคนลาวเล่าให้ฟังอีกว่า เวลาขับรถเข้าเขตชนบทที่มีสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน อย่างวัว ควาย มาเดินตามท้องถนน ต้องระวังให้มาก อย่าขับรถไปชนสัตว์เหล่านี้เป็นอันขาด เพราะผิดกฎหมาย ถึงแม้ควายจะวิ่งมาชนรถเราเองก็เถอะ ต้องใจเย็นๆ ปล่อยให้สัตว์เหล่านี้ข้ามถนนไปให้หมดก่อน ถือเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่เค้าเล่าให้ฟัง แต่เป็นความรู้ที่มีประโยชน์สำหรับคนเดินทางที่มาจากต่างถิ่นอย่างผมจริงๆ
         ขณะที่คิดอะไรเพลินๆ เราก็เดินทางมาถึง "น้ำตกตาดอีตู้" ที่หมายการมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครับ ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ห่างจากตัวเมืองปากเซประมาณ 35 กิโลเมตร มีรีสอร์ทอยู่บริเวณน้ำตกไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จะมาพักค้างแรมด้วย แถมมีไร่กาแฟปลูกไว้มากมาย ดูรวมๆ แล้วสวยงามดี "น้ำตกตาดอีตู้" เป็นน้ำตกชั้นเดียว จัดเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลลงจากหน้าผาสูงขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับชมวิวทิวทัศน์ สูดเอาโอโซน กลิ่นไอธรรมชาติจากป่าเขาลำเนาไพรเข้าปอดเยอะๆ แต่ไม่
เหมาะที่จะลงเล่นน้ำ เพราะบางจุดอันตราย มีแอ่งน้ำลึก และกระแสน้ำไหลแรง แต่ก็ถือได้ว่าบรรยากาศรวมๆ ร่มเย็น เหมาะแก่การพักผ่อนน่ะ
    แน่นอนว่าการจะเข้าถึงและสัมผัส "น้ำตกตาดอีตู้" อย่างใกล้ชิด เราต้องยอมเหนื่อยกันหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีทีเดียว เพราะมีทางลงเขาเป็นบันไดปูน เป็นทางชันบางจุด ต้องคอย "เกาะราว" บันได ไม่ใช่ "เกาะลาว" น่ะ อย่างระมัดระวัง เพราะบางช่วงหากไม่ระวังอาจจะมีการลื่นไหลได้ง่ายๆ เหมือนกัน เหนื่อยเอาการอยู่เหมือนกัน กว่าจะมาถึงจุดชมวิวน้ำตกชนิดใกล้ชิดบริเวณสะพานไม้เก่าๆ สวยงามมาก ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง และทำให้ไม่อยากเดินกลับขึ้นไปบนเขาอีกเลยจริงๆ เพราะขนาดตอนเดินลงมายังเหนื่อยแฮกๆ แล้วขากลับจะขนาดไหนเนี่ย ไม่อยากคิดเลยจริงๆ แต่ตอนนี้ขอชมวิวทิวทัศน์ สูดโอโซนธรรมชาติให้ชุ่มปอดก่อนน่ะ
     สำหรับชื่อความหมายของ "น้ำตกตาดอีตู้" คนลาวที่นี่เค้าบอกว่าเป็นชื่อ "ควายตัวเมีย" 
และควายที่ว่าดันตกมาตายในน้ำตกแถวนี้ ชาวบ้านก็เลยเรียก "น้ำตกตาดอีตู้" ตั้งแต่นั้นมา ถือเป็นการสะท้อนการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงอย่าง "ควาย" ของคนที่นี่อย่างมากครับ ซึ่งคนไทยควรตระหนักให้ความสำคัญกับ "ควาย" ให้มากๆ น่ะ ไม่ใช่พอมีรถไถนาก็ทิ้งวัว ทิ้งควายกันหมด ลืมรากเหง้าความเป็นไทยกัน ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีรีสอร์ทไว้ให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนแล้ว ยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการอีกด้วย และวันหยุดสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะคึกคักเป็นพิเศษ
   

                      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" คนลาวที่นี่เค้ากระซิบว่า "น้ำตกตาดอีตู้" เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากยอดเขาเทวดา ใสสะอาด และยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ อยู่ที่สูงอากาศเย็นสบายทั้งปี กลางคืนค่อนข้างหนาว คนไทยจึงชอบมาก เพราะอากาศที่นี่ดีมาก มีแค่สองฤดู คือ ฝนกับหนาว จึงไม่แปลกที่ "เมืองปากเซ" เมืองที่เงียบสงบเป็นธรรมชาติ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่าย จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ ...วันนี้ขอกล่าวคำว่า "สวัสดี" ลากันไปก่อนครับ...!!!
                                              "นายตะลอน"
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น