วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

ป่าสู่ภูมิปัญญา ครบรอบป่าไม้-อุทยานฯ

          รมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 119 ปี และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ครบรอบ 13 ปี ช่วงปลายสัปดาห์ๆ ที่ผ่านมา (วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2558)
         โดยมี "พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เดินทางมาเป็นประธานพิธีมอบโล่ให้ผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ มอบโล่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นกรมป่าไม้ และใบประกาศเกียรติคุณลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงสถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439

         "รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" กล่าวให้โอวาทกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่า ให้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถที่ทรงเน้นย้ำให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ทุกคนให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วยงานตระหนักว่าการรักษาทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติเป็นภารกิจ
ที่ยิ่งใหญ่ เป็นความภาคภูมิใจที่ได้พิทักษ์ทรัพย์ของแผ่นดิน และเน้นย้ำให้ข้าราชการทุกคนขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การรักษาทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ลูกหลานได้มีทรัพยากรธรรมชาติที่ดีสืบต่อไป
"ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ" อธิบดีกรมป่าไม้ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) บอกว่า กรมป่าไม้ได้เดินทางมาถึง 119 ปี ได้มุ่งมั่นปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล
         โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ทรงเล็งเห็นว่าประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลป่า เปลี่ยนจากผู้บุกรุกให้กลายมาเป็นผู้ดูแล เพราะป่าเปรียบเสมือนธนาคารอาหารที่สามารถดูแลคนในชุมชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รวมถึงพื้นที่ที่เคยถูกบุกรุกให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง นับเป็นการบูรณาการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนไปในทิศทางที่ถูกต้อง
        "นิพนธ์ โชติบาล" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บอกว่า ในโอกาสกรมอุทยานแห่งชาติฯ ครบรอบ 13 ปี โดยในปี 2558 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดโครงการประกวดหมู่บ้านส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่การระดมความคิด ลำดับความสำคัญของปัญหา สร้างกิจกรรมขึ้นมาแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่และความต้องการของชุมชนนั้นๆ อาทิ การปลูกเสริมป่า ปลูกพืช

สมุนไพร การทำแนวกันไฟ การสร้างฝายชะลอน้ำ การทำประปาภูเขา เป็นต้น ส่วนโครงการหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมดีเด่น มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ และส่งเสริมสนับสนุนแนวพระราชดำริ "คนอยู่กับป่า อย่างเกื้อกูลกัน" อีกทั้งสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพด้านป่าไม้ และเสริมสร้างกลุ่มเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

         ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ภายในวันงานสถาปนาฯ ดังกล่าว สิ่งที่สะดุดตาคงจะเป็นซุ้มผลิตภัณฑ์จากป่าและชุมชนที่เจ้าหน้าที่ และชาวบ้านนำมาจัดแสดงในวันนั้น และหลายซุ้มที่นำผลผลิตจากป่ามาให้ดูบางอย่างก็คุ้นตา บางอย่างก็เพิ่งได้เห็นได้เจอครั้งนี้ครับ ขณะเดินชมผลผลิตจากป่าอยู่นั้น ก็ไปสะดุดตาซุ้มของชุมชนบ้านกูเตอร์โกล ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งนำผลิตภัณฑ์จักสานพื้นบ้านต่างๆ

รวมถึงหมวกสานรูปทรงแปลกๆ มาให้ดูน่าสนใจมาก
   "พิพัฒน์ เกตุดี" นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ท้อ และป่าห้วยตากฝั่งขวา จังหวัดตาก เล่าให้ฟังว่า
คนชุมชนบ้านกูเตอร์โกลเป็นชาว "ปกาเกอะญอ" หรือ "ชนเผ่ากะเหรี่ยง" ซึ่งภูมิปัญญาคือการนำวัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นของใช้ต่างๆ อาทิ "โค๊ะโม๊ะ" เป็นหมวกสำหรับผู้หญิง ลักษณะหมวกจะมีรูปทรงแหลม จะมีการนำวัสดุไม้ไผ่และใบตองตึงมาสานเป็นหมวก ส่วน "โค๊ะโม๊ะ" ของผู้ชาย
จะมีรูปทรงลักษณะไม่แหลม "โจะกือ" เป็นหมวกเหมือนกัน แต่ทำยาวลงมาคลุมถึงด้านหลังได้ด้วย "เซะกั๊ว" เป็นตะกร้าไม้ไผ่สานสำหรับใส่ฟืนและของใช้ต่างๆ ใช้สะพายเป็นเป้ด้านหลังได้ด้วย "โพ" ชุมชนไม่มีตู้เสื้อผ้า ก็ทำสำหรับใส่เสื้อผ้าต่างๆ แทนตู้เสื้อผ้า "ซู" ไว้ใส่ของมีค่าและเดินทาง "เนาะเตอะค่ะ" คือจักสานไผ่ที่ทำไว้สำหรับใส่ของเล็กๆ


         "นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ" บอกว่า ป่าสงวนบนที่สูงจะมีชุมชนอาศัยอยู่ ซึ่งการอยู่ร่วมกับป่านั้นเป็นลักษณะการอยู่ร่วมกัน คือคนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของคนในชุมชนก็เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงให้ดูนั้น ชาวบ้านทำขึ้นมาใช้เอง บางที่ชาวบ้านก็มีการดัดแปลง อย่าง "กือ" ซึ่งเป็นตะกร้าไม่ไผ่สานขนาดใหญ่ ชาวบ้านก็ดัดแปลงทำให้เล็กลง เพื่อนำมาขายเป็นของที่ระลึกสำหรับคนที่มาเยือนชุมชน ซึ่งในป่าจะมีทั้งของกินและทรัพยากรอื่นๆ อีกมากมาย

             ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ถ้ำ น้ำตก แหล่งน้ำต่างๆ ซึ่งชุมชนหากใช้ธรรมชาติเหล่านี้และอยู่ร่วมกับป่าได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีในการช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็เข้าไปให้คำแนะนำกับชุมชนว่าป่ากับชุมชนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนอย่างไร มีการใช้ทรัพยกรอย่างไรให้เหมาะสม และเจ้าหน้าที่เองก็จะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับชาวบ้านในชุมชนด้วย
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" อำเภอแม่ระมาด เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตาก แต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของ "ปกาเกอะญอ" นานกว่า 100 ปี ซึ่งดั้งเดิมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา อยู่ตามป่าตามเขา ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารมากกว่าการค้าขาย ใช้ชีวิตแบบพึ่งป่าพึ่งน้ำ อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่...!!!
                      "นายตะลอน"
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น