วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คนกับป่าอยู่ร่วมกัน สร้างป่าสร้างรายได้

           ารเดินทางจากอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ในช่วงเช้าๆ วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง โดยรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง เพื่อมายังจุดหมายศูนย์เรียนรู้ "ไร่ลองเลย" หมู่ที่ 4 บ้านนาปอ ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย และเป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะผู้บริหารกรมการปกครองที่พาสื่อมวลชนมาศึกษาดูงาน "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
             สำหรับ "ไร่ลองเลย" เป็นต้นแบบการพัฒนาผืนป่าอย่างยั่งยืนใน "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" เป็นโครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงห่วงใยราษฎรในพื้นที่สูง เนื่องจากป่าต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ จึงทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โดยการปลูกพืชไม้หลายระดับ หลายชนิด ทั้งไม้เรือนยอดสูงลดหลั่นกันลงมาให้มีความเป็นป่าและการปลูกป่าร่วมกับพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถ

สร้างรายได้ รวมทั้งทำให้มีป่าเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง
"โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" เป็นโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารในลักษณะผสมผสานกิจกรรมการปลูกปลูกป่าเป็นไม้ประธานและปลูกไม้เศรษฐกิจเป็นพืชควบคู่กัน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและช่วยชาวบ้านให้มีรายได้จากพืชควบคู่กันอย่างเกื้อกูลกัน และเป็นการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ในพื้นที่และภาคเอกชน เพื่อให้สามารถดำเนินการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเป็นหน่วยงานในการติดตามกำกับดูแลโครงการฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
"คุณสุรีรัตน์ สิงห์รักษ์" หรือ "น้องอิ๋ม" เจ้าของ "ไร่ลองเลย" และผู้แทนชุมชนที่เข้าร่วม "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" เล่าว่า ตนเองเป็นนักเรียนทุนพระราชทานในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีโอกาสได้ศึกษาจนจบระดับปริญาตรี ด้วยความเป็นลูกเกษตรกรทำให้มีใจรักที่จะทำงานด้านการเกษตร ตอนนี้ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้าน ได้มาตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ได้มาดูแลคนในพื้นที่ ได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัว และตั้งใจจะนำเอาความรู้
มาพัฒนาสิ่งต่างๆ เช่น การสร้างป่าสร้างรายได้ เพียงปลูกต้นไม้ 3 ต้น ก็สามารถสร้างรายได้ คือ 1.ต้นกินได้ 2.ต้นใช้ประโยชน์ได้ และ 3.ต้นสวยงาม จึงอยากให้คนรักป่ามากขึ้น เพราะป่าจะกลับมาช่วยเรา คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ เมื่อไม่มีการบุกรุกป่าระบบนิเวศน์ก็ดีขึ้น ส่วนที่ "ไร่ลองเลย" เป็นไร่แบบผสมผสาน มีทั้งการปลูกพืชเศรษฐกิจและไม้ป่า อาทิ สตรอร์เบอร์รี่ หว้า สักทอง ราชพฤกษ์ กาแฟ อินทผาลัม มะคาเดเมีย และพืชอื่นๆ อีกหลายชนิด
จากนั้นคณะของเราได้เดิน
ทางโดยรถต๊อกต๊อกของชาวบ้าน เพื่อเยี่ยมชมธนาคารพันธุ์พืชที่ชุมชนบ้านนาปอ ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งตลอดสองข้างทางเข้าหมู่บ้านมีบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกติดกันเป็นระยะๆ และหากใครไม่เคยนั่งรถต๊อกต๊อกมาก่อน ผมเชื่อว่าคงเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมครั้งหนึ่งทีเดียวครับ
          "คุณรังสรรค์ อำนาจบุดดี" นายอำเภอนาแห้ว บอกว่า " อำเภอนาแห้วถือเป็นพื้นที่นำร่อง "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" ตามแนวพระราชดำริ และทุกส่วนราชการ
ก็ได้ขยายกิจกรรมมาเรื่อยๆ ซึ่งในปี 2557 ที่ผ่านมา กรมการปกครองได้สนับสนุนงบประมาณให้หมู่บ้านละ 3 หมื่นบาทของอำเภอนาแห้ว จำนวน 5 ตำบล รวม 34 หมู่บ้าน สร้างโรงเพาะชำเพื่อทำธนาคารพันธุ์พืช และปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีวัถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนเรียนรู้การเพาะกล้าไม้ เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนพันธุ์กล้าไม้ เป็นแหล่งสำรองกล้านำไปปลูกซ่อมแซม และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมกลุ่ม            "ท่านนายอำเภอ" บอกอีกว่า นอกจากในส่วนของกรมการปกครองแล้ว ทางกรมป่าไม้ ทางจังหวัดเลย

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆ ก็ได้ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ การฝึกอบรมการทำกล้าไม้ และการขับเคลื่อนในหลายๆ รูปแบบและอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยตอนแรกๆ มีราษฎรเข้าร่วมโครงการเพียงหนึ่งตำบล ปัจจุบันราษฎรทั้ง 5 ตำบลของอำเภอนาแห้วเข้าร่วมโครงการครบทั้ง 34 หมู่บ้าน ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก ขณะที่ภาพรวมนั้นจากที่ชาวบ้านเคยทำไร่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว อาทิ ข้าวโพด ก็ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางอำเภอและภาคการเกษตร รวมถึงส่วน
ราชการต่างๆ พยายามนำแนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาส่งเสริมอาชีพและปรับใช้ให้ราษฎรมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หลังจากได้ความรู้เกี่ยวกับธนาคารพันธุ์พืชกันพอสมควร คณะของเราก็นั่งรถต๊อกต๊อกเพื่อมาร่วมพิธีเปิดโครงการปลูกป่าตามโครงการ 60 พรรษา 60 กลุ่ม 6,000 กล้า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ป่าชุมชนบ้านนาปอ ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย โดยมีข้าราชการในพื้นที่จาก
หลายหน่วยงาน ผู้นำชุมชนบ้านนาปอ ราษฎรบ้านนาปอ น้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาปอ คณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และสื่อมวลชน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกป่าครั้งนี้ด้วย
"คุณสมชัย อมรวัฒนสวัสดิ์" ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เขต 14 บอกว่า การจัดโครงการครั้งนี้เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ปลูกฝังให้ประชาชน รวมถึงลูกหลานของเราได้มีความรักและความหวงแหนร่วมกันทํานุบํารุงรักษาไว้ซึ่งป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ เป็นสมบัติล้ำค่า
ของชาวอำเภอนาแห้ว ด้วยการน้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ใน "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติและร่วมกันฟื้นฟูเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
"คุณวิโรจน์ จิวะรังสรรค์" ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย บอกว่า การรักษาพื้นที่ต้นน้ำ ลำธาร พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในจังหวัดเลย ไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม สิ่งที่ทำตอนนี้คือการเอาคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาดำเนินการกับนายทุน ยกเว้นเกษตรกรที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งจะทำให้ไม่มีการบุกรุกป่าไม้เพิ่มขึ้น เมื่อไม่มีการบุกรุกป่าไม้ก็จะเพิ่มขึ้น ตนจึงเห็นว่า "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" สามารถตอบโจทย์ได้ ทำให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่าไม่ทำลายป่าเพิ่ม โดยมีส่วนช่วยในการรักษาป่า ปลูกป่าเศรษฐกิจ ทำให้มีอาชีพและรายได้ด้วย นี่คือคำตอบที่จะแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าได้
 ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจากผมจะมีโอกาสได้ร่วมปลูกป่ากับชาวบ้านแล้ว
ยังมีโอกาสได้กินมื้อเที่ยงท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร ข้าวเหนียวหมูทอด ห่อด้วยใบตองท้องถิ่น มีกระบอกไม้ไผ่ผ่าซีกทำเป็นรางภาชนะใส่กับข้าว อาหารพื้นบ้านชนิดอื่นๆ อาทิ ส้มตำปลาร้ารสชาติอีสานเดิมๆ กินคู่กับผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด เป็นบรรยากาศภัตตาคารบ้านทุ่งที่ผมมีความสุขอีกมื้อหนึ่ง
         แถมตบท้ายด้วยกาแฟชงกับน้ำร้อนที่ต้มจากกระบอกไม้ไผ่ อันเกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ยอดเยี่ยมจริงๆ "วันนี้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้" เพราะมีสิ่งดีๆ อย่าง "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้" เกิดขึ้นแล้วที่เมืองเลยแห่งนี้...!!!
             "โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ เป็นโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารในลักษณะผสมผสานกิจกรรมการปลูกปลูกป่าเป็นไม้ประธานและปลูกไม้เศรษฐกิจเป็นพืชควบคู่กัน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและช่วยชาวบ้านให้มีรายได้จากพืชควบคู่กันอย่างเกื้อกูลกัน"
                                                                          "นายตะลอน"
****************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น