วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ครัวเรือนปากคลองน้อย ออมทรัพย์เพื่อการผลิต

        มื่อย่างเท้าเข้ามา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ณ บริเวณศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านปากคลองน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ คือความอบอุ่นของชาวบ้านที่มอบให้กับคณะของเราที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาเยือนและศึกษาดูงาน "บ้านปากคลองน้อย" ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าของผม คือซุ้มต่างๆข้าวของมากมายที่ชาวบ้านช่วยกันนำมาจัดร้านเพื่อจำหน่ายและจัดแสดงให้เห็นว่า "บ้านปากคลองน้อย" มีของดีๆ มากมายเหลือเกิน
        ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ขิง ข่า ตะไคร้ มะกูด มะนาว และอื่นๆ อีกเยอะมาก ผักปลอดสารพิษชนิดต่างๆ ก็มีฟักทอง บวบ แตงกวายักษ์ มะเขือยาว โอ้ว...มากมายจนบรรยายไม่ไหว แล้วก็มีผลไม้ต่างๆ อาทิ มังคุด หรือขนมไทยๆ ที่ผมเห็นก็จะมีขนมจาก ขนมตาล ขนมใส่ไส้ รสชาติหวานมัน ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกะลามะพร้าว และอื่นๆ อีกมากมายทีเดียวครับ
 นอกจากนี้ "บ้านปากคลองน้อย" ยังมีศูนย์จำหน่ายโอทอปผลิตภัณฑ์คลองน้อย มีผลผลิตที่
จำหน่ายสู่ตลาดภายในและภายนอกชุมชน อาทิ ผลไม้สด ผักสด ผ้าบาติก อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ใช้สอยในครัวเรือน มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกสีธรรมชาติ ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กลุ่มเกษตรกร (กระท้อน) กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากผลผลิตการเกษตร และอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม และมีคณะกรรมการหมู่บ้านที่เข้มแข็ง สามารถพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ "บ้านปากคลองน้อย" กลายเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ที่สำคัญ "บ้านปากคลองน้อย" ยังถือเป็นหมู่บ้านที่มี
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น เนื่องจากครัวเรือนในหมู่บ้านมีการออมเงินถึง 100 เปอร์เซ็นต์ มีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการด้านเงินทุน จนเป็นหมู่บ้านต้นแบบระดับตำบล ซึ่งปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์ฯ มียอดเงินสัจจะสะสมหมุนเวียนกว่า 24 ล้านบาททีเดียวครับ
"นพดล บุญช้าง" ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากคลองน้อย เล่าว่า การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 มีสมาชิกใน
กลุ่ม 585 คน โดยมีแนวคิดอยากให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความสุขในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ ซึ่งชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานสถาบันการเงินของหมู่บ้าน โดยชาวบ้านสามารถใช้ภูมิปัญญาในการบริหารจัดการ มีการออม ฝากเงิน และปันผล เมื่อออมได้ประมาณ 1 ปี เราก็ให้สมาชิกกู้เงินไปกับกลุ่มอาชีพ เมื่อได้ผลกำไรก็นำเงินมาคืนให้กับทางกลุ่ม ซึ่งการบริหารจัดการจะง่าย เพราะเปรียบเสมือนเสาหลักของ
หมู่บ้าน และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตยังสามารถทำได้ทุกอย่าง สามารถนำเงินไปพัฒนาหมู่บ้านในระบบต่างๆ ได้ด้วย การส่งเสริมอาชีพ การจัดการชุมชน รวมถึงให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ เสียชีวิต สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นหน้าที่ของกลุ่มออมทรัพย์ฯ สามารถลดการพึ่งพิงจากหน่วยงานราชการ และสามารถพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด
"ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากคลองน้อย" บอกด้วยว่า กลุ่มออมทรัพย์ฯ จะประสบความสำเร็จ เป็นหมู่บ้านที่เข้มแข็งได้ พี่น้องประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย ส่วนการดำเนินงานเพื่อให้มีความเข้มแข็งต้องยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ และถือเป็นหัวใจสำคัญของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต คือมีความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความรับผิดชอบร่วมกัน ความเกรงอกเกรงใจ และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีการปลูกจิตสำนึกคุณธรรม เวลากู้เงินของกลุ่มไปแล้วจะต้องนำเงินมาส่งคืนในระยะเวลาที่ทางกลุ่มกำหนดไว้ด้วย
"ผลึก เจริญกุล" หญิงสูงวัยชาวบ้านปากคลองน้อย บอกว่า
เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตั้งแต่ก่อตั้งแรกๆ ซึ่งการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆสำหรับชาวบ้าน เวลาจะลงทุนทำอะไรก็ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้ ปัจจุบันตนเองมีเงินสะสมอยู่บัญชีเล่มหนึ่งก็ประมาณกว่า 1 แสนบาท
"สุริยัณห์ จิรสัตว์สุนทร" นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี บอกว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นจุดเด่นของหมู่บ้านปากคลองน้อย เพราะประชาชนมีความซื่อสัตย์ มีความสามัคคีกัน ที่สำคัญมีความสุจริต
ที่ไหนก็ตามเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ถ้ามีความสุจริตเชื่อถือได้ การขับเคลื่อนจะดีมาก และสามารถเป็นต้นแบบขยายไปยังหมู่บ้านอื่น ตำบลอื่นๆ ได้อีก โดยหมู่บ้านปากคลองน้อยสามารถเดินด้วยตนเอง คิดเอง ทำเอง ส่วนตนเป็นแค่ที่ปรึกษาแนะนำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทางกลุ่มออมทรัพย์ฯ กำลังขยายรับสมาชิกให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ผลประโยชน์จากกองทุนตรงนี้ และอนาคตอาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มออมทรัพย์ฯ อาจขยายตัวเป็นสถาบันการ
เงินของหมู่บ้านปากคลองน้อย ซึ่งหากมีตรงนี้จะสามารถขับเคลื่อนกลุ่มต่างๆ ได้หมด โดยกำลังมีการพัฒนารูปแบบอยู่ แต่ก็มีข้อสังเกตและให้คำปรึกษาทางกลุ่มว่าหากกลุ่มโตเร็วมากเกินไป ใช้รูปแบบธนาคารเข้ามา มีผลกำไร ผลขาดทุนเข้ามาเกี่ยวข้องมาก จะส่งผลต่อความเอื้ออาทรของประชาชนให้จืดจางลงหรือไม่ ซึ่งอาจจะดำเนินงานในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่เกิดผลกระทบตามมาภายหลังได้
"เรือโทภัทรชัย ขันธหิรัญ" เลขานุการกรมการปกครอง บอก
ว่า การลงพื้นที่ "บ้านปากคลองน้อย" อยากให้สื่อมวลชนเห็นว่าฝ่ายปกครองทำงานอะไรกันบ้าง เรามีกลไกตั้งแต่ระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ระดับจังหวัด อำเภอ จนกระทั่งถึงระดับหมู่บ้าน ก็มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจหมู่บ้าน อย่างการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากคลองน้อย และอื่นๆ ที่ทางรัฐบาลมอบหมายมา เราก็ได้กลไกตัวนี้มาขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้สำเร็จ แต่ขณะเดียวกันกลไกความสำเร็จคงเกิด
จากประชาชน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น จับมือร่วมกัน ถือเป็นปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จ
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" อย่างน้อยๆ การได้มาเยือน "บ้านปากคลองน้อย" ครั้งนี้ ก็ได้เห็นตัวอย่างจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันเองของชาวบ้านและทำงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ มี "นายอำเภอ" เป็นผู้นำ และส่วนราชการต่างๆ ช่วยเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนและแนะนำสิ่งต่างๆ ให้กับประชาชนได้อย่างน่าชื่นชมทีเดียว...!!!

                               "นายตะลอน"
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น