วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เยาวราชวันสุข ณ กาลครั้งหนึ่ง

           มื่อกว่า 7 หมื่นปีมาแล้ว แรงระเบิดของภูเขาไฟที่สุมาตรา เกือบทำให้มนุษย์ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก ผลพวงจากแรงระเบิดของภูเขาไฟส่งผลทำให้เกิดเถ้าถ่าน มีฝุ่นหนาบดบังแสงอาทิตย์ อากาศทั่วโลกลดลงเกิดปรากฎการณ์ฝนสีดำที่เป็นกรด ส่งผลให้พืชต่างๆที่อยู่ตอนเหนือของบรรยากาศโลกตาย หลังจากอากาศของโลกเริ่มดีขึ้น เผ่าพันธุ์มนุษย์กลุ่มเล็กๆ ที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ได้เริ่มออกเดินทางออกจากแอฟริกา ข้ามมายังทวีปยุโรป และเอเซียในปัจจุบัน มนุษย์กลุ่มนี้ได้เดินทางค้นหาแผ่นดินใหม่ๆ ผ่านชายฝั่งทะเลมาทางอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และข้ามไปถึง ออสเตรเลีย  และนี่คือ มนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางผจญภัยออกนอกแอฟริกา
          แต่สำหรับผมเองคงไม่ใช่มนุษย์คนแรกที่ได้เดินทางมาที่ย่านเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ไชน่าทาวน์เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
ที่มีประวัติอันยาวนานควบคู่กับกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นแหล่งที่พักอาศัยของชุมชนของไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วงประมาณปีพ.ศ. 1780 พ่อค้าชาวจีน ได้อพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาในไทย และรวมกลุ่มตั้งถิ่นจนมีขนาดใหญ่ แถม "เยาวราช" ยังขึ้นชื่อเรื่องของอาหารต่างๆจนโด่งดังไปทั่วโลก เพราะเป็นแหล่งร้านอาหารอร่อยๆ
มากมายให้ผู้คนใด้ลิ้มรสกัน
วันที่ผมมาเดินทางมาย่านเยาวราช บอกตามตรงผมบรรยายไม่ไหวจริงๆ อาหารของกินต่างๆแถวนี้ลายตาไปหมด เพราะเป็นแหล่งสินค้าสารพัดชนิด มีขายกันตั้งแต่อาหารแห้ง อาหารสด ผักผลไม้ ดอกไม้ เครื่องยาจีน ขนมต่างๆ และของขึ้นชื่ออย่างเกา ลัคแปะก๊วย ติ่มซำ บะหมี่ เกี๊ยวกุ้ง ปู  หมูแดง หมูกรอบ สุกี้โบราณ เป็ดย่าง ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา รังนก รวมถึงหูฉลามอีกด้วย ที่สำคัญ ช่วงเทศกาลต่างๆ อทิ เทศกาลตรุษจีน หรือไหว้เจ้า ก็จะมีการแสดงที่น่าชม  เพราะผู้คนที่ "เยาวราช"
ยังคงรักษาประเพณี วัฒนธรรมของชาวจีน และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แต่ที่รู้มานักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก หากมีโอกาสมาเยือนประเทศไทย จะไม่ค่อยพลาดที่จะมาเยือน "เยาวราช" ถิ่นนี้กัน
ปัจจุบัน "เยาวราช"  ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร และเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ที่มาเดินเที่ยวเล่น และจับจ่ายซื้อของต่างๆกันเป็นจำนวนมาก ส่วนการบอกเล่าเรื่องเยาวราช คงต้องเริ่มจากถนนเยาวราช ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร"  เป็นถนนสายหนึ่งที่มีระยะ
ทางตลอดเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช และสิ้นสุดปลายหางมังกรบริเวณปลายสุดของ ถนนสายนี้เดิมทีชื่อ "ถนนยุพราช" และได้โปรดเกล้าพระราชทานนามใหม่ว่า "ถนนเยาวราช" สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้ระยะเวลาในการตัดถนน 8 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2434 - พ.ศ. 2443 เพื่อให้ "เยาวราช" กลายเป็นสถานที่ส่งเสริมการค้าขาย


           ในวันที่เดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมเดินลัดเลาะจากย่านหัวลำโพง จนกระทั่งผ่านเข้ามาถึงซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ บริเวณวงเวียนโอเดียน และเดินลัดเลาะเข้าสู่ถนนเยาวราช วันนั้นเป็นช่วงกลางวันยันบ่ายๆ แต่ก็นับว่าโชคดีที่อากาศไม่ร้อนอบอ้าวมาก แต่ก็พอเดินคล่องอยู่ แม้ทีมงานที่เดินทางมาด้วยกันเพื่อมาช่วยถ่ายภาพนิ่ง จะเริ่มออกอาการก้าวขาไม่ออก เพราะเมื่อยล้าจากการเดินทางเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรก็ตาม แต่ใจยังสู้อยู่ ตลอดข้างทางของถนนเยาวราช เราได้เห็นชุมชนชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก นอกจาก เป็นย่านธุรกิจการค้า ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ การเงิน การธนาคาร ร้านทองมากมายแล้ว
    อ่อผมลืมบอกไป โดยเฉพาะร้านค้าทองที่เจริญรุ่งเรืองจากยุคโบราณ สู่ยุคปัจจุบัน ขึ้นชื่อทองรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี จนถนนสายนี้ถูกกล่าวขานว่า "ถนนสายทองคำ" ด้วยความเป็นเอกลักษณ์พิเศษของ "เยาวราช" ที่ไม่เหมือนย่านอื่นๆ มีทั้งตลาดกลางวัน และกลางคืน
และไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ก็มีความคึกคักพอๆกัน แตกต่างกันก็ตรงที่ช่วงกลางวัน ผู้คนทุกวัยจะมาท่องเที่ยว จับจ่ายซื้อของกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน จะคึกคักมากเป็นพิเศษ  เพราะผู้คนจะมาซื้อของเซ่นไหว้  อาหารต่างๆ รวมถึงลิ้มรสอาหารที่หลากหลายตลอดทั้งวัน บจึงทำให้บรรยากาศย่านนี้คึกคักมากเป็นพิเศษครับ
 ขณะที่ "เยาวราช" ในตอนกลางคืน ก็จะมีตลาดโต้รุ่ง ขายอาหารหลากหลายชนิดมากมาย เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้ง
คนไทย และต่างประเทศ เดินทางเข้ามาแยือนถิ่นนี้อย่างไม่ขาดสายในแต่ละค่ำคืน ประมาณว่าเที่ยวช้อปชิม ร้านอาหารเด็ดๆ ขึ้นชื่อกันทั้งสองฟากถนนเยาวราชเพลิดเพลินกันเลยทีเดียว แถมตามตรอก ซอก ซอยต่างๆ ของถนนสายนี้ ยังมีของดีอีกมาก ทั้งผลไม้ต่างๆ เชอรี่ ลูกพลับ แอปเปิล สาลี่ ฯลฯ และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าต่างๆที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วย แน่นอนครับว่าหากมาเดินแถวเยาวราชในยามค่ำคืน ก็ต้องลองท้องกันด้วย "ข้าวต้มกุ้ย" กินกับกลับข้าวตามสั่ง ไม่ว่าจะเป็นผักดอง ยอดผักผัดน้ำมันหอย ยำกุ้งแห้ง
อื่นๆอีกมาก ถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆสำหรับผม โดยเฉพาะ "ไข่เจียวหมูสับ" กินแถวบ้านไม่อร่อยต้องมากินไกลถึงเยาวราช...ขำกลิ้ง  ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่ "เยาวราช" จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จนกท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ขนานนามว่าเป็น "ไชน่าทาวน์แห่งกรุงเทพมหานคร" 
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ"  พอเอ่ยถึงอาหารย่านเยาวราช ก่อนหน้านี้ไม่นานเท่าไหร่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข เคยจับมือกับกรุงเทพมหานคร สมาคมภัตตาคารไทย และประชาคม
ผู้ประกอบการค้าอาหารเยาวราช  จัด "โครงการเยาวราชต้นแบบ อาหารปลอดภัยสู่อาเซียน" เพื่อนำร่องยกระดับมาตรฐานร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหาร เตรียมความพร้อมก้าวสู่ครัวโลก โดยตั้งเป้าปีเดียวให้ผ่านเกณฑ์ 85 เปอร์เซ็นต์ และสร้างความเข้าใจมาตรฐานรถเข็นและแผงขายอาหารปลอดภัย เพื่อสร้างให้เยาวราชเป็นแหล่งอาหารสะอาดปลอดภัย และรสชาติอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงถือเป็นนิมิตรที่ดีสำหรับเยาวราชจริงๆครับที่มีโครงการดีๆอย่างนี้ แต่จริงๆแล้ว อาหารย่านเยาวราชอร่อยปลอดภัย
จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกก่อนจะมีการผุดโครงการเยาวราชต้นแบบฯ ด้วยซ้ำไป...
            ด้วยเหตุนี้ การที่ได้มาเยือนเยาวราช จึงเป็นวันที่มีความสุขมากมาย แม้อนาคตเมื่อนานวันไปอาจเป็นแค่อดีตของกาลครั้งหนึ่งที่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายสำหรับผู้มาเยือน"เยาวราช" ก็ตาม...!!!
                               "นายตะลอน"
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น