วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตามรอยแสตมป์ จุดประกายเยาวชน

          ย้อนกลับไปสมัยโบราณการคมนาคมยังไม่สะดวก เลยทำให้การส่งข่าวสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต่อมาประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น ปี พ.ศ.2418  สถานกงสุลอังกฤษได้ริเริ่มการไปรษณีย์กับต่างประเทศ โดยการรับฝากจดหมาย หรือหนังสือจากประเทศไทยไปยังที่ทำการไปรษณีย์ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อส่งไปยังจุดหมายปลายทาง
โดยใช้ตราไปรษณียากรซึ่งนำมาจากสิงคโปร์ แต่กิจการดังกล่าวได้ยกเลิกไปเมื่อเริ่มมีบริการไปรษณีย์ของสยามอย่างเป็นทางการ ส่วนการสะสมแสตมป์ในบ้านเรานั้น เพราะแสตมป์เป็นสิ่งที่หาง่าย มีความสวยงาม จึงทำให้เกิดความเพลิดเพลินได้ค้นคว้าถึงที่มาของภาพที่ปรากฏอยู่บนดวงแสตมป์
สำหรับโครงการตะลุยโลกแสตมป์ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จัดต่อเนื่องปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด "Get Inspired…จุดประกายฝัน" นำเยาวชนเรียนรู้โลกกว้างตามรอยสมเด็จพระเทพฯ สู่การเป็น
เยาวชนนักคิด นักพัฒนา และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอนาคต ผ่านแสตมป์เฉลิมพระเกียรติชุด 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ค่ายพระรามที่ 6 จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมดูน้องๆ เยาวชนทำกิจกรรมครั้งนี้ด้วยครับ
"ปริษา ปานะนนท์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท ไปรษณีย์
ไทย จำกัด (ปณท) บอกว่า การจัดโครงการตะลุยโลกแสตมป์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ด้อยโอกาส เยาวชนทั่วไป ตลอดจนเยาวชนในครอบครัวไปรษณีย์ได้มีโอกาสเรียนรู้โลกกว้างผ่านดวงแสตมป์ชุดสำคัญๆ ที่จะเป็นสื่อจุดประกายสร้างความรอบรู้แก่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังหลักสำคัญของประเทศชาติ โดยปี 2558 นี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Get Inspired…จุดประกายฝัน" รับปีมหามงคล เนื่องในโอกาสพระชนมายุครบ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมจุดประกายความคิดตามรอยสมเด็จพระเทพฯ สู่การเป็นนักคิด นักพัฒนา และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอนาคต ผ่านดวงแสตมป์ชุดสำคัญที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพด้านต่างๆ อาทิ แสตมป์ชุดเฉลิมพระเกียรติชุด "60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสตมป์งานกาชาด และแสตมป์พระอัจฉริยภาพด้านเทคโนโลยี ฯลฯ และมุ่งส่งเสริมและปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่า และเล็งเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และมี
บทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ อาทิ ทรัพยากรป่าไม้ น้ำ และอากาศ เป็นต้น ผ่านการเรียนรู้นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาด้านพลังงาน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พลังงานทดแทน ฯลฯ อีกทั้งกิจกรรมสุดสนุกให้น้องๆ ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีมในฐานต่างๆ อีกด้วย
"วิบูลย์ เสรีชัยพร" ผู้จัดการฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) บอกว่า ทุกกิจกรรมจะสอดแทรกเรื่องราวความเป็นมาของ
ของแสตมป์ เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้และเล็งเห็นถึงความสำคัญของดวงแสตมป์ไปพร้อมๆ กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถรอบด้าน และมีวิทยากรจากอุทยานฯ คอยให้ความรู้และตอบทุกข้อสงสัยของน้องๆ อย่างใกล้ชิด และมีกิจกรรมให้น้องๆ ได้สัมผัสและใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้นกับกิจกรรมฟื้นฟูธรรมชาติตามแนวชายฝั่ง อาทิ การปลูกป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ และปล่อยพันธุ์ปู อันจะเป็นการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดในระบบนิเวศให้กลับมาอยู่
ในสภาพสมบูรณ์ 
        ซึ่งตลอดการจัดกิจกรรม 7 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนสนใจเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 3 พันคน "ไปรษณีย์ไทย" ในฐานะหน่วยงานเพื่อประชาชนและสังคม ตลอดจนองค์กรที่จัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกอันทรงคุณค่ามาอย่างยาวนาน จึงไม่หยุดยั้งความตั้งใจในการจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและสังคมผ่านดวงแสตมป์เช่นนี้ต่อไปในทุกๆ ปี ภายใต้แนวคิด "ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งรอบรู้" อันเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้าน CSR ของไปรษณีย์ไทย ในการสร้างความรอบรู้ผ่านตราไปรษณียากรควบคู่ไปกับการปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าและใส่ใจความเป็นอยู่ของสังคมและสิ่งแวดล้อม
  "บัณฑิตา จันทร์แฟง" หรือน้องมิว เด็กหญิงเยาวชนวัย 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกับโครงการตะลุยโลกแสตมป์กับไปรษณีย์ไทย รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเรียนรู้พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของสมเด็จพระเทพฯ ทั้งด้านการเป็นนักคิด นักอนุรักษ์ นักอาสา ฯลฯ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในฐานกิจกรรมต่างๆ อย่างกิจกรรมแยกขยะ ที่ได้เรียนรู้ว่าขยะอันตรายอย่างกระป๋องยาฆ่าแมลง
ต้องทิ้งลงถังสีแดง และการแสดงตัวว่าเป็นพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านการเปิดรับบริจาคเลือด ณ ที่ทำการบริจาคเลือด ทำให้ได้รับรู้ถึงความสำคัญของเลือดที่สามารถให้ชีวิตกับอีกคนหนึ่งได้ และทำให้รู้ว่าแสตมป์ยังแฝงความรู้ไว้มากมาย
  "ประดิษฐ์ สุขมี" หรือน้องโจ้ เด็กหญิงเยาวชนวัย 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนสหกรณ์บำรุงวิทย์ ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมตะลุยกับโครงการตะลุยโลกแสตมป์ของไปรษณีย์ไทย รู้สึกชอบทุกฐาน
กิจกรรมที่ได้ตามรอยพระเทพฯ ในฐานะนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้และทำกิจกรรมในฐานต่างๆ อาทิ กิจกรรมแยกขยะ จับคู่ภาพพลังงาน ฯลฯ โดยกิจกรรมที่ชอบที่สุดคือ กิจกรรมแยกขยะ ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้การแยกขยะให้ถูกประเภทแล้ว ยังเป็นการช่วยลดโลกร้อนและนำขยะเหล่านั้นไปรีไซเคิลต่อได้ ตลอดจนสามารถนำไปขายต่อ ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้อีกด้วย ซึ่งตั้งใจจะกลับไปแยกขยะที่บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม้โดยส่วนตัวไม่ได้สะสมแสตมป์ แต่พอมาทำกิจกรรมในครั้งนี้
ทำให้อยากสะสมแสตมป์มากขึ้น
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับฐานกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย ฐานนักแยกขยะตัวน้อย โดยฐานนี้น้องๆ จะต้องช่วยกันเดินสามขา นำขยะไปแยกทิ้งลงถังให้ถูกต้อง ฐานนักวิทย์น้อย กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักคิด ตามรอยเจ้าฟ้าไอที ผ่านแสตมป์ชุดสมเด็จพระเทพฯ พร้อมโพสต์คำตอบ และกดแชร์ในหน้าเพจเฟซบุ๊กของไปรษณีย์ไทย ส่งเสริมให้น้องๆ เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา ฐานนักอาสา กิจกรรมสร้างแรง
บันดาลใจให้เป็นนักอาสา ตามรอยเจ้าฟ้านักอาสา ผ่านดวงแสตมป์กาชาด โดยให้น้องๆ แสดงตัวเป็นพยาบาล ณ ที่ทำการบริจาคเลือด รับบริจาคเลือดเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย ผ่านการใช้สลิ้งสูบน้ำแดงจนเต็มถุง จากนั้นจึงนำถุงน้ำเกลือนั้นไปช่วยเหลือผู้ป่วยในลำดับต่อไป เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเลือดที่มีต่อทุกชีวิต และฐานสุดท้าย นักอนุรักษ์น้อย กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ผ่านดวงแสตมป์ชุดวันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยฐานนี้จะแบ่งกลุ่มน้องๆ
ช่วยกันต่อจิ๊กซอว์แสตมป์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังให้น้องๆ เป็นคนรักษ์ธรรมชาติ และภูมิใจกับการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มให้สิ่งแวดล้อมกลับมาสมบูรณ์ ซึ่งในทุกกิจกรรมจะสอดแทรกเรื่องราวความเป็นมาของแสตมป์ เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้และเห็นถึงความสำคัญของดวงแสตมป์ไปพร้อมๆ กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย...!!!
"นายตะลอน"
************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น