วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตำบลชมภูร่วมใจ เพิ่มศักยภาพข้าว

            นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่งสบายๆ เป็นวันหนึ่งที่มีโอกาสเดินทางร่วมกับคณะของกรมส่งเสริมการเกษตรที่มาติดตามดูผลการดำเนินงานที่ศูนย์เพิ่มศักยภาพการแปรรูปข้าวชุมชนครบวงจร หมู่ที่ 7 ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
            ซึ่งอำเภอสารภี ถือเป็นอำเภอที่มีพื้นเล็กที่สุดและเป็นเพียงอำเภอเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่มีภูเขา แต่มีจุดเด่น คือ ถนนสายต้นยาง ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีเรียงรายตลอดสองข้างทาง ความยาวของถนนเริ่มตั้งแต่เขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ไปจรดถึงเขตอำเภอเมืองลำพูน
สำหรับอำเภอสารภีแต่เดิมชื่ออำเภอยางเนิ้ง ตั้งเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.2434 คำว่ายางเนิ้งมาจาก "ต้นยาง" กับ "เนิ้ง" ซึ่งเป็นภาษาคำเมืองแปลว่า "โน้มเอน" พ.ศ.2470 "ท้าวพระยาขุน" พร้อมด้วยราษฎรได้เสนอ
ต่อ "อำมาตย์ตรีพันธุราษฎร" นายอำเภอในสมัยนั้น ขอให้เปลี่ยนชื่ออำเภอเสียใหม่ เนื่องจากไม่ไพเราะ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอสารภี" ซึ่งเป็นชื่อของตำบลหนึ่งในอำเภอ ซึ่ง "สารภี" เป็นชื่อของดอกไม้ มีสีเหลือง มีกลิ่นหอมมากทีเดียว
ปัจจุบันอำเภอสารภีมีการพัฒนาจนสภาพความเจริญเป็นเขตเมืองที่เชื่อมต่อกับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นอำเภอที่รองรับความเจริญของอำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อขยายไปยังจังหวัดลำพูน ด้วยเหตุนี้จึงมีประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่นรองจากอำเภอเมืองเชียงใหม่
ก็ว่าได้ เพราะมีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาทุกๆ ด้าน จนกลายเป็นอำเภอขนาดใหญ่ โดยมีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอสันกำแพง ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน และอำเภอหางดง ส่วนทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอหางดงและอำเภอเมืองเชียงใหม่
ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ณ ศูนย์เพิ่มศักยภาพการแปรรูปข้าวชุมชนครบวงจร หมู่ที่ 7 ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ก็พบว่า
มีชาวบ้านและข้าราชการในพื้นที่มาคอยต้อนรับคณะของเราอยู่ และในวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่มีการเปิดศูนย์เพิ่มศักยภาพการแปรรูปข้าวฯ อย่างเป็นทางการอีกด้วยครับ และภาพที่สะดุดตาคงจะหนีไม่พ้นของว่าง "ข้าวไรซ์เบอร์รี่หน้าปลาแห้ง" คล้ายๆ ข้าวเหนียวสังขยาหน้าปลาแห้งที่เราคุ้นตาคุ้นปากกันดี ซึ่ง "ข้าวไรซ์เบอร์รี่" ก็เป็นผลิตผลตัวหนึ่งของโครงการสร้างรายได้พัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน และวิสาหกิจชุมชนที่นี่อีกด้วย
   "สุกัญญา อธิปอนันต์" ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 ได้อนุมัติโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ จำนวน 3,052 ตำบล ในพื้นที่ 58 จังหวัด งบประมาณ 3,052 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนเกษตรกรช่วงฤดูแล้ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชุมชน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งในระยะยาว
         "ชาตรี บุนนาค" ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 6 เชียงใหม่ บอกว่า งบประมาณที่คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว จังหวัดเชียงใหม่ได้รับจัดสรรโครงการ 17 อำเภอ จำนวน 44 ตำบล เป็นเงิน 44 ล้านบาท โดยได้มอบหมายให้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ในการจัดประชุม เพื่อรวบรวมปัญหาความต้องการของแต่ละชุมชน เสนอผ่านการประชุมของคณะกรรมการ ศบกต.และคณะกรรมการ
บริหารโครงการระดับอำเภอในการตรวจสอบและพิจารณากลั่นกรองคัด
เลือกโครงการของชุมชนในวงเงินตำบลละไม่เกิน 1 ล้านบาท
"สุเทพ ทิพย์รัตน์" เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า สำหรับอำเภอสารภีนั้นได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานโครงการ จำนวน 7 โครงการ 4 ตำบล เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,086,970 บาท ประกอบด้วย ตำบลยางเนิ้ง จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 1 ล้านบาท, ตำบลท่าวังตาล จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 1 ล้านบาท, ตำบลหนองแฝก จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 994,662 บาท และตำบลชมภู จำนวน 2 โครงการ งบประมาณ 917,000 บาท เพื่อ
เป็นการประชาสัมพันธ์งานโครงการที่เป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล จึงได้กำหนดจัดพิธีเปิดโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลชมภู เพื่อเป็นตำบลนำร่องของอำเภอสารภี
"นิชการต์ โตเขียว" เกษตรอำเภอสารภี บอกว่า ส่วนใหญ่อำเภอสารภีเป็นพื้นที่ปลูกลำไยอันดับหนึ่ง ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นอันดับสอง มีพื้นที่ปลูกข้าว 3,025 ไร่ ซึ่งตำบลชมภู มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 300 ไร่ ซึ่งได้รวบรวมข้อมูล
การบริโภคข้าวของอำเภอสารภี และภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าปี 2557 ประชากรจังหวัดเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวมีการบริโภคข้าวกว่า 2.6 แสนตัน ซึ่งข้าวที่ผลิตในจังหวัดเชียงใหม่ไม่เพียงพอต่อการบริโภค โดยทางวิสาหกิจชุมชนของตำบลสารภีได้นำเสนอโครงการเพิ่มการผลิตข้าว และมีการอนุมัติงบประมาณการแปรรูปผลผลิตข้าวให้กับศูนย์เพิ่มศักยภาพการแปรรูปข้าวชุมชนครบวงจรตำบลชมภูไปแล้ว
ขณะที่ "วรกิตติ ศรีทิพากร" นายอำเภอสารภี บอกว่า คณะรัฐบาลและคสช.ได้มอบให้คณะทำงาน
ได้ดำเนินโครงการให้เป็นไปตามนโยบายที่เร่งด่วน และเร่งปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมกับติดตามและรายงานความคืบหน้าในผลสำเร็จของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติเป็นโครงการที่ชุมชนช่วยกันคิด และเป็นความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะเกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "ชมพูทิพย์ เตือนใจ" ประธานศูนย์เพิ่มศักยภาพการแปรรูปข้าวชุมชนครบวงจรตำบลชมภู บอกว่า ตำบลชมภู
มีพื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุดของอำเภอสารภี โดยมีเกษตรกรปลูกข้าวจำนวน 125 ครัวเรือน ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้นำข้าวของเกษตรกรไปแปรรูปขายเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ลดลง เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น โครงการนี้จึงเกิดจากแนวคิดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการนำข้าวมาแปรรูปขาย และบริโภคภายในชุมชนและภายนอกชุมชน ส่วนการจำหน่ายก็มีการขายในจังหวัดเชียงใหม่ และส่งมาขายที่กรุงเทพฯ ซึ่งทางกลุ่มเห็นว่าข้าวที่เหมาะสมสำหรับการตลาดในช่วงนี้ คือ ข้าวเพื่อสุขภาพ อาทิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง และข้าวแดง เพราะปัจจุบันเป็นข้าวที่กำลังนิยมบริโภคอย่างมาก และราคาดี จึงได้ทดลองผลิตและนำออกจำหน่ายมาระยะหนึ่งแล้ว โดยโครงการนี้เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรในตำบลชมภูสามารถเพาะปลูกข้าวต่างๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการสร้างรายได้ในอนาคตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน...!!!
"นายตะลอน"
************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น