วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เชียงดาวโกยเงินมะม่วง วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง

           "ชียงดาว" เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะภูมิประเทศถูกปกคลุมด้วยภูเขาสูง และยังเป็นที่ตั้งของ "ดอยหลวงเชียงดาว" ที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ซึ่งมีความสูง 2,275 เมตรจากระดับน้ำทะเล
          ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเชียงดาว โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศกล่าวขานถึงความงดงามของดอยหลวงฯ แห่งนี้กันอยู่บ่อยๆ แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของอำเภอเชียงดาวก็คือ ภายหลังจากผลผลิตมีราคาตกต่ำ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงดาวจึงเปลี่ยนยอดต้นมะม่วงให้เป็นมะม่วงเศรษฐกิจที่มีราคาสูง และมีความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ มะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง มันขุนศรี และมหาชนก ซึ่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสามารถทำเงินได้ปีละ
ประมาณ 126 ล้านบาท ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวครับ
ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อศึกษาดูงานการพัฒนามะม่วงเพื่อส่งออก ที่ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร บ้านปางเฟือง หมู่ที่ 2 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่สวนมะม่วงของ "สุวิทย์ อุททาเศษ" ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนามะม่วงเพื่อชุมชนบ้านปางเฟือง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา ณ ศูนย์เรียนรู้ฯ
แห่งนี้ ภาพที่อยู่เบื้องหน้า คือ มะม่วงเหลืองอร่าม ผลใหญ่มาก ห้อยอยู่ตามกิ่งต้นมะม่วงตลอดสองข้างทางที่เดินเข้าไปข้างในของสวน แม้อุณหภูมิของโลกในวันนั้นจะร้อนอบอ้าว จนหลายคนที่ไปในวันนั้นออกอาการเพลียแดดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็นับว่าโชคดีที่ใบไม้จากต้นมะม่วงในสวนแห่งนี้ช่วยสร้างร่มเงาให้ร่มรื่นและคลายความร้อนไปได้บ้างครับ
"คุณสุวิทย์" บอกว่า สวนมะม่วงของตนเองมีพื้นที่ปลูก 45 ไร่ แยกปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจำนวน 35 ไร่ และปลูกมะม่วงมันขุนศรีอีก 10 ไร่ โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่
ปี 2550 ต่อมาได้รวมกลุ่มสมาชิกจำนวน 14 คน ที่ปลูกมะม่วงเศรษฐกิจด้วยกัน คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มันขุนศรี และมหาชนก และได้ไปขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนามะม่วงเพื่อคุณภาพส่งออกปี 2552 กับสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงดาว ซึ่งระหว่างปี 2554-2555 ช่วงนั้นต้องนำผลผลิตไปจำหน่ายที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากผลผลิตที่ได้ยังไม่มากพอที่พ่อค้าจะมาเปิดจุดรับซื้อ จนกระทั่งปี 2556 ผลผลิตมะม่วงของอำเภอเชียงดาวเริ่มให้ผลผลิตมากขึ้น ตนเองและคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ ได้ไปติดต่อพ่อค้าให้มาตั้งจุดรับซื้อมะม่วงเพื่อส่งออกในพื้นที่อำเภอเชียงดาว โดยพ่อค้าหลังจากรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรแล้ว ก็จะส่งไปจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และรัฐเซีย เป็นต้น
"ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนามะม่วงฯ" บอกด้วยว่า นอกจากสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงดาวได้สนับสนุนความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตแล้ว ตนเองยังได้ศึกษาองค์ความรู้เรื่องการ
ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากแหล่งต่างๆ แล้วนำไปถ่ายทอดให้สมาชิกในกลุ่มได้นำไปพัฒนาต่อยอดผลผลิตมะม่วงไปพร้อมกันด้วย จนตนเองได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรต้นแบบ หรือสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) เรื่องการผลิตมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกของอำเภอเชียงดาว
"โอฬาร พิทักษ์" อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า การพาสื่อมวลชนมาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ เพราะอยากให้สื่อสารไปถึงพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศให้รู้ถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตรว่ามีสิ่ง

ต่างๆ ที่ดีในภาคการเกษตร การทำเกษตรที่ดีจะสร้างความเชื่อมั่นภาคการเกษตรให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งการส่งออกมะม่วงเศรษฐกิจไปขายยังต่างประเทศในช่วงระยะหลังๆ การขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น มะม่วงของไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยปีล่าสุดการส่งออกมะม่วงที่ประเทศเกาหลีเริ่มโตขึ้นมาเกือบจะเท่าๆ ตลาดญี่ปุ่น โดยช่วงปี 2555 ถึงปี 2556 มียอดการส่งออกกว่า 2 พันล้านบาท พอมาถึงปี 2557 มีตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 3 พันล้านบาท ถือเป็นดัชนีที่ดี เพราะการส่งออกมะม่วงมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น



          อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกด้วยว่า ปัจจุบันการส่งออกมะม่วงเศรษฐกิจของไทยจะส่งไปที่ตลาดญี่ปุ่น จีน และเกาหลีค่อนข้างมาก ส่วนการแปรรูป อาทิ น้ำมะม่วง ฯลฯ จะมีการส่งออกไปถึงตลาดสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฯลฯ โดยตลาดในแถบเอเชียจะมียอดจำหน่ายมากกว่าตลาดในยุโรป และอเมริกา เนื่องจากคนในแถบเอเชียจะนิยมบริโภคมะม่วง หรือผลไม้ต่างๆ มากกว่า
หลังจากเดินชมสวนมะม่วง พร้อมๆ กับเก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆ จนพอสมควรแล้ว
              ผมก็มีโอกาสมาตะลอนฯ ดูงานที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรแปรรูปดอยหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามา ณ ที่ทำการแห่งนี้ ก็พบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากมะม่วงมากมาย อาทิ น้ำมะม่วงมหาชนก ไวน์มะม่วงมหาชน มะม่วงแผ่นมหาชนก และซอสมะม่วงมหาชนก ซึ่งเป็นสินค้าตัวใหม่ล่าสุด ฯลฯ
  "สุพิน วงศ์ไชย" ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรแปรรูปดอยหลวง บอกว่า มะม่วงมหาชนกมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือเป็น
มะม่วงที่มีกลิ่นหอมแรง และมีสีสวยสะดุดตา มีคุณประโยชน์ทางด้านอาหารสูง เมื่อนำมาแปรรูปมีกลิ่นหอม สีเหลืองอมส้มน่ารับประทาน ส่วนกลุ่มเกษตรกรแปรรูปดอยหลวง เกิดจากการรวมกลุ่มกันหลังจากพืชผลทางการเกษตรล้นตลาด รวมถึงมะม่วงพันธุ์มหาชนก ที่มีการปลูกกันมากในพื้นที่เขตอำเภอเชียงดาว ขณะที่การตลาดได้มีการออกร้านขายของในเทศกาลงานต่างๆ ซึ่งทำให้กลุ่มประสบความสำเร็จ เพราะการรวมตัวกันของคนในชุมชน ร่วมกันจัดกิจกรรมตามวาระต่างๆ ก่อให้เกิดความสามัคคี ทำให้สมาชิกในกลุ่มมีอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" กลไกอันหนึ่งที่จะประคองเรื่องการตลาดพืชผลทางการเกษตรได้ ซึ่ง "อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร" ย้ำว่า คือ การรักษา หรือการแปรรูป เพราะถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าสามารถสร้างสินค้าได้จากกลุ่มรากหญ้า หรือเกษตรกรรายย่อยจริงๆ เกษตรกรจะมีความมั่นคงที่สูงขึ้นตามด้วย โดยสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรแปรรูปดอยหลวงก็ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเช่นเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรรมใหญ่ๆ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการดูแล ทำงานเป็นทีมที่ดี และสังคมเกษตรกรนั้น เริ่มมีการเติบโตมากขึ้น เมื่อชุมชนเข้มแข็ง ก็สามารถดูแลตนเองได้...!!!
                              "นายตะลอน"
**************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น