วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

เสน่ห์ดอยสะเก็ด เที่ยวเกษตร-ดูของโบราณ

           "อยสะเก็ด" อาจกล่าวได้ว่าเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติเก่าแก่และยาวนาน และแตกต่างไปกว่าอำเภออื่นๆ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ซึ่งตำนานความเชื่อของคนโบราณ คือ "ดอยสะเด็น" เป็นที่มาของชื่อ "ดอยสะเก็ด" ที่คนโบราณเรียกตามลักษณะของภูมิประเทศ ที่ตั้งของอำเภอ ตามที่ตามองเห็น เพราะ "ดอยสะเก็ด" เป็นอำเภอที่มีภูเขา มี "ดอย" ลูกหนึ่งที่ตั้งอยู่เพียงลูกเดียวไกลกว่าเทือกเขาอื่นๆ ส่วน "สะเด็น" เป็นที่ตั้งของ "วัดดอยสะเก็ด" ในปัจจุบัน และศูนย์กลางของอำเภอดอยสะเก็ดก็ได้ตั้งอยู่เชิงภูเขาลูกนี้
          ส่วนอีกอันหนึ่งก็เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อ "ดอยสะเก็ด" ก็คือ "ดอยเส้นเกศ" และ "ดอยสระเกล็ด" ที่เล่าขานสืบต่อกันมา "องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ได้แสดงปาฏิหาริย์ปรากฏเป็นกายทิพย์ที่ดอยแห่งนี้ แล้วทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีสว่างเจิดจ้าไปทั่ว ขณะนั้นเองมี "พญานาค" คู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในหนองบัวบังเกิดความเลื่อมใส จึงได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มและหญิงสาว พร้อมนำดอกบัวไปถวาย "พระพุทธองค์" จึงแสดงธรรมโปรด และได้ประทาน "เส้นพระเกศา" แก่ "พญานาค" ที่แปลงคู่นั้น
เพื่อเก็บไว้บูชา ซึ่ง "พญานาค" ได้สร้างเจดีย์ประดิษฐานเส้นพระเกศาไว้บนภูเขาลูกนี้ และเรียกภูเขาลูกนี้ว่า "ดอยเส้นเกศ" ต่อมาคำว่า "ดอยเส้นเกศ" ได้เรียกเสียงเพี้ยนเป็นคำว่า "ดอยสะเก็ด" และอีกความเชื่อที่เกี่ยวกัน คือ "พญานาค" ได้ลอกคราบ หรือทำความสะอาดตัวอยู่บนภูเขา และมีผู้พบเห็น จึงได้เรียกภูเขาลูกนี้ว่า "ดอยสระเกล็ด" คำว่า "สระ" มีความหมายว่า "ไซ้" หรือทำความสะอาด ส่วนคำว่า "เก็ด" หมายถึง "เกล็ดพญานาค" นั่นเอง
    ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อำเภอ
ดอยสะเก็ด ซึ่งอำเภอแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย แถมยังเป็นอำเภอที่มีแหล่งโบราณสถาน และโบราณวัตถุมากมาย มีสถานที่หลายแห่งที่มีความสำคัญ อาทิ "วัดหลวงหนองงู" หมู่ที่ 6 บ้านห้วยอ่าง ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าไปสำรวจและพบกับซากวัดร้าง ซากโบราณสถาน โบราณวัตถุ จำนวนมาก ทั้งเศษกระเบื้องมุงหลังคา แนวผนังก่ออิฐ  เนินสถานโบราณขนาดเล็ก บ่อน้ำโบราณ ขวานหิน ซากเจดีย์ ซากโอ่งโบราณ
ตะปูเหล็กขนาดยาว ก้อนอิฐอักษรโบราณ อักษรฟักขาม และพบเหมืองแร่เหล็กโบราณบริเวณยอดเนินเขาอีกด้วย
โดยจากข้อมูลการสำรวจโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีในพื้นที่พบว่าเป็นวัดร้างตกสำรวจ มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มวัดอรัญญิกที่พบเชิงดอยสุเทพ กลุ่มวัดอุโมงค์เถรจันทร์ วัดพระธาตุแสงจันทร์ วัดฤษีชีวกะ วัดพระนอน กู้ผีบ้า ซึ่งสอดคล้องกับลายปูนปั้นที่ประดับท้องไม้ของเจดีย์องค์หนึ่ง และบางส่วนเป็นลายกรอบช่องกระจก นิยมประดับไว้บริเวณท้องไม้ของเจดีย์
ดังนั้น โบราณสถานทั้งหมดนี้จึงอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 มีอายุกว่า 500 ปี ปัจจุบัน "วัดหลวงหนองงู" ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณคดีที่ทรงคุณค่าในพื้นที่แห่งหนึ่งของอำเภอดอยสะเก็ดก็ว่าได้ครับ
  นอกจากนี้ "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้" ยังตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ดนี้ด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เพื่อศึกษาด้านการพัฒนาป่าไม้และด้านการเกษตรที่เหมาะกับบริเวณต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ รวมทั้งการศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ ปศุสัตว์และโคนม ประมง งานปลูกหญ้าแฝก และการดำเนินงานหมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาได้เป็นอย่างดี
 ที่สำคัญ หากมีโอกกาสมาเยือน "ดอยสะเก็ด" คงต้องแวะมาชมความงามทิวทัศน์ที่สวยงามของ "เขื่อนแม่กวงอุดมธารา" ที่บ้านวังธาร ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2508 และก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2535 "เขื่อนแม่กวงอุดมธารา" มีความจุขนาด 263 ล้านลูกบาศก์เมตร ตัวเขื่อนสูง 73 เมตร ยาว 610 เมตร ถือเป็นเขื่อนที่มีทิวทัศน์และลักษณะสวยงามตามธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง ด้านการชลประทาน "เขื่อนแม่กวงอุดมธารา" สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทานที่เปิดใหม่ได้ 100,250 ไร่ และยังส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตโครงการแม่กวงเดิมอีกจำนวน 74,750 ไร่ รวมพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 175,000 ไร่ ในฤดูฝนสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ประมาณ 126,823
ไร่ ส่วนในฤดูแล้งอีกประมาณ 87,500 ไร่
  ส่วนด้านการบรรเทาอุทกภัย ลำน้ำแม่กวงยังเป็นลำน้ำสาขาใหญ่สาขาหนึ่งของแม่น้ำปิง ก่อนการก่อสร้างเขื่อนแม่กวงอุดมธารานั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำไหลหลากจากลำน้ำแม่กวง และเกิดอุทกภัย ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายทุกปี เมื่อมีอ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธาราแล้ว สามารถเก็บกักน้ำที่ไหลหลากจากพื้นที่รับน้ำฝนเหนืออ่างเก็บน้ำ จำนวน 567 ตารางกิโลเมตร ไว้เป็นการป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยให้กับบริเวณดังกล่าวได้อย่างดี ด้านการประปาและ
อุปโภค-บริโภค "เขื่อนแม่กวงอุดธารา" ยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค สามารถส่งน้ำให้แก่การประปาสุขาภิบาล ในเขตอำเภอดอยสะเก็ด สันทราย สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ปีละ 1,500,000 ลูกบาศก์เมตร และส่งน้ำให้โรงงานอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน อีกประมาณ 3,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
สำหรับด้านการประมง อ่างเก็บน้ำเหนือ "เขื่อนแม่กวงอุดมธารา" ซึ่งมีสภาพเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ได้ใช้เป็นแหล่งเพาะ
และบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำ จนกลายเป็นแหล่งประมงที่สำคัญของจังหวัดชียงใหม่อีกแห่งหนึ่ง โครงการชลประทานแม่กวงได้ขอพันธุ์ปลาน้ำจืดมาปล่อยในอ่างเก็บน้ำตั้งแต่ พ.ศ.2536 ปลาที่นำมาปล่อยนี้นอกจากจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับชาวบ้านในท้องถิ่นแล้ว ชาวบ้านยังได้ทำการประมงเป็นอาชีพเสริมอีกด้วย ส่วนด้านการท่องเที่ยว จากสภาพภูมิประเทศบริเวณอ่างเก็บน้ำที่มีความสวยงามด้วยตัวเขื่อนขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นหุบเขาสูง มีอ่างเก็บน้ำเสมือนทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยทิวเขาและป่าเขียวขจี ในยามเช้าจะมีเมฆหมอก
สีขาวคล้ายปุยฝ้ายลอยตัวปกคลุมทั่วท้องน้ำ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอดอยสะเก็ดอีกด้วย
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสลงพื้นที่หมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่าชาวบ้านได้ยึดหลักตามแนวภูมิปัญญาท้องถิ่น และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ได้ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการกับเกษตรกร เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ อาทิ การเกษตรแผนใหม่ การปลูกพืชแบบหมุนเวียน การสั่งสมสารอาหารในดินเพื่อปลูกพืชชนิดต่อไป การให้ความรู้แก่เกษตรกรเมื่อมีการปลูกพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ ทำให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน และได้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นที่น่าพอใจ...และหากใครได้มาเยือน "ดอยสะเก็ด" ซึ่งอำเภอแห่งนี้มีเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณคดีที่ทรงคุณค่าจริงๆ...!!!
                        "นายตะลอน"
***********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น