วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อส.ชายแดนใต้ ฝึกเพิ่มเขี้ยวเล็บ

        วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน (อส.) และวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันครบรอบ 61 ปี กองอาสารักษาดินแดน "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" รมว.มหาดไทย ในฐานะ "นายกองใหญ่" กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี โดยมี "นายกองเอกกฤษฎา บุญราช" อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน นำข้าราชการฝ่ายปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนให้การต้อนรับ นอกจากนี้ "พล.อ.อนุพงษ์" ยังมอบโล่ห์รางวัลให้กับ อส. ณ สโมสรกองทัพบก อีกด้วย
          ในสมัยโบราณยุคก่อน พ.ศ.2454 เมื่อเกิดภาวะสงครามจะมีราษฎรที่ไม่ใช่ทหารรวมตัวกันต่อสู้กับข้าศึกเพื่อรักษาแผ่นดิน อาทิ สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศึกบางระจัน ชาวบ้านบางระจันที่ไม่ใช่ทหารพยายามต่อสู้กับพม่าจนสิ้นกำลัง ประมาณ พ.ศ.2308-2309 สมัยการสู้รบที่เมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต คุณหญิงจันและนางมุก หรือท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร สมัยกู้อิสรภาพเมืองนครราชสีมา โดยการนำของคุณหญิงโม หรือท้าวสุรนารี

           สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากองเสือป่าขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 เป็นกองพลอาสาสมัครเพื่ออบรมข้าราชการและประชาชนให้รู้จักรักชาติ รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติระยะตั้งแต่ พ.ศ.2454-2487 มีความพยายามที่จะจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาขึ้นให้เป็นระบบ ทั้งในยามปกติและสงคราม มีการนำแนวคิดจากต่างประเทศมาใช้หลังจากมีการจัดตั้งกองเสือป่าขึ้น สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายก
รัฐมนตรี ได้มีพระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ พ.ศ.2481 และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ.2484 ขึ้น เพื่อฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการที่จะป้องกันรักษาประเทศชาติในเวลาสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
กระทั่ง พ.ศ.2497 ถึงปัจจุบัน ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 ทำให้การดำเนินการด้านพลเรือนอาสามีรูปแบบและระบบที่
ชัดเจน ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน
ผมหยิบยกเรื่องราวของ "อาสารักษาดินแดน" หรือ อส. มาเขียนถึง เพราะจำได้ว่าครั้งหนึ่งจะเรียกว่าควันหลงก็ได้น่ะ ช่วงที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะของกรมการปกครอง เพื่อดูความพร้อมของ อส. ในการรับภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีโอกาสไปเยี่ยมชมการฝึก อส.จำนวน 900 นาย ที่กอง
กำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายท่านมุก (หน่วยฝึก ตชด.) อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่ง อส.แม้จะได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีการรบต่างๆ จากที่โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ กองทัพบก อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้วก็ตาม แต่เพื่อให้ อส.มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องมาฝึกเพิ่มเติมอีก
นอกจากนี้ คนที่จะเข้ามาเป็น อส.จะต้องเป็นคนในพื้นที่หรือในตำบลนั้นเท่านั้น ซึ่งการขอเพิ่มอัตรากำลัง อส.ลักษณะนี้ จึงถือเป็นการหาแนวร่วม โดยมีเงินค่า
ตอบแทนให้ เพราะมีการตั้งงบประมาณเบิกจ่ายตรง และแต่ละรุ่นจะได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีการรบต่างๆ และการใช้อาวุธชนิดต่างๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ฝ่ายปกครองในการรองรับภารกิจต่อจากฝ่ายทหารที่ค่อยๆ ถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่สถานการณ์เบาบาง หรือพื้นที่สีเขียว แล้วให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก และมีทหารเป็นหน่วยสนับสนุน
ครั้งนั้น "พ.ต.อ.สถาพร แก้วสนิท" ผู้กำกับการ 9 กอง
บังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในฐานะเป็นผู้ดูและและควบคุมการฝึก อส.ดังกล่าว บอกว่า นอกจากการฝึกยุทธวิธีให้กับ อส.แล้ว ทาง ตชด.ก็ยังเพิ่มเติมเรื่องของหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหลักสำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงาน และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าผู้เข้ารับการฝึกจะได้นำเอาความรู้ ความชำนาญไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงาน และนำความ
สันติสุขสู่พื้นที่ ซึ่งการฝึกแต่ละสถานีเราได้วิเคราะห์ และนำมาประยุกต์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกนำไปปฏิบัติ สิ่งไหนที่จะต้องใช้มากในการปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน เราก็จะจำลองสถานการณ์ตรงนั้นมาเป็นสถานีฝึก และจะใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริงๆ ทั้งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด วิธีการตรวจค้นรถ ค้นบุคคล การปิดล้อมเป้าหมาย การซุ่มโจมตี ทั้งแนวรุกและแนวรับ
         สอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้บริหารในส่วนยุทธการและการข่าว กองบัญชาการอาสารักษาดินแดน กรมการปกครองว่า การฝึก อส.เพื่อเตรียมพร้อมรับภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากสมาชิก อส.ภาคใต้ถือเป็นกำลังหลักของฝ่ายปกครอง มีภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดย อส.จะต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ อส.ชุดใหม่เข้ารับการอบรมในโครงการฝึกทบทวนยุทธวิธีที่หน่วยฝึก ตชด. ค่ายท่านมุก เพื่อเป็นการเพิ่มพูน
ศักยภาพและขีดความสามารถของ อส. เพื่อทำให้ อส.เรียนรู้ยุทธวิธีต่างๆ อาทิ การตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย และยาเสพติด, การเผชิญเหตุในการปะทะกันด้วยอาวุธปืน, การปิดล้อมพื้นที่ ฯลฯ จากครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเพิ่มทักษะและความมั่นใจให้กับสมาชิก อส.ในการปฏิบัติหน้าที่
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครั้งนั้น ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำกองร้อย อส.ที่ 8. อ.เทพา จ.สงขลา คนหนึ่งที่เข้ารับการฝึกที่ค่ายแห่งนี้ โดย อส.นายนี้ บอกว่า จากการฝึกครั้งนี้
ถือว่าได้ความรู้หลายเรื่อง และเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งวิธีป้องกันตัว การตั้งด่าน การสกัด อาทิ การถูกแย่งปืนจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือแย่งปืนคนร้ายจะทำอย่างไร กรณีถูกซุ่มโจมตีป้องกันตัวอย่างไร ฯลฯ และจากการเข้ารับการฝึกที่ค่ายแห่งนี้ ตนก็พร้อมที่จะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จริง และอยากจะเชิญชวนพี่ๆ น้องๆ ที่รักประเทศชาติ อยากให้เข้ามาเป็น อส. เพื่อดูแลพื้นที่ถิ่นเกิดและประเทศของเรา ดีกว่าไปติดยาเสพติด เพราะปลายด้ามขวานของเรากำลังมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้น...
              ครั้งนั้นการฝึก อส.จึงเปรียบเสมือนการเสริมเขี้ยวเล็บ อส.ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนกำลังหลักอย่างทหารและตำรวจ เพื่อดูแลความสงบจังหวัดชายแดนใต้...!!!
             นวย เมืองธน
*********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น