วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แม่น้ำโขงปลอดภัย 4 ชาติลุยยาเสพติด

            "แม่น้ำโขง" ถือเป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านพื้นที่ 6  ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน, เมียนมา, สปป.ลาว, ไทย. กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งมีเส้นทางลำน้ำโขงหลายช่วงที่ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางช่วงที่แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศจีน, เมียนมา, สปป.ลาว, และไทย 
          ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในลุ่มน้ำโขงแถบนี้ จากข้อมูลพบว่าเส้นทางลำน้ำโขงแถบนี้ ขบวนการค้ายาเสพติดได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด และส่วนใหญ่จะซุกซ่อนยาเสพติดมากับเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติจีน และสปป.ลาว โดยจะแวะรับยาเสพติด ที่ท่าเรือสบหลวย อยู่ในเขตปกครองพิเศษที่ 4 เมืองลา รัฐฉาน ของชนกลุ่มน้อย พันธมิตรเมืองลา (NDAA) ที่มีการเจรจาหยุดยิงกับทหารเมียนมา ก่อนจะนำยาเสพติดมาส่งที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ฝั่งสปป.ลาวหรือเมียนมา ก่อนจะลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทย
  ช่วงกลางๆ เดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย หรือ Safe Makong Coordination Center (SMCC) ณ ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ตำบลช้างเผือก อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี "พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" รมว.กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ พร้อมด้วย "เพิ่มพงษ์ เชาวลิต" เลขาธิการป.ป.ส. "อัน กว๋าจุน" รองเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติ ประเทศสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน "บุนปอน สิริวง" รองเลขาคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว และพ.ต.อ.มิ้น เต็ง รองเลขาธิการร่วมคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด เมียนมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีเปิดศูนย์ดังกล่าวด้วย
"พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" รมว.กระทรวงยุติธรรม บอกว่า ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย จัดตั้งขึ้นโดยสานต่อการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศในโครงการปฏิบัติการสืบสวนร่วมต่อต้านเครือข่ายการค้ายาเสพติดตาม
ลุ่มน้ำโขงภายใต้ชื่อ "ปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ระยะที่  2" มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการข่าวสำหรับ 4 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ประเทศจีน, ลาว, เมียนมา, และไทย ในการรวบรวมข้อมูลยาเสพติดของแต่ละประเทศและระหว่างประเทศ สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นเวทีในการระดมสมองเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติและประสานข้อมูลในทางลับเพื่อสกัดกั้นจับกุมนักค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดผ่านประเทศสมาชิกและนำไปสู่การทำลายแหล่ง
ผลิตต้นตอของขบวนการให้ได้ในที่สุด ซึ่งรัฐบาลของมิตรประเทศทุกประเทศได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนประเทศไทยในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งความร่วมมือแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ทุกประเทศมีร่วมกันในภูมิภาค แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของทุกประเทศตระหนักถึงปัญหายาเสพติดระหว่างประเทศ และเอาใจใส่ร่วมมือกับประเทศอื่นอย่างเต็มที่ เพื่อกำจัดวงจรปัญหายาเสพติดในภาพรวม
"รมว.กระทรวงยุติธรรม" บอกอีกว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"
นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในความร่วมมือกับมิตรประเทศเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และการดำเนินการต่อพื้นที่ปัญหาร่วมอย่างพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญแหล่งหนึ่งของโลกมาเป็นเวลานาน การที่ปัญหายาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำคงอยู่ต่อเนื่องมาหลายสิบปีไม่ใช่เพราะการละเลย แต่เป็นเพราะความซับซ้อนของปัญหาในพื้นที่ และภูมิประเทศที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของทุกประเทศ ซึ่งไม่มีประเทศใดที่จะสามารถเอาชนะปัญหายาเสพติดได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของทุกประเทศ
"ประเทศไทยหวังอย่างยิ่งที่จะได้รับความร่วมมือของทั้ง 4 ประเทศ ภายใต้แผนปฏิบัติการนี้ มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนช่วยเหลือสิ่งจำเป็นต่างๆ ต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับทุกประเทศ เพื่อจะทำให้ภูมิภาคนี้หมดสิ้นภัยของปัญหายาเสพติด และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย" รมว.กระทรวงยุติธรรม กล่าว
          "เพิ่มพงษ์ เชาวลิต" เลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า "ปฏิบัติการแม่โขงปลอดภัย ระยะที่ 2 นี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากความสำเร็จของโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย ระยะที่ 1 ในปี 2556 ซึ่งมีหน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของจีนเป็นเจ้าภาพ จัดตั้งศูนย์ประสานงานปฏิบัติการในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และปัญหายาเสพติดนั้นไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพังประเทศเดียว จำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจากการดำเนินงานของปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยในปี 2556 สามารถลดปัญหายาเสพติดได้ ทุกประเทศเห็นตรงกันว่าควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้







สามารถหยุดยั้งปัญหายาเสพติดในภูมิภาคนี้ได้อย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย
ระยะที่ 2 กำหนดให้มีการปฏิบัติการระหว่างวันที่ 12 มกราคม-12 มีนาคม 2558 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพหลักปฏิบัติการร่วมกับจีน, สปป.ลาว, และเมียนมา โดยสำนักงาน ป.ป.ส.จะเป็นผุ้รับผิดชอบหลักร่วมกับกระทรวงมหาไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และกองทัพเรือ โดยดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ขึ้นเพื่อประสานงานปฏิบัติการทั้งในประเทศไทยและเปิดศูนย์ติดต่อกับ
หน่วยงานประเทศร่วมปฏิบัติการ ซึ่งทุกประเทศร่วมปฏิบัติการจะส่งผู้แทนมาประจำประเทศละ 2 นาย เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.
         เลขาธิการ ป.ป.ส. บอกด้วยว่า สำหรับมาตรการตามแผนปฏิบัติการจะมีการบูรณาการหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการตามภารกิจและพื้นที่รับผิดชอบ 6 ภารกิจ คือ 1. การตั้งจุดตรวจ และจุดสกัด  2.การปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ชายแดน 3.การลาดตระเวนทางน้ำและทางบกตามลำน้ำโขง โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญ 4.การลาดตระเวนทางน้ำ



ในเวลาเดียวกันให้สอดรับกันทั้ง 4 ประเทศ 5.การสืบสวนหาข่าวและปฏิบัติการต่อกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ชายแดน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติด 6.การติดตามบุคคลตามหมายจับโดยดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ การเร่งรัดติดตามบุคคลตามหมายจับที่หลบหนีอยู่ภายในประเทศ และการเร่งรัดติดตามบุคคลตามหมายจับที่หลบหนีนอกประเทศ
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "แม่น้ำโขง" นอกจาก จะเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดแล้ว ยังมีการลักลอบลำเลียง

สารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาบ้า โดย

เฉพาะคาเฟอีน ครั้งละหลายร้อยกิโลกรัม ผ่านทางเรือจาก สปป.ลาว ซึ่งนำมาจากเวียดนาม เข้าไปยังแหล่งผลิตในเมียนมา ซึ่งก่อนหน้านี้ มีข้อมูลว่าในปี 2556  มีคดีที่น่าสนใจอยู่ 2 คดี คือ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2556 มีการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ขนคาเฟอีนน้ำหนัก 524 กิโลกรัม  โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า รับของกลางดังกล่าวมาจากบ้านเชียงลาบ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และลำเลียงข้ามน้ำโขงมาจากเมืองเชียงกก แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ตรงข้ามกับท่าเรือเชียงลาบ ก่อนส่งไปยังแหล่งผลิตยาเสพติดใน จังหวัดเมืองสาด รัฐฉาน...วันนี้ "ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย"  จึงเป็นอีกมิติหนึ่งของประเทศแถบลุ่มน้ำโขง ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการปราบปรามยาเสพติด...!!!
นวย เมืองธน
******************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น