วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

ล่องเรือชมสวน คลองมหาสวัสดิ์

           "คลองมหาสวัสดิ์" หรือ "คลองขุดมหาสวัสดิ์" ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ถือเป็นคลองประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าฯ ให้ขุดเพื่อเป็นเส้นทางเสด็จฯ ไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ใช้เวลา 5 ปีจึงขุดเสร็จ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2398-2403 
             "คลองขุดมหาสวัสดิ์" มีความยาวจากกรุงเทพฯ ถึงแม่น้ำท่าจีน 28 กิโลเมตร "คลองมหาสวัสดิ์" นอกจากจะเป็นคลองที่มีประวัติศาสตร์สำคัญแล้ว ประชาชนริมฝั่งคลองยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมและทำการเกษตรกรรม ได้แก่ ไม้ผล, พืชผัก, ไม้ดอกไม้ประดับ รวมทั้งทัศนียภาพเป็นธรรมชาติ สวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรรูปอาหารจากผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยการล่องเรือชมสวนเลียบคลอง
มหาสวัสดิ์ เกิดจากแนวคิดการนำวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ทำอยู่เป็นกิจวัตรมาผสานกับ "ทุนธรรมชาติ" ที่มีอยู่ คือ ทรัพยากรด้านการเกษตร การทำสวน ทำไร่ ไถนา ที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ทำสืบเนื่องมาจนถึงรุ่นลูกหลานมาผสมผสานกับสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่
ผมหยิบยกเรื่องราวของ "คลองมหาสวัสดิ์" และวิถีชีวิตชาวบ้านชุมชนริมคลองประวัติศาสตร์แห่งนี้มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
"ล่องเรือ...ชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์" ณ จุดต้อนรับท่องเที่ยวเชิงเกษตร บริเวณวัดสุวรรณาราม ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อช่วงต้นๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ม.ค.) ซึ่งมี "โอฬาร พิทักษ์" อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานครั้งนี้ โดยมีหน่วยงานของจังหวัดนครปฐม การท่องเที่ยว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก
"โอฬาร พิทักษ์" อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น
เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญ และในปี 2558 รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นปีท่องเที่ยว "วิถีไทย" และเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันในการรณรงค์การท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น เป้าหมายหนึ่งของการท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น มีรายได้มั่นคง ซึ่งรูปแบบรายได้สามารถดำเนินการได้หลากหลาย ไม่ใช่การนำผลผลิตจากการเกษตรมาจำหน่ายอย่างเดียว ทางกรมส่งเสริมทางเกษตรในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาลให้เป็นหน่วยงานในพื้นที่ร่วม
กับทางจังหวัดนครปฐมและหน่วยงานต่างๆ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้เกิดรายได้ที่มั่นคงกับเกษตรกรในพื้นที่ เพราะการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในท้องถิ่น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี มีส่วนสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรและชุมชน อีกทั้งยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเกิดการเรียนรู้และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย
  "อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร" บอกอีกว่า เหตุผลที่เลือกแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองมหาสวัสดิ์ในการจัดงานประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร "ล่องเรือชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์" นั้น สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2540 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตการเกษตรที่จะนำมาสู่ความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม ควบคู่กันไป โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทยพัฒนาพื้นที่ริมคลองมหาสวัสดิ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวล่องเรือชมสวนคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างมากมายและต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2554 ได้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรจึงซบเซาลงไปมาก แต่ก็ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรู้ว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองมหาสวัสดิ์นั้นมีอะไรบ้าง และยังเป็นช่องทางการส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร นอกเหนือจากการนำ
ผลผลิตจากสวนไปขายให้พ่อค้าคนกลางอีกด้วย              
"บรรลือ สง่าจิตร" ปลัดจังหวัดนครปฐม บอกว่า จังหวัดนครปฐมเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน มีความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ ซึ่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น ถือว่ามีความสำคัญกับชาวนครปฐม โดยเฉพาะ "การล่องเรือชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์" และจังหวัดนครปฐมหวังว่าการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ชุมชนต่างๆ ของจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง
         สำหรับจุดแรกเรานั่งเรือยนต์จากท่าเทียบเรือวัดสุวรรณาราม ล่องไปตามลำคลองมหาสวัสดิ์ มุ่งหน้าสู่ "นาบัวลุงแจ่ม" เพื่อชมนาบัวหลวงตัดดอก เรียนรู้การทำนาบัว พายเรือเก็บบัวกลางบึง และเรียนรู้การพับกลีบดอกบัว เดิมพื้นที่ที่ปลูกบัวเคยเป็นที่ทำนาปลูกข้าวมาก่อน แต่ด้วยปัญหาเรื่องราคาข้าว ทางครอบครัว "ลุงแจ่ม" จึงตัดสินใจหันมาทำนาบัวแทน
       จากพื้นที่ที่เคยทำนาข้าวจำนวน 15 ไร่ ปรับเปลี่ยนทำเป็นนาบัวตัดดอกขาย เพราะเห็นว่าการทำ
นาบัวนั้นคล้ายกับการทำนาข้าว แต่จะดูแลไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาปลูกไม่นานก็เห็นผลผลิต และยังสามารถเก็บขายทำเงินสร้างรายได้ทุกวัน จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชม แถมยังมีศาลากลางบึงบัวขนาดใหญ่ไว้นั่งผ่อนคลายอีกด้วย
ส่วนจุดที่สองเรานั่งเรือยนต์ลัดเลาะไปตามลำคลองมหาสวัสดิ์ ชมบรรยากาศธรรมชาติ วิถีชีวิตของชาวบ้านสองฝั่งคลอง ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับธรรมชาติริมคลองมหาสวัสดิ์อยู่นั้น เราก็เดินทางมาถึง "บ้านศาลาดิน" ซึ่งเป็นที่ตั้งของ
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ สามารถเลือกซื้อสินค้าโอท็อปของชุมชน โดยที่นี่จะโดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์ข้าวตังธัญพืชรสเลิศ หรือ "ข้าวตังมหาสวัสดิ์" ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมการทำข้าวตัง และชิมกันจนอิ่มท้องกันเลยทีเดียว สำหรับที่แห่งนี้ยังเป็นจุดสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน วิถีชีวิตชาวบ้านสมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน มีการทำปุ๋ยชีวภาพ การทำขนมข้าวตัง ไข่เค็มเสริมไอโอดีน เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และของฝากอีกมากมายที่
เป็นสินค้าโอท็อปอีกด้วย วันนั้น "ปราณี สวัสดิ์แดง" หรือ "ป้าแหม่ม" ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ นำชมและให้ความรู้การทำข้าวตังด้วยตัวเองทีเดียว
ส่วนจุดสุดท้ายที่เรามีโอกาสมาล่องเรือเยี่ยมชมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเลียบคลองมหาสวัสดิ์ ก็คือ "สวนผลไม้ของลุงบุญเลิศ" หรือ "บุญเลิศ เศรษฐอํานวย" ซึ่งผลไม้ที่ปลูกที่สวนแห่งนี้ ถือได้ว่าปราศจากสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น จึงมั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับคุณประโยชน์กันอย่างเต็มที่ มาที่นี่ไม่ใช่มีเพียงผล
ไม้ให้ชิมเท่านั้น ยังมีความสนุกตื่นเต้นอย่างการนั่งรถอีแต๋น ซึ่งบอกได้คำเดียวว่ามันส์สุดๆ โดย "ลุงบุญเลิศ" จะรับหน้าที่เป็นโชเฟอร์ขับรถอีแต๋นพานักท่องเที่ยวเข้าไปชมสวนเรื่อยไปถึงทุ่งนา ความมันส์ก็อยู่ระหว่างทางนั่นเอง ด้วยเทคนิคการบังคับรถตอนเข้าโค้งนั้น บอกได้คำเดียวว่า นักท่องเที่ยว...อ้าปากค้างกันเป็นทิวแถว
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การเดินทางมา "ล่องเรือชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์" นั้น สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวไปตามเส้นทางถนน

บรมราชชนนีพอถึงสี่แยกพุทธมณฑลเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางศาลายา ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล สุดเขตมหาวิทยาลัยเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร สังเกตุด้านขวามีป้ายบอกทางเข้าวัดสุวรรณาราม ขับเลี้ยวเข้าไป เมื่อผ่านทางรถไฟ เลี้ยวขวาอีกครั้ง ขับตรงไปที่วัด จอดรถในวัด หรือเดินทางโดยรถไฟฟรี จากสถานีธนบุรีลงสถานีวัดสุวรรณาราม ใช้เวลาประมาณ 35 นาที และยังเดินทางโดยรถประจำทาง ขสมก.สาย ปอ.515 จากอนุสาวรีย์-ศาลายา ลงที่สี่แยกโรงพยาบาลศาลายา แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างไปวัดสุวรรณาราม...แค่นี้ก็ได้สัมผัสธรรมชาติเลียบคลองมหาสวัสดิ์แล้วครับ...!!!
นวย เมืองธน
************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น