วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

สกัดยานรกแม่น้ำโขง ไทยแนวรบนับสิบจุด

          จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) พบว่า ท่าเรือสบหลวย เขตปกครองพิเศษที่ 4 เมืองลา รัฐฉาน ของชนกลุ่มน้อยกลุ่มพันธมิตรเมืองลา (NDAA)
           ถือเป็นจุดที่มีการลักลอบนำยาเสพติดลงเรือมากที่สุด โดยซุกซ่อนมากับเรือสินค้า เพื่อลำเลียงต่อเป็นยาเสพติด อาทิ ยาบ้า, ไอซ์และเฮโรอีน ที่ผลิตในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มว้า กลุ่มโกกั้ง และกลุ่มเมืองลา ก่อนจะนำมาส่งที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำฝั่ง สปป.ลาว หรือเมียนม่าร์ ก่อนจะลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ พื้นที่อำเภอเชียงแสน, เชียงของ, เวียงแก่น, แม่สาย, แม่จัน, แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
          จากข้อมูลยังระบุว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหายาเสพติด เนื่องจากยาเสพติดบางส่วนที่ถูกลำเลียงมาทางแม่น้ำโขง จะถูกลักลอบไปยัง สปป.ลาว แล้วนำข้ามฝั่งเข้าไทยที่อำเภอเชียงแสน, เชียงของ และเวียงแก่น จากนั้นจึงลักลอบนำเข้าพื้นที่ตอนในของไทย
ที่สำคัญ ภายหลังจาก "นายหน่อคำ" ราชายาเสพติดลุ่มน้ำโขงสิ้นชื่อ ประเทศในลุ่มน้ำโขง จีน, ไทย, เมียนม่าร์ และสปป.ลาว ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ "Safe Mekong" โดยหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการ
"Safe Mekong" ยังคงมีการใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด แม้ สปป.ลาว และเมียนม่าร์จะลาดตระเวนตามลำน้ำโขงในบริเวณพื้นที่อิทธิพลเดิมของ "นายหน่อคำ" แต่ก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นการลำเลียงตามแม่น้ำโขงได้ทั้งหมด เพราะจากข้อมูลปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่ามียาบ้าที่ลำเลียงผ่านลำน้ำโขงปีละ 200-300 ล้านเม็ดขึ้นไป ส่วนยาไอซ์ ปีละ 3,500 กิโลกรัม ขณะที่การจับกุมของประเทศไทยในส่วนที่ลำเลียงทางแม่น้ำโขงประมาณร้อยละ 10

หรือเฉลี่ยปีละ 20 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 400-500 กิโลกรัม โดยยาบ้าและยาไอซ์ ร้อยละ70-80 ถูกลำเลียงเข้ามาในไทย ส่วนที่เหลือแพร่ระบาดใน สปป.ลาว รวมทั้งส่งไปยังเวียดนามและกัมพูชา
ผมหยิบยกเรื่องราวสถานการณ์ยาเสพติดในลุ่มน้ำโขงมาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ลงเรือล่องแม่น้ำโขง ดูภารกิจสกัดกั้นยาเสพติด ปิดล้อมตรวจค้นเรือต้องสงสัย ของสำนักงาน ป.ป.ส.และหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย
กองทัพเรือ ตามโครงการศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน, สปป.ลาว, เมียนม่าร์ และไทย บริเวณแม่น้ำโขง ช่วงสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จนถึงบ้านแก่งผา ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ( 16 ม.ค.58) แม้จะไม่พบการกระทำผิด แต่ก็ถือว่าเป็นภารกิจและยุทธศาสตร์ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านทางแม่น้ำโขงเข้าสู่ฝั่งไทยวิธีหนึ่ง
ซึ่งในวันนั้นนอกจาก "เพิ่มพงษ์ ชวลิต"  เลขาธิการ ป.ป.ส.ได้นำคณะลงพื้นที่ด้วยตัวเองแล้ว ยังมี "อัน กว๋าจุน" รองเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจากจีน "บุนปอน สิริวง" รองเลขาคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว "พ.ต.อ.มิ้น เต็ง" รองเลขาธิการร่วมคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดของเมียนม่าร์ เข้าร่วมชมและสังเกตุการณ์การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ด้วย

         "เพิ่มพงษ์ ชวลิต" เลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า ในแต่ละประเทศลุ่มน้ำโขง ขณะนี้กำลังเตรียมกำลังประจำด่านและเรือให้พร้อม ทางเมียนม่าร์ก็มีการเสริมกำลังที่จังหวัดท่าขี้เหล็กเพิ่มเติม ซึ่ง 4 ประเทศ ได้มีการเตรียมกำลังในที่ตั้งของประเทศตัวเองอย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานจัดกำลังของแต่ละประเทศมาทำความรู้จักกัน ทั้งหน่วยปฏิบัติการณ์ทางน้ำหรือตำรวจน้ำของเมียนม่าร์ เพื่อประสานการทำงานร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุการณ์ที่แม่น้ำโขง จะมี
ปัญหาที่เจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในน่านน้ำของแต่ละประเทศได้ จากช่องว่างในการทำงานดังกล่าว จึงได้มีการพูดกันและการจัดระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศได้มีการสื่อสารในการทำงานร่วมกัน ซึ่งต่อไปก็จะมีการลาดตระเวนร่วมกัน การแจ้งข้อมูลข่าวสาร และสามารถแจ้งเตือนไว้ก่อนล่วงหน้าในการเข้าตรวจค้นเรือเป้าหมายต่างๆ ที่คาดว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในน่านน้ำประเทศของตัวเองด้วย
"เลขาธิการ ป.ป.ส." บอกอีกว่า ส่วนการแลกเปลี่ยนด้านการข่าวนั้น ก็จะดูที่ตัวบุคคลที่มีการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด และเรือที่ต้องสงสัยของทุกประเทศ ซึ่งจะมีฐานข้อมูลเก็บไว้ที่ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการปฏิบัติงานของแต่ละประเทศในแต่ละวัน จะมีการรายงานข้อมูลเข้ามาให้รับรู้ทั้งหมด และก็จะประมวลการทำงานว่าแผนปฏิบัติงานในแต่ละวันเป็นอย่างไร ทั้งการจับกุม
และสกัดกั้นการตรวจตราต่างๆ ส่วนเรื่องข่าวสารอาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลุ่มเป้าหมายระหว่างประเทศ  ซึ่งหลังจากนี้ไป เจ้าหน้าที่ของจีน สปป.ลาว และเมียนม่าร์ ที่มาประจำศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยในประเทศไทย คงจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ กันมากขึ้น
"หลังการหารือแต่ละประเทศ เห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น ประเทศที่มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในเขตลำน้ำโขง จึงต้องร่วมกันลาดตระเวนพื้นที่ของตนเอง ส่วนของไทยก็มีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเป็นหน่วยรับผิดชอบบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ" เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย
           "น.อ.ภานุ รัตตนนันทวาที" ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย บอกว่า การเข้าตรวจค้นเรือต้องสงสัยในแม่น้ำโขง จะใช้เรือตรวจการณ์ และเรือจู่โจมที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นเรือคุ้มกัน เข้าปิดล้อมและลดพื้นที่เป้าหมายของเรือต้องสงสัยให้เข้าสู่ฝั่ง และถ่ายรูปทุกขั้นตอนของการปฏิบัติ รวมถึงสิ่งผิดปกติบนเรือเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมาเวลาเข้าตรวจค้นเรือต้องสงสัย ยังไม่พบว่ามีการโต้ตอบใช้กำลังจากฝ่ายตรงข้าม เพราะการ
ตรวจค้นในแต่ละครั้ง ทางเราจะแสดงตัวชัดเจน และส่วนใหญ่เรือที่กระทำผิดจะเบนหนีเข้าสู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องเกิดความร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่แต่ละประเทศด้วย และต้องยอมรับว่าการสกัดกั้นยาเสพติดในแม่น้ำโขงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องเขตแดนและเวลาในการตรวจตรา ทำให้กลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ยาเสพติดเข้าประเทศโดยง่าย
ผบ.นรข.เขตเชียงราย บอกอีกว่า เรื่องการข่าวถือว่าสำคัญ เพราะการตรวจเรือต่างๆ โดยที่เรา
ไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของเราเสียหายได้ ซึ่งถ้าเราจะตรวจเรือสินค้าต่างๆ เราต้องมีเป้าหมายค่อนข้างชัดเจน สามารถยืนเป้าหมายได้อย่างน้อยๆ 70-80 เปอร์เซ็นต์ และหลังจากมีการเปิดศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยแล้ว จะทำให้แต่ละประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ร่วมมือกันในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและยาเสพติด ฯลฯ นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ในการเข้าสู่ประชาคม
อาเซียน เจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศ จะต้องออกลาดตระเวนในอาณาเขตของตนเองในเวลาไล่เลี่ยกัน และมีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าระวังยาเสพติดเข้ามาในน่านน้ำของแต่ละประเทศด้วย
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "น.อ.ภานุ" บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีกระแสข่าวว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางลำน้ำโขงมากับเรือสินค้า แต่สถิติการจับกุมทางน้ำได้น้อยมาก เนื่องจากแต่ละประเทศมีอาณาเขต และเขตแดนของตนเอง การจับกุมจึงเป็น
ไปได้ยาก เพราะบางครั้งเรือที่กระทำผิดจะใช้วิธีหลบเลี่ยงหนีเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในฝั่งไทยได้มีการสำรวจจุดล่อแหลมหรือจุดเสี่ยงในการขนย้ายยาเสพติด ซึ่งต้องลาดตระเวนเฝ้าระวังกว่า 10 จุด ตลอดระยะทาง 85 กิโลเมตร โดยทางเราได้กำหนดจุดสังเกต (landmark) ไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ จะมีการส่งคนเข้าไปซุ่มตรวจยังจุดต่างๆ อีกด้วย...
หลังจากจัดตั้ง "โครงการศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย" ที่มี 4 ประเทศ ได้แก่ จีน,
สปป.ลาว, เมียนมาร์ และไทย เข้าร่วมแล้ว จะสามารถสกัดกั้น ลดการทะลัก และแพร่ระบาดยาเสพติดสู่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้มากน้อยแค่ไหนนั้น เชื่อว่าสังคมโลกคงจับตาดูถึงปรากฏการณ์ความพยายามของประเทศในแถบลุ่มน้ำโขง และอย่างน้อยถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เชื่อว่าเป็นการทำงานของ 4 ประเทศ ที่ร่วมกันกดดันอิทธิพลขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งกลุ่มเก่า และกลุ่มใหม่ๆ ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างแน่นอน...!!!
นวย เมืองธน
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น