วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เสน่ห์ท่องเที่ยวเมืองโบราณ

              "เมืองโบราณเวียงกาหลง" อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย จัดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สำคัญและยาวนาน เนื่องจากขุดพบหลักฐานเตาเผาเครื่องเคลือบโบราณกว่า 200 เตา ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเครื่องปั้นเวียงกาหลงมีลักษณะการเขียนลายที่เหมือนกับเครื่องถ้วยชิงไป๋ของจีน และแสดงให้เห็นว่าในอดีต "เวียงกาหลง" ต้องเป็นชุมชนใหญ่และตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองต่างๆ ของอาณาจักรล้านนา มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน
              สภาพภูมิประเทศบริเวณแถบนี้คงเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ของผู้คนเมืองเวียงกาหลง ทำให้อยู่ดีกินดีมีความสุข มีความเจริญรุ่งเรืองทางอารยธรรม ซึ่งต่อมาไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า "เมืองเวียงกาหลง" ได้ล่มสลายลงจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือสาเหตุอื่นใด
นอกจากนี้ ข้อสันนิษฐานต่างๆ ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า "เมืองเวียงกาหลง" เกิดขึ้นในยุคใด อาจเป็นเพราะในอดีตเมืองแห่งนี้
ไม่ได้อยู่ในเส้นทางการเดินทัพของพม่า จึงไม่มีการบันทึกเรื่องราวไว้ในประวัติศาสตร์ แต่ที่น่าสนใจ คือ "เวียงกาหลง" ถือเป็นแหล่งกำเนิดเครื่องเคลือบดินเผาโบราณที่มีอายุนับพันปีที่ใหญ่ที่สุดของล้านนา ซึ่งเตาเผาโบราณมีลักษณะเด่นไม่เหมือนใคร เพราะมีความบางเบา มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของเวียงกาหลง ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี และใช้ดินที่เป็นราวภูเขาไฟปั้นขึ้นรูป
เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เป็นเครื่องใช้สำหรับชนชั้นสูง การใช้เครื่องปั้นดินเผาจึงบ่งบอกถึง
รากฐานที่ยาวนานของวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึงการตั้งรกรากที่มั่นคงในแหล่งนั้นๆ จนสามารถตั้งแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเพื่อใช้สอยได้ และบริเวณนั้นต้องเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญที่มีดินขาวที่มีคุณภาพดี เนื่องจากดินชนิดนี้สามารถนำมาทำเครื่องปั้นดินเผาที่มีความแข็งแกร่ง สามารถทนความร้อนได้ดี จนสามารถพัฒนาให้เป็นเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพสูง
ผมหยิบยกเรื่องราวของ "เมืองโบราณเวียงกาหลง" หรือ "บ้านเวียงกาหลง" ในปัจจุบันมาเขียนถึง เพราะช่วงหนึ่งของ
         "ตะลอนตามอำเภอใจ" เคยแวะเวียนมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ครับ ซึ่ง "สายพิรุณ น้อยศิริ" รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ให้ข้อมูลว่า "เวียงกาหลง" เป็น 1 ใน 8 หมู่บ้านที่ได้รับงบประมาณปี 2557 ในการต่อยอดให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และมีของดีมากมายที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นชุมชนที่มีความรุ่งเรืองทางอารยธรรมโบราณ มีเตาเผาโบราณ เครื่องเคลือบดินเผาเป็นภาชนะใช้สอยต่างๆ มากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความ
เป็นอยู่ของชาวเวียงกาหลงอย่างเต็มอิ่ม หากได้มาเยือน "หมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยวเวียงกาหลง"
ในคราวที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครั้งนั้น "ทัน ธิจิตตัง" ปราชญ์พญ๋าดีล้านนา ประจำปี 2553 และหัวหน้ากลุ่มสล่าบ้านทุ่งม่าน ผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง
หมู่ที่ 3 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สร้างผลงานจนได้รับการคัดสรรโอทอป ระดับ 5 ดาว ได้บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ "เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง" ว่า "เวียงกาหลง" เป็นแหล่งที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เพราะแหล่งดินที่นี่เป็นดินที่มีคุณภาพในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อแกร่ง เป็นดินสีขาวมีคุณภาพคล้ายดินเกาลิน
มีความเหนียวและยืดหยุ่น เวียงกาหลงตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองต่างๆ ของอาณาจักรล้านนา และที่หมู่บ้านยังเก็บเครื่องถ้วยลายโบราณแบบเดิมๆ ของเวียงกาหลงเอาไว้จำนวนมาก เพื่อให้ผู้คนที่สนใจได้มาเห็นมาดู เนื่องจากในอนาคตอาจหาดูไม่ได้อีก เพราะความเก่าแก่ของเครื่องถ้วย ทำให้ลายบางลายแตกสลายไปก็มี บางลายเก็บเอาไว้ได้ แต่ก็แตกหัก ไม่คงสภาพเดิม แต่ก็เก็บรักษาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต
"คุณทัน" บอกว่า เครื่องเคลือบเวียงกาหลงลวดลายจะไม่
เหมือนที่อื่น มีลายเป็นที่รู้จักกันมาก คือ รูปตัวกาบินมารวมกันเป็นรูปดอกไม้ ลวดลายที่ปรากฏบนผิวเครื่องเคลือบมักจะบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น หรือถ้าเป็นลายดอกไม้ พรรณไม้ ก็มักเป็นพันธุ์ไม้ที่มีในเวียงกาหลง และปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านที่ทำเครื่องเคลือบเวียงกาหลงจำนวนหนึ่ง โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลงเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด การทำเครื่องเคลือบ 70% ยังรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ ส่วนอีก 30% เป็นการประยุกต์รูปแบบใหม่ อาทิ กาน้ำชา, แก้วน้ำ, จานข้าว และของตกแต่งบ้านทั่วๆ ไป

         ซึ่งเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมไทยที่สร้างความประทับใจให้บรรดาผู้นำจากทั่วโลก ในบรรดาเครื่องถ้วยภาคเหนือ หรือที่เรียกว่า เครื่องถ้วยล้านนานั้น เครื่องถ้วยของชุมชนเวียงกาหลง นับเป็นเครื่องถ้วยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด เพราะมีทั้งลักษณะที่สวยงาม น้ำหนักเบา เนื้อบาง เกิดจากเนื้อดินชั้นดีที่นำมาใช้ปั้น มีการเคลือบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิยมเคลือบถึงบริเวณเชิงของภาชนะ น้ำเคลือบใสมีทั้งสีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน และสีเหลืองอ่อน ผิวของเครื่องถ้วยมีรอยแตกรานสวยงาม
และเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเครื่องปั้นเวียงกาหลงมาแต่โบราณ
     "สาเหตุที่ทุกคนในชุมชนต้องอนุรักษ์เครื่องเคลือบเวียงกาหลงเอาไว้ เพราะว่าอดีตที่ผ่านมาวัตถุโบราณของเวียงกาหลงเคยถูกคนต่างชาติ กลุ่มพ่อค้าวัตถุโบราณ และชาวบ้านขุดเครื่องเคลือบดินเผามาขายเป็นจำนวนมาก มีพ่อค้าของเก่ามากว้านซื้อทั้งขายในประเทศ และส่งออกนอกประเทศ เพราะความโลภและมองไม่เห็นคุณค่าของวัตถุโบราณเวียงกาหลง เครื่องเคลือบเวียงกาหลงสมัยโบราณเป็นอย่างไร มาถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างยังคงความเป็นต้นแบบของโบราณ แม้กระทั่งขี้เถ้าก็ยังใช้ทำน้ำเคลือบเช่นที่เคยเป็นมา" คุณทันกล่าว
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่ 1 ชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบและชนิดเคลือบสีเดียวเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด กลุ่มที่ 2 กลุ่มเตาป่าหยุมชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบ กลุ่มที่ 3 กลุ่มเตาป่าดงชนิดเซลาดอน เซลาดอนจาก

กลุ่มเตาป่าดงนี้ มีลักษณะคล้ายกับเซลาดอนของราชวงศ์ซุ่ง ซึ่งเป็น เซลาดอนขนาดแท้และนิยมมาก กลุ่มที่ 4 กลุ่มเตาวังหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นจานชามขนาดใหญ่ ชามและแจกันขนาดเล็ก น้ำเคลือบสีเขียว และแวววาว กลุ่มที่ 5 เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาล เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาลที่เวียงกาหลงนี้ เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด พบเป็นไหสี น้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ และกลุ่มที่ 6 เคลือบตะกั่วและทองแดง เป็นภาชนะรูปแบบของเวียงกาหลง แต่น้ำเคลือบมีส่วนผสมของตะกั่วและทองแดงแล้วเผาในอุณหภูมิต่ำ ส่วนใหญ่เป็นแจกันขนาดเล็ก มีพระพุทธรูป รูปตัวสัตว์ นกหวีดและชามปนอยู่บ้าง
        "เวียงกาหลง" นอกจากจะปรากฏร่องรอยของคูเมืองเก่า วัฒนธรรมชุมชน ที่มีความเป็นล้านนา เครื่องปั้นดินเผาโบราณและเตาเผาโบราณแล้ว ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่คนในยุคนี้พยายามรักษาสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมในอดีต จึงกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ "เวียงกาหลง" ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้ประกาศให้เป็นหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปี 2557 เพื่อเป็นการเชื่อมโยง ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าโอทอปของหมู่บ้านเวียงกาหลง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอีกด้วย...!!!
                นวย เมืองธน
*******************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น