วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คุ้มครองสัตว์ป่า ต้องร่วมมือกัน

           "ประเทศไทย" ในอดีตที่ผ่านมาได้ชื่อว่าเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉัยงใต้ ที่มีทรัพยากรที่สมบูรณ์มากที่สุดประเทศหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ "ประเทศไทย" มีพื้นที่ซึ่งอุดมไปด้วย ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพืชและสัตว์ 
             ปัจจุบัน "ประเทศไทย" มีพื้นที่ป่าน้อยลงเนื่องจากการกระทำของมนุษย์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ส่งผลให้สัตว์ป่าขาดแหล่งที่อยู่อาศัย ขาดแหล่งอาหาร เป็นสาเหตุให้สัตว์ป่าลดลง บางชนิดสูญพันธ์ และอีกหลายชนิดตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธ์ ถือเป็นสิ่งที่น่าเสีย และน่าห่วงอย่างมาก ซึ่งปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนำมาซึ่งความเสียหาย และสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์แล้ว หากแต่ยังเป็นการรุกล้ำทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดอีกด้วย ขณะเดียวกัน ปัญการลักลอบค้า
สัตว์ป่า และล่าสัตว์ป่าของมนุษย์นั้น ก็ดูเหมือนจะซ้ำเติมให้สัตว์ป่าลงทุกทีก็ยิ่งตอกย้ำการลดปริมาณของสัตว์ป่าสูญพันธ์ และเหลือน้อยลงทุกที ปัญหาการบุกรุกป่า และการล่าสัตว์ป่าเพราะฝีมือมนุษย์ ดูเหมือนจะทำสัตว์ป่าของไทย ต้องเผชิญกับฝันร้ายเรื่อยมา  สัตว์ป่าบางชนิดลดจำนวนลงจนน่าใจหาย จนต้องประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวนฯ บางชนิดถูกจับมาเพื่อการค้า แล้วยัดกรงขายเป็นสัตว์ในกรงเลี้ยง ขณะที่สัตว์ป่าบางชนิดต้องจบชีวิต สูญพันธุ์
ในอดีต "ประเทศไทย" มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง
สัตว์ป่าขณะนั้น มีเพียง พระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ.1199 (พ.ศ.2443) เท่านั้น ยังไม่มีการคุ้มครองสัตว์ป่าอื่นๆ
         ต่อมาในปีพ.ศ.2503 รัฐบาลในสมัยจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้ตรากฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าขึ้น คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503  โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ทรงลงนามในพระปรมาภิไธย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2503
  ต่อมาปี พ.ศ.2535 ได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ใหม่ โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ในกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถทำให้การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลสมดังวัตถุประสงค์ของกฎหมาย  ประกอบกับจำเป็นจะต้องเร่งรัดการขยายพันธุ์
สัตว์ป่าและให้การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าควบคู่กันไป และเนื่องจากปัจจุบันได้มีความตกลงระหว่างประเทศในการที่จะร่วมมือกันเพื่อสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของท้องถิ่นอันเป็นทรัพยากรทีสำคัญของโลก ดังนั้น เพื่อปรับปรุงให้มาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ  สมควรปรับปรุงกฏหมายนี้ และต่อมาได้ถือเอาวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ"
ผมหยิบยกเรื่องราวปัญหาสัตว์ป่ามาเขียนถึง เพราะช่วงสายๆ
วันอังคารที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2557 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช,ดร.วีระชัย ณ นคร กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกลุ่มด้านสื่อสารองค์กรและกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคมกลุ่มบริษัททรู,
ตัวแทนภาคีเครือข่ายเอ็กโซติคแห่งประเทศไทย และตัวแทนมูลนิธิรักษ์สัตว์ป่า (ไทย) เข้าร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ เพื่อรณรงค์กระตุ้นการอนุรักษ์สัตว์ป่าทุกชนิดให้มีสวัสดิภาพในชีวิตที่ดีขึ้น ลดอัตราความต้องการลักลอบสัตว์ป่ามาใช้อย่างผิดกฎหมายให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น
    นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่าเนื่องด้วยวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็น "วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ" จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า และการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาทุกปี ซึ่งแต่ละปีได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ชุมชน ประชาชนทั่วไป เป็นอย่างดี โดยในปีนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกิจกรรมสัปดาห์วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 18-26 ธันวาคม 2557 ซึ่งจะมีงานสัมมนาทางวิชาการเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 35 ซึ่งมีการบรรยายทางวิชาการด้านสัตว์ป่าสาขาต่างๆ
จัดระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม 2557 ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2557 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดระหว่างวันที่ 20-21  ธันวาคม 2557โดยจะมีการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนในการร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่า ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ตลาดนัด สวนสาธารณะ และห้างสรรพสินค้า ในเขตกทม. ระหว่างวันที่ 18-26 ธันวาคม 2557
ส่วนปัญหาการลักลอบ ค้า ล่า และจำหน่ายสัตว์ป่าของไทยนั้น
         นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า แม้ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังคงมีอยู่แต่ความเข้มงวดของหน่วยงานภาครัฐ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และหน่วยงานต่างๆ มีส่วนป้องกันการกระทำผิด โดยตลอดทั้งปีสามารถจำกุม ยึดสัตว์ป่าของกลางได้ประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถช่วยชีวิตของสัตว์ป่าได้หลายพันตัวต่อปี ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องรณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศตระหนักและดึงเป็นแนวร่วมอนุรกัษ์สัตว์ป่าอย่างถูกวิธี
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับ งานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21  ธันวาคม 2557 นั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2557 ในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 10.00 น. โดยประมาณ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ  โดยกิจกรรมการภายในงานจะมีกิจกรรมให้ความรู้และกิจกรรมสร้างความสนุกสนาให้ความรู้ด้านสัตว์ป่าตลอดทั้งวัน อาทิ นิทรรศการเทิดพระ

เกียรติและพระราชกรณียกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ   และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการประกวดภาพถ่ายการแสดงของศิลปิน AF การแสดงของนักเรียน การแสดงดนตรีจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ การแสดงโชว์เหยี่ยว และนกแก้ว การนำลูกเสือจากสวนเสือศรีราชามาแสดง การจัดนิทรรศการด้านสัตว์ป่า เยี่ยมชมสวนสัตว์ขนาดเล็ก กรงกวาง สวนผีเสื้อ นิทรรศการไผ่ แมลงทับของกรมป่าไม้ การเข้าค่ายเยาวชนคนรักษ์สัตว์ป่า ของนักเรียนจากพื้นที่ต่างๆ มีการเล่นเกมส์เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมทั้งการแจกรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกชั่วโมงอีกด้วย
     ปัญหาสัตว์ป่าในธรรมชาติที่ยังคงถูกไล่ล่า และลดจำนวนลงเรื่อยๆ นั้น เนื่องจากภารกิจของผู้มีหน้าที่ในการปกป้องชีวิตสัตว์ป่ามีมากขึ้น การทำงานเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ลำพังเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวคงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนฝ่าย ประสานร่วมมือกันทั้งจากภาครัฐ เอกชน ประชาชน เยาวชน และองค์กรเอกชนต่างๆ ในการช่วยกันอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่า...!!!
นวย เมืองธน
**************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น