วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เสน่ห์เวียงกาหลง โอทอปท่องเที่ยววิถีโบราณ

          บ้านเวียงกาหลง หมู่ที่ 15 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย  นอกจากจะได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว 1 ใน 8 แห่งทั่วประเทศ  เมื่อช่วงปี 2557 แล้ว
          ที่สำคัญ ยังเป็นที่ตั้งของ "ศูนย์พัฒนาศิลธรรมเวียงกาหลง" ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางของชาวบ้าน แหล่งรวมวัฒนธรรมบอกเล่าเรื่องวราวประวัติความเป็นมาในอดีตของ "เวียงกาหลง" อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ "วัดพระยอดขุนพลเวียงกาหลง" ซึ่งแหล่งโบราณสาถาน "เวียงกาหลง" ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง ที่มีลวดลาย เนื้อดินปั้น รวมถึงน้ำเคลือบเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น จึงทำให้เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เป็นที่รู้จักของนักสะสมของ
โบราณในประเทศไทย และต่างประเทศ อีกด้วย แถมรอบๆ บริเวณ "เวียงกาหลง" ยังปรากฏหลักฐานที่ขุดพบเตาเผาโบราณ และเศษเครื่องปั้นดินเผา ร่องรอยคูเมืองโบราณความลึก 3-4 เมตร ที่ยังเหลือให้เห็นอย่างชัดเจน
บริเวณที่ตั้งของ "วัดพระยอดขุนพลเวียงกาหลง" นอกจากจะ เป็นที่ตั้งเมืองโบราณแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของตำนานแม่พญากาขาว พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ หรือตำนานแม่กาเผือก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ "หลวงพ่อธรรมสาธิต" ได้พัฒนา "เวียงกาหลง" เพื่อสืบทอด
เรื่องราวและตำนานแม่กาขาว พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ใ ห้ลูกหลานชาวเวียงกาหลง ได้ใช้เป็นสถานที่เรียนรู้ ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของ "วัดพระยอดขุนพลเวียงกาหลง"  และภายใน "ศูนย์พัฒนาศิลธรรมเวียงกาหลง"  นอกจากจะเป็นศูนย์กลางหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ของ "เวียงกาหลง" แล้ว ภายในบริเวณศูนย์แห่งนี้ ยังได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณเวียงกาหลง ที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก 12 แห่งภายในศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลงอีกด้วย
ผมหยิบยกเรื่องราวของ "เวียงกาหลง" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสเดินทางมากับคณะของผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ที่นำคณะสื่อมวลชนสัญจรมาศึกษาดูงานผลการดำเนินงานหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวที่ "เวียงกาหลง" "ศูนย์พัฒนาศิลธรรมเวียงกาหลง"  โดย "สายพิรุณ น้อยศิริ" รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย บอกว่า ทางกรมพัฒนาชุมชนพาสื่อมวลชนมาเยี่ยมชม "เวียงกาหลง" ครั้งนี้ เพราะที่นี่เป็น 1 ใน 8 หมู่บ้านที่ได้รับงบประมาณปี 2557 ในการต่อยอดให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่ง "เวียงกาหลง" 
เป็นชุมชนที่มีความรุ่งเรืองทางอารยธรรมโบราณ มีเตาเผา เครื่องเคลือบดินเผาเป็นภาชนะใช้สอยต่างๆมากมาย มีจำนวนเตาเผานับไม่ถ้วน และที่ขุดข้นพบก็นับเป็น 10 เตา ซึ่งบางส่วนก็อาจถูกพื้นที่เกษตรรุกล้ำและค้นหาไม่เจอแล้ว แต่ร่องรอยที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น ก็อยู่บริเวณที่แห่งนี้ โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผานับพันปียังปรากฎอยู่ในวันนี้ นั่นแปรว่าขบวนการสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ชาวบ้านได้อนุลักษณ์
สามารถสืบต่อลวดลายเทคนิคต่างๆ รวมถึงวิธีการจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน
"นอกจาก "เวียงกาหลง" เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแล้ว และยังเป็นจุดที่น่าสนใจ คือ มีตำนานที่ผูกพันกับพุทธศาสนา โดยเป็นแหล่งกำเนิดของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ทางจังหวัดเชียงรายได้เก็บรวบรวมเรื่องราวต่างๆไว้ให้คนรุ่นต่อๆไปได้ศึกษา นอกจากนั้นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวบ้าน รวมทั้งน้ำใส ไมตรี ต่างๆ ถ้าท่านมาเยี่ยมชมที่นี่จะ
อบอุ่น จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนล้านนาอีกแห่งหนึ่ง ที่จะได้อีกบรยากาศหนึ่ง ท่านก็จะประทับ



ใจเหมือนกับหลายๆคนที่มาและกล่าวถึง" นางสายพิรุณ กล่าว
"รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน" บอกด้วยว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 หมู่บ้านท่องเที่ยวในประเทศไทยหลายๆแห่ง ที่มีชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทางกรมการพัฒนาชุมชน ก็มีการวิเคราะห์ และเตรียมความพร้อมต่างๆ ซึ่งมัคคุเทศก์ชุมชนก็เริ่มเรียนภาษาต่างๆแล้ว โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ หลายพื้นที่เราก็มีการ
สนับสนุนงบในการแปลข้อมูลต่างๆเป็นสองภาษาเพื่อการสื่อสาร และทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศสามารถเข้าถึงวิถีชีวิตวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และเตรียมงานหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ทางเว็บไซต์ เพื่อจะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม และเข้าถึงการบริการด้านท่องเที่ยวของชุมชน
"รัชกฤช สถิรานนท์" รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บอกว่า เสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ เพราะจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดเดียวของประเทศ ที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับหลายประเทศ ทั้งเมียนมาร์ และลาว มีพื้นที่เชื่อมโยงกับจีน ซึ่งเป็นประตูสู่ประเทศในอาเซียน นอกจากนี้ เสน่ห์ของจังหวัดเชียงราย ก็คือ มีวัฒนธรรมแบบล้านนา
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่ 
"เวียงกาหลง" เมื่อนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือยก็จะได้เห็นวัฒนธรรมแบบล้านนา
ด.ช.ณัฐพล โสตกลาง หรือน้องบอส อายุ 14 ปี มัคคุเทศก์น้อย ภายในชุมชน "เวียงกาหลง" ที่พาคณะเยี่ยมชม "ศูนย์พัฒนาศิลธรรมเวียงกาหลง" บอกว่าอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมที่ "เวียงกาหลง" เพราะมีประวัติศาสตร์หลายอย่างน่าสนใจมากที่เกี่ยวข้องกับโลกของเรา ส่วนมัคคุเทศก์อีกคน ด.ญ.กรรณิการ์ รัตนลิกุล หรือน้องไข่หวาน อายุ 11 ปี มัคคุเทศก์น้อยอีกคน บอกว่า รู้สึกภูมิใจในการได้ทำ
หน้าที่มัคคุเทศก์น้อย เพราะนอกจาก



ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแล้ว ยังทำให้ตัวเราได้รับความรู้ด้วย
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ภายใน "ศูนย์พัฒนาศิลธรรมเวียงกาหลง"  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "วัดพระยอดขุนพลเวียงกาหลง" นั้นถือเป็นวัดที่ฉันมังสวิรัติ และรับประทานมังสวิรัติ สำหรับผู้ที่เข้ามาบวชชีพราหมณ์ หรือบวชผ้าขาวที่ถือศีล 8 จะรับประทานอาหารวันละเพียงแค่ 2 มื้อเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่รับศีล 5 รับประทานอาหาร 3 มื้อตามปกติ การบรรพชาเป็นสามเณร, การบวชชีพราหมณ์ หรือบวชผ้าขาวทั้งชายและหญิงจะมีการบวชและลาสิกขาทุกวัน ส่วนการบรรพชา เป็นพระภิกษุนั้น จะมีพิธี
ใหญ่เป็นประจำปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ในช่วงภาคฤดูร้อน วันที่ 6 เมษายน หรือวันจักรี ช่วงเข้าพรรษา และในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกๆ ปี "วัดพระยอดขุนพลเวียงกาหลง" จึงเป็นวัดที่ผสมผสานระหว่างการปฏิบัติถือศีลกินผักอย่างเคร่งครัด และงานด้านสังคมควบคู่กันไป และเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นวัฒนธรรมเวียงกาหลงกับยุคสมัยใหม่ทีต้องใช้เทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงาน
สำคัญอีกหน่วยงานหนึ่งคือ มูลนิธิสาธิตธรรมานุเคราะห์ ซึ่งจะเน้นให้บริการด้านสังคมควบคู่ไปกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ภายในมูลนิธิจะมีหน่วยงานต่างๆ ที่เรียกว่าวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านศีล 5, วิสาหกิจชุมชนผลิตชากาขาว รวมไปถึงการปลูกดูแลต้นชา การเก็บและนวดชา , วิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรไทย, วิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำดื่มกาขาว, ชมรมออมทรัพย์ธรรมสังเวช และวิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง...และด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมโบราณ "เวียงกาหลง" จึงเป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์แห่งหนึ่งของประเทศไทย...!!!
นวย เมืองธน
***********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น