วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เก็นติ้งฯ มาเลย์ สวรรค์กลางหุบเขา

            หลายประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย กำลังเตรียมพร้อมกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558  เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสำหรับประเทศไทย ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจทุกแขนง จำเป็นต้องตื่นตัว และเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดโลกกว้าง และเป็นจุดเริ่มต้นการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
          โดยเฉพาะการเปิดเสรีด้านการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องภายใต้กรอบอาเซียน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าแนวโน้มการแข่งขันในอนาคตจะยิ่งทวีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีเมืองชายแดนติดกับประเทศไทย และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หลายแห่ง ที่สำคัญ เส้นทางท่องเที่ยวเมืองชายแดนประเทศไทย- มาเลเซีย ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนแถบนี้ เพื่อก้าวย่างสู่ประชาคมอาเซียน
ที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้
    ช่วงหนึ่งของ "ตะลอนตามอำเภอใจ " ผมมีโอกาสเดินทางโดยรถโค้ช จากจุดผ่านแดนถาวรสะเดา จังหวัดสงขลา ประเทศไทย  ผ่านด่านบูกิตคายูฮิตัม เมืองอลอสตาร์ รัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่บัตเตอร์เวิร์ธ ซึ่งเป็นเมืองท่าเมืองหนึ่งของรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บนฝั่งส่วนแผ่นดินเซบรังปไร เดิมเรียก พรอวินซ์เวลเลสลีย์ ตรงข้ามกับเมืองจอร์จทาวน์ รถโค้ชวิ่ง ข้ามสะพานปีนัง ซึ่งมีความยาว 13.5 กิโลเมตร เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างเกาะปีนัง และมาเลเซีย ที่
สำคัญเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในเอเซีย และมีความยาวเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งเกาะปีนัง หรือที่คนไทยรู้จักในนาม เกาะหมาก "ไข่มุกแห่งตะวันออก" นั้นอาคาร ตึกต่างๆยังสะท้อนให้เห็นวิถีของตะวันตก และตะวันออก อันเป็นสมบัติที่ได้เป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมาอีกด้วย
"ร้านคนไทย" เป็นร้านอาหารไทย ในปีนัง ที่คณะของเรามาแวะฝากท้องรับประทานอาหารกันที่ร้านแห่งนี้  มีอาหารเมนูไทยๆ หลากหลายแนว ทั้งภาคกลาง อีสาน แลใต้ แถมการตกแต่งร้านยังเป็นบรรยากาศ
แบบไทยๆอีกด้วย ส่วนเมนูเด็ดที่ทางร้านแนะนำ คือ แก้งส้มแป๊ะซะ  ผัดหอยลาย ฯลฯ  ส่วนผมชอบไข่เจียวน่ะ เพราะไม่ว่าจะทอดกินที่ประเทศไหนก็ตาม รสชาติไม่แตกต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นัก
หลังจากอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รถโค้ชจึง "ล้อหมุน" มุ่งหน้าสู่รัฐปะหัง ซึ่งเป็น 1ใน 13 รัฐที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธรัฐมาเลเซีย และเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาเลเซีย ครอบคลุมบริเวณแอ่งแม่น้ำปะหัง อาณาเขตติดต่อกับรัฐกลันตันทางทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐเประ รัฐสลังงอร์

และรัฐเนกรีเซมบีลัน ทางทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐยะโฮร์ทางทิศใต้ ส่วนทางทิศตะวันออกติดต่อกับรัฐตรังกานูและทะเลจีนใต้  เมืองหลวงของรัฐคือกวนตัน ส่วนเมืองของเจ้าผู้ครองตั้งอยู่ที่ปกัน และมีเมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ กัวลาลีปิส เตเมร์โละห์ ส่วนชื่อเฉลิมเมืองของรัฐปะหังคือ ดารุลมักมูร์ "ถิ่นที่อยู่แห่งความเงียบสงบ" ส่วนประชาชนมาเลเซีย ที่รัฐปะหังนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียภูมิบุตร รองลงมาคือ ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน อินเดีย  และอื่นๆ คณะของเราเดินทางเข้าเขตรัฐปะหัง ช่วงประมาณเย็นๆ ค่ำๆ เพราะใช้เวลาเดินทาง
กันหลายชั่วโมง ก็มีโอกาสมาแวะกินมื้อเย็นกันที่ร้านอาหารจีน ซึ่งบ้านเรือน ตึกต่างๆในแถบนี้บ่งบอกถึงวัฒนธรรม ความเก่าแก่ได้พอสมควร
หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว พวกเราจึงมุ่งหน้าต่อ เพราะการเดินทางมาที่รัฐปะหังของคณะเราครั้งนี้ มีจุดหมาย คือ  "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" (Genting Highland) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ถือได้ว่าเป็นสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจบนท้องฟ้าของมาเลเซีย เพราะอยู่กลางหุบเขา Gunung Ula Kall  มีความสูงเหนือ












ระดับน้ำทะเลถึง 2 พันเมตร และเป็นที่ตั้งของอพาร์ท เม้นท์ บังกาโล  และโรงแรมใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ คือ โรงแรมเฟิร์ส เวิลด์  หรือโรงแรมหลากสี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกนติ้ง ไฮแลนด์ส รีสอร์ท มีห้องพักทั้งหมด 6,118 ห้อง สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ

2005 หรือพ.ศ. 2548 ปัจจุบันอาจถึง 6,300 ห้อง  ซึ่งสถิติดังกล่าวพิจารณาจากจำนวนห้องพักโรงแรม ไม่ใช่ตามขนาดของอาคาร และไม่นับรวมโซนที่พักอาศัย เช่น อพาร์ทเมนท์ คอนโด ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการเดียวกัน
           สำหรับ "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นบ่อนคาสิโนครบวงจร ซึ่งเป็นคาสิโนแห่งเดียวในประเทศมาเลเซีย ที่มีทั้ง โรงแรม รีสอร์ทนำสมัย  สถานบันเทิงต่างๆ ดิสโก้เธค การแสดงต่างๆแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า แหล่งแฟชั่นชั้นนำจากทั่วโลก ร้านค้าต่างๆ  ของใช้ รวมถึงของที่ระลึก สามารถเลือกรับประทานอาหารหลากหลายชนิดจากร้านอาหารที่มีอยู่มากมาย และยังมีสวนสนุกกลางแจ้ง หรือในร่ม ประกอบด้วยเครื่องเล่นแสนสนุกมากมาย แบ่งโซนตามเมืองที่มีชื่อเสียงและสถานที่สำคัญของเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ ชองเอลิเซ่  ลอนดอน เวนิส ไทมส์สแควร์ ยูนิเวอร์ซัลวอล์ค สวิสแอลป์ และเกนติ้งวอล์ค
นอกจากนี้ ที่สโนว์เวิลด์ มีบ้านไม้ซุง บ้านอิกลู รางเล่นเลื่อน
น้ำแข็ง บริเวณเล่นหิมะ ซึ่งอากาศบริเวณนี้หนาวเย็นมาก มีเครื่องเล่นจำลองการกระโดดร่ม หน้าผาจำลอง ส่วนที่ห้องจัดแสดงพาวิลเลี่ยน ก็มีการแสดงมายากลลุ้นระทึก หรือการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง มีลานโบว์ลิง ตู้เกม โรงภาพยนตร์ และยังมีสนามกีฬาในร่มเหมาะสำหรับการเล่นบาสเก็ตบอล ปิงปอง แบดมินตัน และสคว็อช รวมทั้งลานโบว์ลิ่ง สระว่ายน้ำในที่ร่ม ฟาร์มเห็ด สนามกอล์ฟ และสนามม้า บนหุบเขาแห่งนี้อีกด้วย
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของการมาเยือน "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" คงจะหนีไม่พ้นกระเช้าลอยฟ้า หรือ เคเบิ้ลคาร์
ซึ่งเป็นเสน่ห์ สำหรับการมาท่องเที่ยวที่แห่งนี้ครับ เคเบิ้ลคาร์ที่นี่มีความยาว 3.4 กิโลเมตร บนความสูงถึง 2 พันเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ ป่าเขา และเห็นทะเลหมอกอย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มืดครึ้มหรือมีฝนตก
ค่ากระเช้าขึ้นลง ประมาณ 120 บาท ต่อคน 1 กระเช้ารับผู้โดยสารได้ประมาณละ 6-8 คน ที่สำคัญการเตรียมตัวก่อนขึ้นกระเช้า ให้นักท่องเที่ยวสามารถนำกระเป๋าใบเล็กขึ้นกระเช้าไปด้วยได้ ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ของเคเบิ้ลคาร์ จะไม่อนุญาตให้นำขึ้นกระเช้าไปด้วย และอาจจะต้องเสียค่าใช่จ่ายสำหรับการฝากกระเป๋าไว้ ณ สถานีกระเช้าต้นทาง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่กลัวความสูง แนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์ ขึ้นไปที่เก็นติ้งฯ ดีกว่าครับ
ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษที่ 1960 กว่าจะมาเป็น "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" ที่เห็นในปัจจุบัน "ลิม โก๊ะห์ ตง"  ฉายาราชาคาสิโนของมาเลเซีย เป็นผู้พัฒนารีสอร์ต คาสิโน "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" ขึ้นมาและเป็นผู้ก่อตั้งเกนติ้ง กรุ๊ป ที่เติบโตไปเป็นกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประกอบด้วย 3 สัญชาติ คือ มาเลเซีย  สิงคโปร์ และฮ่องกง ส่วน "นายลิม" ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดรั้งอันดับที่ 204 ของโลกที่จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส เมื่อปี 2550 จากการครอบครองทรัพย์สินมูลค่า 4,200 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า1,300,000 ล้านบาท ธุรกิจของกลุ่มเกนติ้ง รวมถึงบริการเรือสำราญ สตาร์ ครูซส ที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และบริษัทลูกคือ เกนติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล แถมยังเป็นเจ้าของสแตนลีย์ เลเชอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจคาสิโนใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรด้วย
"นายลิม"  เกิดเมื่อปี 2461 ที่มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ตอนที่อายุ 19 ปี ได้อพยพมาที่ประเทศมาเลเซีย ในสภาพที่ยากจน ก่อนจะได้รับโอกาสครั้งแรกในการทำการค้าเครื่องจักร ช่วงหลังสงครามโลกครั้ง 2 ตอนที่เกิดแนวคิดจะพัฒนายอดเขาให้เป็นรีสอร์ต คาสิโน ในรัฐปะหัง "นายลิม" มีอายุ 50 ปีแล้ว โดยในการพัฒนา  "เก็นติ้ง ไฮแลนด์"  บนยอดเขานั้น "นายลิม" ได้สร้างถนนขึ้นไปเป็นระยะทาง 1.8 พันกิโลเมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเริ่มงานเมื่อปี 2508 "นายลิม" เคยเขียนหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองเมื่อปี 2547 บอกเรื่องราวว่า "กลับถึงบ้านในคืนนั้น ผมบอกกับภรรยาว่า ผมลงนรกไปแล้ว แต่ภรรยาได้บอกให้หันกลับไปทำงานต่อไปให้ลุล่วง"  ในที่สุดก็สร้างถนนเสร็จ และเปิดคาสิโนในปี 2514 "นายลิม"  เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2550 ด้วยวัย 90 ปี ซึ่งสุสานของ "นายลิม" ตั้งอยู่เชิงเขาริมทางขึ้น "เก็นติ้ง ไฮแลนด์" ในปัจจุบัน
               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การเดินทางมาประเทศมาเลเซียครั้งนี้ สิ่งที่น่าชมเชยอย่างมาก คงจะเป็นถนนหนทางที่สวยงาม สะอาด และมีความปลอดภัยสูง เพราะมีการจำกัดความเร็วรถยนต์ทุกชนิด ตลอดการเดินทางบนทางด่วน นอกจากจะได้เห็นป่าเขาลำเนาไพร แล้วจุดพักรถ นอกจากจะมีอาหาร ต่างๆ สินค้าไว้บริการแล้ว ห้องน้ำ สถานที่ยังถูกจัดโซน สอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นแล้วสบายตาดี สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ มาเลเซีย มีอีกหลายแห่งที่ผมได้ไปตะลอนฯ มา วันไหนว่างๆค่อยมาบอกเล่ากันต่อครับ...!!!
นวย เมืองธน
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น