วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันสังคมสุขใจสามพราน ฟื้นวิถีชีวิตเกษตรอินทรีย์

เรื่องราวของอาหารปลอดสารเคมี และเกษตรอินทรีย์ ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นกระแสทำให้ "มนุษย์" ผู้บริโภคทั่วโลกเกิดการตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการทำเกษตรอินทรีย์ เป็นการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์ ผลผลิตที่ได้จะมีความปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ปลอดภัย สบายใจ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งดินและน้ำ เนื่องจากเป็นการทำการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง หรือฮอร์โมน และสารเคมีทุกชนิด โดยจะใช้อินทรียวัตถุ อย่างปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก รวมถึงปุ๋ยคอก บำรุงพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง มีความต้านทานต่อโรคพืชและแมลง
            พอเขียนถึงเรื่องเกษตรอินทรีย์ แน่นอนว่าผมต้องมีเรื่องมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถูกเชิญให้มาร่วมทำข่าวแถลงการจัดงานวันสังคมสุขใจ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.57 ที่สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม วันนั้นนอกจากจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนงแล้ว ยังมีผู้ร่วมให้ความรู้ต่างๆ มากมาย อาทิ มูลนิธิสังคมสุขใจ สามพรานริเวอร์ไซด์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงาน

กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), มหาวิทยาลัย, โรงเรียน  และเกษตรกรในจังหวัดนครปฐม ฯลฯ อีกด้วยครับ
  "อรุษ นวราช" กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซต์ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ในฐานะประธานจัดงานวันสังคมสุขใจ ครั้งที่ 1 บอกว่า นับเป็นเวลากว่า 4 ปี แล้ว ที่มีความพยายามภายใต้โครงการสามพรานโมเดล ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อปรับ

เปลี่ยนแนวคิดและวิถีในการเกษตรของ

เกษตรกรอำเภอสามพราน และภายในจังหวัดนครปฐม จากการใช้เคมีมาใช้ระบบเกษตรอินทรีย์ โดยก่อนหน้านี้อำเภอสามพรานร่วมกับ 40 หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสินค้าอินทรีย์ โดยตั้งเป้าว่าจะพัฒนาอำเภอสามพรานให้เป็นชุมชนแห่งความสุข ปลอดสารเคมี เป็นแหล่งใหญ่ในการผลิตสินค้าอินทรีย์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว รวมถึงขยายการทำเกษตรอินทรีย์ และกระตุ้นความต้องการผลผลิตอินทรีย์ของผู้บริโภคให้มากขึ้น จึงได้มีการจัดงานวันสังคมสุขใจ เพื่อนำเสนอคุณค่าของโครงการสามพรานโมเดล และนำผลผลิตอินทรีย์ของเกษตรกรมาโชว์และจำหน่าย พร้อมเปิดตัวเกษตรกรที่กำลังจะได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ในปี 2557 ด้วย
            ส่วนโครงการสามพรานโมเดล "คุณอรุษ" เล่าว่า เกิดจากแนวคิดของตนเองที่อยากได้ผัก ผลไม้ ที่เป็นอินทรีย์ไว้บริการลูกค้าที่มาใช้บริการ เมื่อปี 2553 จึงเริ่มต้นด้วยการปลูกผักอินทรีย์ในพื้นที่ 30 ไร่ ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำของสามพรานริเวอร์ไซด์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบตามห้องอาหารของโรงแรม แต่ก็ยังไม่เพียง
พอ ต่อมามีเกษตรกรบางส่วนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องการจะปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบเคมีมาสู่อินทรีย์ แต่ยังขาดองค์ความรู้ และที่สำคัญที่สุดคือ ตลาด จึงเข้ามาร่วมกับสามพรานริเวอร์ไซด์ เกิดขึ้นเป็นกลุ่มธุรกิจเชิงคุณค่าสามพราน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส.และสกว. ซึ่งช่วงเริ่มต้นของการทำโครงการ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่อยากเปลี่ยนเป็นระบบอินทรีย์ เพราะคิดว่าทำยากให้ผลผลิตน้อย และไม่มีตลาดรองรับ ดังนั้น ทางสามพรานริเวอร์ไซต์ หรือสวนสามพราน จึงเริ่มทำตลาดทางเลือกให้กับเกษตรกร คือ ตลาดสุขใจ ใน
พื้นที่กว่า 2 ไร่ ให้เกษตรกรนำผลผลิตอินทรีย์ และผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายตรงถึงมือผู้ซื้อ โดยทางสวนสามพรานจัดหาผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือมาสุ่มตรวจคุณภาพพืชผักของเกษตรกรทุกสัปดาห์ว่ามีสารเคมีตกค้างหรือไม่ ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ  นอกจากนี้ทางโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซต์ยังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยมีการประกันราคาให้ด้วย
   "กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซต์ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ" บอกอีกว่า จากการเริ่มต้นในการ
เปลี่ยนแปลง สามารถสร้างความมั่นคงเป็นตลาดทางเลือกให้เกษตรกรได้ นำไปสู่การขยายผล ซึ่งหากจะทำในเรื่องนี้ให้สำเร็จ ต้องอาศัยเครือข่ายมาช่วยกัน และสวนสามพรานก็จะต้องทำตนเป็นตัวอย่าง จึงจะสามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือให้คำแนะนำกับเกษตรกรได้ ภายในสวนสามพรานจะมีการนำระบบเกษตรอินทรีย์มาใช้ในสวนสามพรานทั้งหมด รวมถึงมีการพัฒนาพื้นที่ของโรงแรมที่อยู่ติดริมแม่น้ำอีกฝั่งให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ มีการปลูกผัก ปลูกข้าว ขณะที่ในโรงแรมมีการพัฒนาเมนูอินทรีย์มาบริการลูกค้า และมีจุดจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์
ภายในโรงแรมด้วย โดยในปี 2556 สวนสามพรานและเกษตรกรนำร่องหลายคน จนได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์สากล (IFOAM)
"คุณอรุษ" บอกด้วยว่า การสนับสนุนการทำเกษตรแบบอินทรีย์ มุ่งเน้นให้เกษตรกรเปลี่ยนวิถีชีวิต จากการใช้สารเคมีมาเป็นอินทรีย์ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก จึงต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งไปเยี่ยม ให้คำปรึกษา เชิญชวนมาร่วมประชุมกลุ่ม ตลอดจนสนับสนุนการรวมกลุ่ม ช่วยเหลือกัน เช่น ลดต้นทุนในการทำปุ๋ย การทำน้ำหมัก รวมถึงการรวบรวม
สินค้าไปส่งขาย  และพัฒนาการจดบันทึกการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาแปลงปลูกให้ได้มาตรฐาน โดยปัจจุบันภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอินทรีย์ด้วยสามพรานโมเดลยังคงเดินหน้า และพร้อมเป็นบทเรียน เป็นกรณีศึกษา เพื่อการขยายผล และต่อยอดให้กับหน่วยงานที่สนใจมาร่วมเป็นเครือข่าย
"มนู สร้อยพลอย" อดีตนายอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกโครงการสามพรานโมเดล บอกว่า อำเภอสามพรานเป็นพื้นที่เพาะปลูก
และจำหน่ายผลไม้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ด้วยปัจจัยจากสื่อโฆษณาทำให้เกษตรกรสำคัญผิดในเรื่องของการเพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิต ทำให้มีการใช้สารเคมีกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งต้นทุนการผลิตก็สูงตาม จากปัญหาเหล่านี้ทางอำเภอจึงได้ร่วมกับหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น พลังชุมชน เกษตรกร และนักวิชาการ นำองค์ความรู้จากโครงการสามพรานโมเดลมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรในอำเภอสามพราน

ตระหนักถึงความสำคัญ ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำเกษตรตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นตัวเกษตรกรผู้ปลูก เรื่องดิน เรื่องน้ำ ผลิตผล รวมถึงระบบการตลาด โดยทำแบบครบวงจร เพื่อหวังเปลี่ยนจากเกษตรกรเคมีสู่วิถีเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดงานวันสังคมสุขใจ มีความสำคัญและมีความหมายมาก เพราะจากความมุ่งมั่นพยายามของทุกภาคส่วน ทำให้วันนี้อำเภอสามพรานเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เกษตรกรตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมี หันมาทำการเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น และขยายเครือข่ายกว้างออก
ไปเรื่อยๆ อีกทั้งทำอย่างจริงจังเป็นระบบ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ส่งผลให้เกษตรกรจำนวน 30 ราย กำลังจะได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์สากล  IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movement) จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.)
          "สังเวียน เอกจีน" เกษตรกรอารมณ์ศิลปินมากด้วยความสามารถ หนึ่งในแกนนำของกลุ่มพี่น้องสองตำบล+สาม ในตำบลทัพหลวง โดยทำสวนกล้วยอินทรีย์ในอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
บอกว่า สามพรานโมเดล เป็นตัวเชื่อมให้คนที่อยากทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีมีกำลังใจที่จะทำการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งในงานวันสังคมสุขใจ จะทำให้รู้ว่าคนกินผักปลอดสารเคมีอยู่ตรงไหนบ้าง คนปลูกผักเกษตรอินทรีย์ ปลูกเถอะ มีคนพร้อมจะกินน่ะ น่าจะเป็นคำตอบให้กับภาคเกษตร และในวันงานฯ น่าจะเป็นวันหนึ่งที่จุดประกายให้กับเกษตรกรมากขึ้น
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" งานวันสังคมสุขใจ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 29-30 พ.ย.57 ที่สวนสามพราน จัดขึ้นภายใต้แนวคิดย้อนสังคมไทย สู่เกษตรอินทรีย์ เพื่อชีวีปลอดภัย โดยได้รับเกียรติจาก "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในวันที่ 29 พ.ย.57 เวลา 10.00 น. ซึ่งไฮไลท์ของงานจะเป็นการเปิดตลาดน้ำอินทรีย์ย้อนยุค โดยเกษตรกรจะนำผลผลิตอินทรีย์ลงเรือมาจำหน่าย และตลาดบกโบราณอินทรีย์ ที่มีผลผลิตอินทรีย์สดจากไร่ ตัดใหม่จากสวนของเกษตรกรกว่า 100 ชนิด มาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งตลอดทั้ง 2 วันของการจัดงานวันสังคมสุขใจ จะมีกิจกรรม ชม ช็อป ชิม แชร์ เพื่อให้ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้วิถีชีวิตอินทรีย์ให้กับผู้เข้าชมงาน อาทิ ชมซุ้มกุหลาบมอญอินทรีย์, ไอเดียบ้านดินพอเพียงในฝัน, การสอนเทคนิคการทำปุ๋ย, การบำรุงดิน, การปลูกพืชผักสวนครัวในกระถางจากวัสดุเหลือใช้ และกิจกรรมต่างๆ อีกมามาย...!!!
นวย  เมืองธน
****************************************

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ14 ธันวาคม 2557 00:29

    ชอบวงดนตรีมากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะมือกีตาร์ ไม่รู้ว่ามีนักร้องนำหรือยังค่ะ

    ตอบลบ