วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ธุรกิจเหล้าจ่อยึดเอเชีย ป.ป.ส.IOGT ถกปลอดสุรา

             ช่วงปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) ปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษากลับมาฮือฮาอีกระลอกหนึ่ง หลังจากเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมสมาชิกเครือข่าย ซึ่งเป็นนักเรียนจากหลายสถาบันได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เพื่อทวงถามความคืบหน้าการออกมาตรการควบคุมเหล้าปั่น และจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เพื่อลดปัญหาผลกระทบต่อเด็กเยาวชน ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค.57 ที่ต้องการให้ควบคุมปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษาอย่างจริงจัง และจากข้อมูลของเครือข่ายฯ ยังระบุว่า ในรัศมี 500 เมตรรอบสถานศึกษาจะมีร้านเหล้าเฉลี่ย 57 ร้านต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีทั้งร้านที่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต โดยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
           นอกจากนี้ ที่น่าห่วงก็คือแทบทุกร้านมีการจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษา ส่งผลให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากสถิติแต่ละปีพบว่ามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 2.5 แสนคน สอดคล้องกับที่เครือข่ายฯ ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะว่าเข้าถึงง่าย ร้านเหล้าอยู่ใกล้หอพักและสถานศึกษา ค่าใช้จ่ายในการดื่มแต่ละครั้งมากกว่า 1 พันบาท ซึ่งมาจากเงินที่ทางบ้านส่งให้ สภาพแวดล้อมเช่นนี้
เป็นการมอมเมาเยาวชนและนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เสียการเรียน เสียสุขภาพ และถูกคุกคามทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องเรื่องเหล่านี้ต่อรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมานานกว่า 6 ปีแล้ว
               ขณะที่ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ระบุว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ปรับแก้รายละเอียดบางมาตราของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นปัญหาสำคัญ ทั้งการโฆษณาภาพลักษณ์ การโฆษณาเครื่องหมายการค้า การจัดงานอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นการโฆษณาแฝง รวมถึงการจัดโซนนิ่งห้ามขายรอบสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้เสร็จแล้ว 100% กำลังอยู่ในขั้นตอนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาส่งเข้าที่ประชุม ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
              ผมหยิบยกเรื่องราวของปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษาที่เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่เรียกร้องรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขออกมาตรการควบคุมเหล้าปั่น และจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษามาเขียนถึงนั้น เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ (21 ต.ค.) มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าวการประชุม IOGT International 68th World Congress 2014 ภายใต้หัวข้อ "Alcohol in All Policies" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 ต.ค.-1 พ.ย.57
ณ โรงแรมรีเจนท์บีช รีสอร์ท ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี Mr. Esbjorn Hornberg ผู้อำนวยการบริหาร International of Good Templars (IOGT) สำนักงานใหญ่ ประเทศสวีเดน พล.ต.อ.ชวลิต ยอดมณี นายกสมาคมเพื่อการพัฒนาสังคมไทยและอดีตเลขาธิการ ป.ป.ส., นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกันแถลงข่าวครั้งนี้
  Mr. Esbjorn Hornberg ผู้อำนวยการบริหาร International of Good Templars (IOGT) บอกว่า การประชุมครั้งนี้ นับเป็นการจัดประชุมครั้งแรกในเอเชีย โดยความร่วมมือของสำนักงาน ป.ป.ส. สมาคมเพื่อการพัฒนาสังคมไทย เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ IOGT ประเทศสวีเดน ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาสังคมให้ปลอดจากการใช้สุรา สิ่งมึนเมา รวมถึงสารเสพติด และเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของประเทศสมาชิก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คนจากหลายประเทศ เช่น ไทย บังกลาเทศ โปแลนด์ สโลวาเกีย เยอรมนี เป็นต้น นอกจากการประชุมแล้ว ยังมีการระดมความคิดเห็น และจัดกิจกรรมค่ายอบรมเยาวชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้แก่เยาวชนไทย ร่วมกับเยาวชนในอาเซียนที่เข้าร่วมประมาณ 100 คน โดยองค์กร IOGT มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสวีเดน เป็นองค์กร NGO ระหว่างประเทศที่มีเครือข่ายทั่วโลก และมีกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เน้นในเรื่องการต่อต้านการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดอื่นๆ และการมีวิถีชีวิตที่ดีปราศจากการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด
          พล.ต.อ.ชวลิต ยอดมณี นายกสมาคมเพื่อการพัฒนาสังคมไทยและอดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า สมาคมเพื่อการพัฒนาสังคมไทย หรือ International Organization of Good Templars - Thailand (IOGTT) เป็นองค์กรเครือข่ายของ IOGT ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งสมาคมฯ อยู่ในความอุปถัมภ์ของสำนักงาน ป.ป.ส. โดยการสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรให้กับสมาคมฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับสังคมไทย ซึ่งหัวข้อการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ ประกอบด้วย สังคมกับยาเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สารอันตรายกับสิทธิเด็ก แอลกอฮอล์กับการพัฒนานโยบายและการสร้างพันธมิตร ความรุนแรงทางเพศกับการติดเชื้อ HIV
             นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า การจัดประชุมฯ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 68 แต่เป็นครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งทาง IOGT ประเทศสวีเดนได้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายด้านการจำกัดการใช้สุรา บุหรี่ และยาเสพติดที่เป็นรูปธรรม และเอาจริงเอาจัง ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมุ่งเจาะตลาดเอเชีย โดยเฉพาะไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว
ทำให้เป็นเป้าหมายตลาดเกิดใหม่สำหรับอุตสาหกรรมนี้ จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับรัฐบาลไทย และองค์กรที่ดำเนินการรณรงค์และต่อต้านในเรื่องดังกล่าวที่จะกำหนดนโยบายและจัดระบบการบริหารจัดการ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องให้ได้ผลอย่างจริงจัง และการจัดประชุมฯ ครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์การทำงาน เพื่อนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในประเทศไทย รวมถึงจะมีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน และจัดค่ายอบรมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้แก่เยาวชนไทย และเยาวชนในอาเซียน จึงเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อให้การกำหนดนโยบาย และทิศทางในการทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"สำนักงาน ป.ป.ส.ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรมการแพทย์ ตำรวจตระเวนชายแดน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และจังหวัดเพชรบุรี ที่ได้ให้ความร่วมมือในการจัดประชุมครั้งนี้อย่างดียิ่ง" นายวิตถวัลย์ กล่าว
นายธีระ วัชระปราณี ผู้จัดการผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า บอกว่า ในปีนี้องค์การอนามัยโลกได้ออกรายชื่อ Global Status report on alcohol and health 2014 โดยประเทศไทยมีสถิติการดื่มแอลกอฮอล์ที่ 7.1 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อปี เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ไทยอยู่อันดับ 2 รองจาก สปป.ลาว และคนไทยยังดื่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลก ซึ่งอยู่ที่ 6.2 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อปี โดยจากข้อมูลพบว่ามีผู้เสียชีวิตที่สัมพันธ์กับการดื่มแอลกอฮอล์มาก
ถึง 3.3 ล้านคน หรือ 5.9 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตทั้งหมด และแอลกอฮอล์ยังเป็นปัจจัยเสี่ยง มีการวิเคราะห์แนวโน้ม 5 ปี ที่ผ่านมา (2005-2010) ของการบริโภคแอลกอฮอล์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลกพบว่า ในแถบเอเชียมีแนวโน้มการบริโภคสูงขึ้น ส่วนภูมิภาคอื่นๆ มีแนวโน้มลดลงหรือคงที่ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยในกลุ่มเอเชียเป็นเป้าหมายของการทำการตลาด ซึ่งรัฐบาลต้องตระหนักในปัญหาที่จะตามมา ถ้าหากไม่มีนโยบายอย่างครอบคลุม ไม่มีความมุ่งมั่นทางการเมือง และขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับประเทศไทยถูกยอมรับว่ามีความเข้มแข็งของนโยบายแอลกอฮอล์ แต่จุดอ่อนสำคัญ คือ "การละเมิดกฎหมายของธุรกิจแอลกอฮอล์ การทำตลาดในกลุ่มวัยรุ่น ผู้หญิง รวมทั้งการอ้างในความรับผิดชอบต่อสังคม อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องจับตามองคือ การค้าเสรีระหว่างประเทศ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่จะกระทบต่อนโยบายการควบคุมแอลกอฮอล์ เนื่องจากภาคธุรกิจจะใช้โอกาสนี้ให้รัฐบาลเปิดการค้าแอลกอฮอล์ได้เสรี ลดภาษีนำเข้า ลดข้อจำกัดทางการค้าต่างๆ ซึ่งจะไปขัดกับหลักการค้าที่ต้องคำนึงถึงศีลธรรมและความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งการประชุมครั้งนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากประเทศต่างๆ และจะเป็นการเน้นย้ำความเข้มแข็งให้กับนโยบายแอลกอฮอล์ของประเทศไทยว่ามีการทำความร่วมมือกันในการเฝ้าระวังตลาดธุรกิจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงาน ตลอดจนแนวทางการสนับสนุนนโยบายแอลกอฮอล์แต่ละประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น" นายธีระ กล่าวทิ้งท้าย...!!!
                        นวย เมืองธน
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น