วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

DSI เปิดตัวเครื่องฝึกยิง โชว์งานครบรอบ 12 ปี

            สถานการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาด้านเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ตลอดถึงการก่ออาชญากรรม ซึ่งพัฒนาจากการใช้ความรุนแรง เป็นอาชญากรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การใช้เทคโนโลยีคุณภาพสูงและช่องว่างของกฎหมายปิดบังความผิดของตน มีอิทธิพลและเครือข่ายองค์กรโยงใยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ยากต่อการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี
          จากข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงมีการจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "DEPARTMENT OF SPECIAL INVESTIGATION" มีชื่อย่อว่า "DSI" ซึ่งมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในด้านต่างๆ พัฒนารูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เป็นองค์กรหนึ่งซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการปฏิรูประบบราชการ ทำให้ประชาชน
และประเทศชาติได้รับความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุด
    สำหรับอำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และการแบ่งส่วนราชการ คือ 1.รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.ป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคดีพิเศษประกาศกําหนดหรือตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ตลอดจนปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาที่เป็นคดีพิเศษ 3.ศึกษา รวบรวม จัดระบบ และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และเพื่อป้องกัน ปราบปราม สืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ 4.จัดให้มีการศึกษา อบรม และพัฒนาระบบงานการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ การพัฒนาความรู้และการประเมินสมรรถภาพการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ พนักงานราชการ

และลูกจ้างของกรม และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษหรือไม่ 5.ดําเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมายและระเบียบที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมและงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 6.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ขณะที่โครงสร้างและการแบ่งส่วนราชการก็มีสํานักบริหารกลาง สํานักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ
สํานักคดีความมั่นคง สํานักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สํานักคดีทรัพย์สินทางปัญญา สํานักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สํานักคดีภาษีอากร สํานักคดีอาญาพิเศษ 1-3 สํานักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สํานักปฏิบัติการพิเศษ และสํานักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ ส่วนวิสัยทัศน์ ถือเป็นองค์กรชั้นนำด้านการสืบสวนสอบสวนที่มีมาตรฐานในระดับสากล และได้รับความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม


         โดยมีพันธกิจในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวนและดำเนินคดีพิเศษอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเป็นธรรม และดำเนินยุทธศาสตร์ คือ 1.เสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในมิติการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ 2.สร้างความเชื่อถือในระดับสากลในมิติการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ 3.สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิ่มศักยภาพการบูรณาการการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ 4.สร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน และพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล 


        ผมหยิบยกเรื่องราวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มาเขียน เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในงานครบรอบการสถาปนา 12 ปี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.57 ภายใต้ชื่องาน "ความยุติธรรม...ที่พึ่งได้" โดยมี "พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" รมว.ยุติธรรม เป็นประธานและปาฐกถาพิเศษ โดย "พล.อ.ไพบูลย์" บอกว่า หลังการยึดอำนาจ คำถามแรก
คือเมื่อไหร่จะย้ายอธิบดีดีเอสไอ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดดีเอสไอจึงมีปัญหาในสายตาบุคคลภายนอก หลังจากนี้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งตนในฐานะ รมว.ยุติธรรม ต้องเข้ามาแก้ปัญหาให้ดีเอสไอได้รับการยอมรับอีกครั้ง ที่ผ่านมาประเทศไทยมักมีปัญหาเรื่องการออกกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ตัวเอง ทำให้ทุจริตได้ง่ายขึ้น ดีเอสไอก็ต้องถามตัวเองว่า ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตัวเองหรือไม่ ต้องทบทวนตัวเองว่าเหตุใดจึงมีกระแสข่าวให้ปรับโครงสร้าง หรือกระทั่งยุบดีเอสไอไปเลย ทั้งนี้ อยากให้ดีเอสไอทำงานเพื่อให้เกิดความ
เป็นธรรม อยากให้ดีเอสไอพิสูจน์ตัวเอง เป็นที่เชื่อถือตามที่สังคมคาดหวังไว้ และขอให้ช่วยกันทำให้เกิดความยุติธรรม
"พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และว่าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาของการเข้ามารับตำแหน่ง "อธิบดีดีเอสไอ" ได้ปรับปรุงระบบการทำงานภายในดีเอสไอ เพื่อให้ "ดีเอสไอ" เป็นองค์กรพิเศษจริงๆ เช่นเดียวกับหน่วยงาน "เอฟบีไอ" ของสหรัฐฯ และยังทำความเข้าใจกับประชาชน

เพื่อให้เกิดความชัดเจนถึงการทำงานของ "ดีเอสไอ" ซึ่งขณะนี้มีคดีที่อนุมัติเป็นคดีพิเศษ คือ การค้ามนุษย์แรงงานประมงไทย ที่อินโดนีเซีย
ภายในงานวันดังกล่าวยังมีนิทรรศการให้ชม โดยเฉพาะ "โครงการพัฒนาเครื่องช่วยฝึกยิงอาวุธปืนเสมือนจริง" ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก "ว่าที่ ร.ต.กอบกุล สิทธิคุณากรณ์" เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ส่วนปฏิบัติการพิเศษ ผู้ริเริ่มคิดค้นเครื่องช่วยฝึกยิงอาวุธปืนดังกล่าว เล่าว่า ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาการฝึกทักษะการยิงปืนให้
เสมือนการยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยสามารถกำหนดแบบฝึกการยิงในรูปแบบต่างๆได้ อาทิ เป้าหมายอยู่กับที่, เป้าหมายเคลื่อนที่, การสมมุติสถานการณ์เสมือนจริง ซึ่งสามารถทำการฝึกยิงได้อย่างต่อเนื่อง และยังสามารถคำนวณและบันทึกผลการยิง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำข้อมูลของผู้ฝึกมาแก้ไขข้อบกพร่องและพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก สำหรับเครื่องช่วยฝึกยิงอาวุธปืนเสมือนจริงสามารถสร้างทักษะและความมั่นใจในการใช้อาวุธปืนของผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องเผชิญเหตุโดยตรง แถมยังประหยัด ปลอดภัย และมีการฝึกได้บ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง
              "เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ส่วนปฏิบัติการพิเศษ" บอกอีกว่า ส่วนอุปกรณ์ก็มีอุปกรณ์การส่งสัญญาณที่มีขนาดเล็ก สามารถยึดติดกับปืน โดยไม่มีสายเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ และสามารถใช้กับอาวุธปืนประจำกายของผู้ฝึกได้โดยตรง ที่สำคัญยังสามารถใช้กับกระสุนฝึก หรือกระสุน Blank ทำการฝึกได้ด้วย นอกจากนี้ อุปกรณ์ Laser มีรางมาตรฐานแบบ Picatinny  ยึดกับปืนได้ทั่วไป ทั้งปืนสั้นและปืนยาว เช่น Glock หรือ M16A4 เป็นต้น สามารถฝึกได้บ่อยครั้ง และประหยัดค่าใช้จ่าย
อย่างมาก ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกันและมีความสำคัญต่อระบบตนเองได้ทำการพัฒนาขึ้นเอง จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ใช้เทคโนโลยีทางการประมวลผลชั้นสูง เพื่อออกแบบให้สามารถรองรับการจำลองสถานการณ์ได้หลากหลายแบบ และสามารถเพิ่มเติมใส่สถานการณ์จำลองต่างๆ ได้ในภายหลัง โดยใช้ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายทำจริง ทำให้ผู้ฝึกได้รับความรู้สึกที่สมจริงระหว่างการฝึกอีกด้วย

            ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ"  "ว่าที่ ร.ต.กอบกุล" บอกด้วยว่า อุปกรณ์ฝึกนี้สามารถฝึกได้เป็นประจำและสม่ำเสมอเท่าที่หน่วยงานกำหนด ซึ่งมีงบประมาณเท่าเดิม โดยให้มีการฝึกการยิงปืนได้มากขึ้น เนื่องจากประหยัดงบประมาณ แถมโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บ อันตรายน้อยมาก และการฝึกยังสามารถฝึกยิงได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามโปรแกรมที่กำหนด อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนการฝึกในรูปแบบต่างๆ ได้ ซึ่งสามารถลดการนำเข้าระบบลักษณะเดียวกันจากต่างประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ที่สำคัญ มีต้นทุนต่ำกว่าระบบจากต่างประเทศ ทำให้ประหยัดงบประมาณของประเทศชาติได้อีกด้วย...!!!
นวย เมืองธน
***********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น