วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ปลูกต้นโพธิ์-บวชป่า ศรัทธาบ้านแม่กึ๊ดหลวง

           "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติละเมา และปี 2546 ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้จัดตั้งให้เป็นป่าชุมชน มีเนื้อที่ทั้งหมด 5,250 ไร่ ครอบคลุมเนื้อที่ 6 หมู่บ้าน
ได้แก่ บ้านแม่กึ๊ดหลวง, บ้านแม่กึ๊ดใหม่, บ้านไทยสามัคคี, บ้านใหม่ริมเมย, บ้านใหม่พัฒนา และบ้านแม่กึ๊ดใหม่ดอนสว่าง โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโครงการป่าชุมชน เพื่อเป็นแหล่งไม้ใช้สอยสำหรับชุมชน เป็นแหล่งอาหารป่าใช้บริโภคในครัวเรือนของชุมชน เป็นแหล่งศึกษาทรัพยากรธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน
ลักษณะโดยทั่วไปของ "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นภูเขาสูงสลับลำห้วย ในลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดปี ได้แก่ ลำห้วยขนุน
และห้วยแม่ปะ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชนในการใช้อุปโภคและบริโภคในครัวเรือน เป็นป่าเบญจพรรณหรือผสมผลัดใบ อาทิ  ไผ่ซาง, ไผ่บง, ป่าหวาย, สัก, มะเดือย, ตะเคียน, ยาง, มะเดื่อชุมพร ฯลฯ และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย เช่น หมูป่า, ไก่ป่า, กระรอก, ตะกวด, กิ้งก่าบิน และนกหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" ยังมีความโดดเด่นมากมาย มีการจัดการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี มีการร่วมมือระหว่างชุมชน องค์กรภาคเอกชน และภาครัฐ
"ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ริเริ่มมาโดย "ครูบากัญไชย  กาญจโน" อดีตเจ้าอาวาสวัดมาตานุสรณ์ ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำชาวบ้านร่วมกันพัฒนาชุมชน และช่วยกันดูแลรักษาป่า รักษาแหล่งน้ำของชุมชน โดย "ครูบากัญไชย"  ได้เล็งเห็นว่าป่าชุมชนขณะนั้นถูกทำลายไปมาก จึงหาวิธีอนุรักษ์ป่าให้สมบูรณ์ เพื่อการอนุรักษ์ต้นไม้ ป่าต้นน้ำลำธารให้คงสภาพป่าดังเดิมและยั่งยืน จึงได้ริเริ่มนำพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นมา
คือ ประเพณีสืบชะตาป่า "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" เพื่อให้คนรุ่นหลังนั้นมีแนวคิดที่จะรักษาป่าต้นน้ำเอาไว้ เพื่อให้เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติและเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติจนชั่วลูกชั่วหลาน
ที่สำคัญทำให้ชาวบ้านเกิดความกลัว เกรงขามในพิธีกรรมทางศาสนา หยุดทำลายป่า เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์ ส่วนพิธีการสืบชะตาป่า ก็จะคล้ายกับการสืบชะตาป่าทั่วไป แต่จะแตกต่างกันตรงที่การใช้ผ้าในการผูกต้นไม้ที่อื่นจะใช้ผ้าสีเหลือง
แต่ที่ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวงนี้ใช้ผ้าสี 3 สีแทน ซึ่งเป็นเรื่องของความเชื่อในอดีตในช่วงแรกที่เคยผูกด้วยผ้าเหลืองแล้วปรากฏเหตุการณ์ไม่ปกติแก่คนในหมู่บ้าน และชาวบ้านก็เชื่อว่าเจ้าป่าเจ้าเขาคงไม่พอใจ คนในชุมชนก็เลยหันมาใช้ผ้า 3 สีแทน
  ผมหยิบยกเรื่องราวของ "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมป่าชุมชนแห่งนี้ ซึ่ง "ประลอง ดำรงค์ไทย" ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ บอกว่า คนในชุมชนจะ
ร่วมกันทำกิจกรรมทุกปี คือ การร่วมกันปลูกป่า โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมดังกล่าว และภายในป่าชุมชนยังมีต้นมะเดื่อชุมพรขนาด 23 คนโอบ ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า และความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรป่าไม้ของตนเองเป็นอย่างดี ร่วมถึงป่าชุมชนแห่งนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2557  ซึ่งมีการปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนอาสาอนุรักษ์ป่าชุมชน การช่วยกันฟื้นฟู พร้อมทั้งเฝ้าระวังรักษาป่า โดยการใช้ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนมาใช้ในการบริหารจัดการ ร่วมถึงการทำแนวกันไฟ การสร้างฝายชะลอน้ำ ที่ชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำขึ้น เพื่อประโยชน์ในชุมชนของตนเอง
    "สมหวัง เรืองนิวัติศัย" ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จังหวัดตาก บอกว่า ส่วนของการป้องกันดูแลรักษาป่าของหน่วยงานกรมป่าไม้ในพื้นที่ ซึ่งบริเวณใกล้เคียง "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" มีหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก. 8 แม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาลาดตระเวนดูแลรักษาป่าแถบนี้อยู่ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องของการดูแลรักษาป่า และการป้องกันไฟป่า คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือชาวบ้านในส่วนที่ชาวบ้านร้องขอมา
           "พนม นามผาญ" ประธานป่าชุมชนบ้านแม่กื้ดหลวง บอกว่า ก่อนหน้านี้ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง เกิดความเสื่อมโทรมและถูกทำลายอย่างหนัก  "พระครูบากัญไชย" และชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลรักษาป่า โดยจัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนทำหน้าที่ดูแลป่า ร่วมกันทำแนวกันไฟ ทำพิธีบวชป่า และการตรวจป่า ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมาได้พลิกฟื้นป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนกลายเป็นแหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร
         โดยชาวบ้านสามารถเก็บเห็ดซาง เห็ดโคน เห็ดถอบ ผักกูด ผักหนาม นำไปทำอาหารกินกัน และยังสามารถนำไปขายเป็นรายได้เสริมในชุมชนอีกด้วย และป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำให้คนในชุมชน ซึ่งชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากน้ำ และถือเป็นหัวใจหลักสำคัญที่นำไปสู่ชุมชนทั้งหมด
"ประธานป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" บอกอีกว่า แม้จะได้รับรางวัลจากการประกวดป่าชุมชนในระดับประเทศแล้ว แต่ความตั้งใจในการดูแลป่าชุมชนของชาวบ้านก็ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีวันหยุด
        เพราะนอกจากนำเงินรางวัลที่ได้รับไปรวมเป็นกองทุนรักษาป่า เพื่อดูแล "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" ที่ชาวบ้านดูแลร่วมกันมาให้อยู่ต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแล้ว ซึ่งชาวบ้านมีการป้องกัน การใช้ประโยชน์ การบำรุงรักษา และการฟื้นฟู คือ 4 กระบวนการมีส่วนร่วมที่ชาวชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวงนำมาใช้ในการดูแลผืนป่าชุมชนแห่งนี้ จนนำมาสู่การได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นระดับประเทศ
  "อมรเทพ นันตาสาย" รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 
(อบต.) แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาการรวมกลุ่มของชาวบ้านบางครั้งจะขาดเรื่องความรู้ ความเข้าใจ ทาง อบต.แม่กาษา จึงได้ประสานนักวิชาการ และภูมิปัญญาชาวบ้านมาเสริมความรู้กัน ซึ่งเริ่มจากกระบวนการร่วมกันคิด ว่าอดีตเป็นอย่างไร ปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร และอบต.จะร่วมในการขับเคลื่อนเรียกประชุมชาวบ้าน นอกจากนี้ ทาง อบต.ยังสนับสนุนงบประมาณในการทำแนวเขตป่าชุมชน พอได้แนวเขตก็หาแนวทางปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันกับป่า ซึ่ง อบต.เป็นส่วนหนึ่งในการขับ
เคลื่อนดูแลป่าชุมชนร่วมกับชาวบ้าน และพยายามให้ชาวบ้านรู้ว่าเราบริโภคป่า ทุกคนบริโภคป่าหมด แต่เรายังไม่คืนอะไรให้ป่ากัน เราใช้ประโยชน์จากป่าเรื่องของน้ำประปาภูเขา ซึ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดผู้ใช้น้ำแต่ละหมู่บ้าน จะได้เงินคืนป่าประมาณ 1 แสนบาทต่อปี โดยที่ชาวบ้านทุกคนเข้าใจกัน และนำเงินที่ได้มาเสริมเรื่องของการป้องกันการบุกรุกป่าชุมชน
"รองนายก อบต.แม่กาษา" บอกอีกว่า ส่วนการเสริมแนวเขตป่าชุมชน เพื่อป้องกันการถูกบุกรุกจากพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งปีนี้ได้
ใช้ต้นโพธิ์ เพราะคนทางเหนือ และคนพุทธ จะไม่ทำลายต้นโพธิ์ คือ ใช้จิตวิทยาทางพุทธศาสนา ปลูกต้นโพธิ์เป็นแนวเขตป่า เพราะที่ผ่านมามีการใช้ต้นมะขาม หรือต้นตาลมาปลูกทำแนวเขตป่าชุมชน แต่ก็ถูกทำลายด้วยการเผา หรือฉีดยาฆ่าหญ้าจนต้นไม้ตาย แถมหลักเสาคอนกรีตก็ยังถูกย้าย และถือเป็นปีแรกที่มีแนวคิดนำต้นโพธิ์มาปลูกทำแนวเขตป่าชุมชน ขณะนี้วัดต่างๆ ในชุมชนก็จะมีการพูดคุยเรื่องการรักษาป่ากับชาวบ้าน ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีการใช้ต้นโพธิ์เป็นเครื่องหมายเพื่อแสดงแนวเขตป่าชุมชน เพราะต้นโพธิ์เสมือนเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา ถ้าใครมาทำลาย ชีวิตนี้คงจะไม่ยั่งยืน
                ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จากพลังแห่งศรัทธาพิธีกรรม และความเชื่อทางพุทธศาสนา รวมถึงความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน ภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน ชุมชน การเคารพกฎของคนในชุมชน การร่วมแรงร่วมใจกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ จะทำให้ "ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง" แห่งนี้อยู่คู่กับลูกหลานของชาวบ้านตราบนานเท่านาน เพราะป่าชุมชนแห่งนี้ คือ ชีวิตของทุกคน...!!!
                                                               นวย เมืองธน
***********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น