วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์เรียนรู้ฯพะโต๊ะเด่น เข้มข้นปราบทุเรียนอ่อน

               ช่วงหนึ่งของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสเดินทางร่วมกับคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตรที่พาสื่อมวลชนจากส่วนกลางมาศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพทุเรียน เลขที่ 120 หมู่ 13 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
              โดย "นำชัย พรหมมีชัย" รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า การพาสื่อมวลชนมาดูงานที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพทุเรียนครั้งนี้ ก็เพื่ออยากเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ว่ากรมส่งเสริมการเกษตรทำอะไรอยู่บ้าง และผลที่ออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นนโยบายที่อยากทำความเข้าใจกับประชาชนและเกษตรกรด้วย ซึ่งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.พะโต๊ะแห่งนี้ เป็นศูนย์ที่มีสถานที่และมีแปลงเกษตรทุเรียนที่ประสบความสำเร็จ มีเกษตรกรที่จะ
ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ มีหลักสูตรของการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยที่ศูนย์แห่งนี้ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่จะให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีศูนย์เรียนรู้สำหรับเกษตรกรที่ช่วยในการแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำ
"นายนำชัย" กล่าวด้วยว่า การพัฒนาโดยใช้ระบบ MRCF เนื่องจากทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจจังหวัด และจังหวัดกำหนดเป็นพืชยุทธศาสตร์ในการพัฒนา มีศักยภาพในการแข่งขันสูง และมีตลาดเป็น
ตัวนำ โดยมีจุดรับซื้อในจังหวัดจำนวน 172 จุด (ล้ง) ซึ่งมีการส่งเสริมการผลิตทุเรียนตามกระบวนการ GAP เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพและปลอดภัย พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนหนามเขียว งดการฉีดยากำจัดศัตรูพืชมาใช้อาหารเสริมและฮอร์โมน และร่วมกับ มกอช.ในการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วย QR code ในสวนนำร่อง คัดเลือกเกษตรกรที่มีศักยภาพมาพัฒนาให้เป็น Smart Farmer ต้นแบบ เพื่อเป็นจุดเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี GAP ส่งผลให้ผลผลิตของจังหวัดชุมพร ร้อยละ 84 เป็นทุเรียนที่มี
คุณภาพ และจากการที่มี Smart Farmer ต้นแบบด้านการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ QR code ที่พร้อมขยายผล ส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นและขายได้จำนวนมากขึ้น อีกทั้งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมั่นใจที่จะซื้อทุเรียนหนามเขียว อันเกิดจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล และที่จังหวัดชุมพรก็ยังมีการจั้งจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดอีกด้วย
พอพูดถึงเรื่อง "ทุเรียนอ่อน" ผมอดคิดถึงข่าวคราวชิ้นหนึ่ง เหตุเกิดประมาณปลายเดือนเมษายน
ปี 2557 เรื่องนี้ฮือฮาอย่างมาก กรณีศาลจังหวัดระยองสั่งจำคุกพ่อค้าทุเรียน 15 วัน ฐานหลอกลวงประชาชนขายทุเรียนอ่อน จนถูกลูค้าแจ้งความจับ และศาลตัดสินสั่งจำคุกทันทีไม่รอลงอาญา เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างและเป็นการทำลายอาชีพของเกษตรกรชาวสวนทุเรียน และถือเป็นรายแรกของประเทศไทย
           "สุรสิทธิ์ สิงหพรพงศ์" เกษตรจังหวัดชุมพร บอกว่า มาตรการป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดของจังหวัดชุมพร ทางจังหวัดฯ ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าหากใครนำทุเรียนอ่อน หรือตัด
ทุเรียนอ่อนจากสวนและนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค หรือจำหน่ายภายในตลาด รวมถึงที่อื่นๆ ซึ่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจจับได้ นอกจากนี้ ทางจังหวัดชุมพรก็มีการตั้งจุดตรวจสกัด และตรวจสอบคุณภาพของทุเรียน ซึ่งการตัดทุเรียน หากมีแป้งไม่ถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเป็นทุเรียนอ่อน เพราะทุเรียนโดยทั่วไปที่ตัดจำหน่ายยังต่างประเทศ หรือจำหน่ายที่อื่นๆ นั้น ความแก่ของทุเรียนจะไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สำหรับที่ อ.พะโต๊ะ จะมีการตั้งด่านตรงเส้นทาง

ก่อนที่จะเข้า อ.หลังสวน จ.ชุมพร
     "การตั้งด่านตรวจสอบคุณภาพของทุเรียน ถือเป็นนโยบายของทางผู้ว่าฯ ซึ่งให้ตั้งคณะทำงานในทุกอำเภอของจังหวัดชุมพร โดยมีนายอำเภอเป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ก่อนที่จะนำมาจำหน่ายภายในตลาดต่างๆ และมีเกษตรอำเภอเป็นเลขานุการฯ และมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ พัฒนาชุมชนฯ, อบต., สาธารณสุขฯ, สหกรณ์ฯ เป็นต้น ก็มาร่วมกันทำหน้าที่ใน
การตั้งด่านสกัด และมีหน่วยงานของศูนย์วิจัยพัฒนาด้านการเกษตรมาร่วมด้วย ซึ่งจะมีการตรวจเปอร์เซ็นต์แป้งของทุเรียนว่าถึงเกณฑ์มาตรฐานตามที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งการตั้งด่านตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนจะดำเนินการในช่วงที่เกษตรกรตัดทุเรียนออกจากสวน หรือช่วงที่จะมีทุเรียนออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งการขนย้ายทุเรียนผ่านมาที่ด่านตรวจสอบคุณภาพของทุเรียน ทางเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการสุ่มตรวจจับ

ทุเรียนว่าอ่อนหรือแก่" เกษตรจังหวัดชุมพร กล่าว
"นายสุรสิทธิ์" บอกด้วยว่า ส่วนเวลาที่ประชาชนจะซื้อทุเรียนมาบริโภค อาจสงสัยว่าทุเรียนผลไหนสามารถกินได้หรือยัง อันดับแรก คือ ดูจากหนามของผลทุเรียนว่าหนามแข็งหรือไม่ เวลาบีบเข้าหากัน ถ้าเป็นทุเรียนแก่หนามจะดีดตัวออกเหมือนสปริง จะไม่นิ่ม อันที่สองให้ดูร่องน้ำ หรือร่องกลางของพลูทุเรียนจะมีเส้นแบ่งเป็นเส้นตรงเป็นรอยคล้ายร่องน้ำ ดูว่าเป็นร่อง
ชัดเจนหรือไม่ อันที่สาม ก็ดูที่ขั้วของผลทุเรียน ช่วงระหว่างปลิงกับขั้วจะบวม ถ้าบวมมากแสดงว่าทุเรียนแก่จัด นอกจากนี้ ก็ดูในเรื่องของการดีดหรือการเคาะ ถ้าเคาะแล้วฟังเสียงยังแน่นๆ อยู่ก็แสดงว่าทุเรียนยังไม่แก่ ยังอ่อนอยู่ หรือใช้วิธีดูดโดยการตัดขั้วทุเรียนใหม่ๆ แล้วก็ดูดดูว่าตรงขั้วที่ตัดมีรสชาติอย่างไร มีรสหวาน หรือมีรสฝาด ถ้ามีรสหวานก็แสดงว่าทุเรียนแก่จัด ส่วนการดม หากมีกลิ่นหอมก็แสดงว่าสุกแล้ว
"ฉัตรกมล มุ่งพยาบาล" เกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ สาขา
อาชีพการทำสวน ในฐานะ SMART FARMER ในการทำระบบการจัดการฟาร์มสวนทุเรียน GAP ต้นแบบเพื่อการส่งออก บอกว่า ที่ อ.พะโต๊ะ ถือเป็นพื้นที่ที่มีดิน น้ำ อากาศ ขนาบด้วยลมมรสุมทะเล ทำให้เหมาะแก่การปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ก้านยาว, พวงมณี, หมอนทอง ฯลฯ ซึ่งการทำงานตนได้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการทำสวน โดยตนมีแปลงปลูกสวนทุเรียน 31 ไร่เศษ ส่วนบริเวณรอบสวนจะปลูกปาล์มน้ำมัน และกล้วย บริเวณริมรั้วก็จะปลูกไผ่ลืมแล้งและหมาก ข้างๆ
บ้านก็ปลูกพืชผักสมุนไพร ทำให้มีรายได้ทุกวันจากการขายพืชผัก รายเดือนเก็บหมาก ตัดปาล์มขายเดือนละ 1-2 ครั้ง รายปีก็ได้ทุเรียน โดยทุเรียนสวนของตนจะส่งออกไปขายที่ประเทศจีน และประเทศแถบยุโรปทั้งหมด
"นายฉัตรกมล" บอกอีกว่า การทำงานของตนโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำอย่างไรในการผลิตพืชผักให้มีรายได้รายวัน รายเดือนและรายปี โดยใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ถือเป็นหัวใจหลัก นอกจากนี้ ยังต้องหาข้อมูลช่วงเวลาของการออกดอก ออกผลของทุเรียน รวมถึง
การปรับปรุงพันธุ์ การใช้สารเคมีตามกฎหมายกำหนด โดยต้องทิ้งระยะปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง แถมยังต้องเข้าใจการเติบโตของต้นทุเรียน ตลอดจนการเข้าใจข้อมูลทางการตลาดว่าช่วงไหนทุเรียนจากจังหวัดอื่นๆออกผล สุดท้ายมาดูว่าคุณภาพของทุเรียนส่งออกเป็นอย่างไร และทำอย่างไรจึงจะได้คุณภาพของทุเรียนเช่นนั้น
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ อ.พะโต๊ะ นอกจากจะมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพทุเรียน
ที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้กับเกษตรกร อ.พะโต๊ะแล้ว การตั้งด่านตรวจสอบคุณภาพทุเรียนของจังหวัดชุมพร ยังถือเป็นมาตรการเข้มข้น เพื่อสกัดทุเรียนอ่อนไปยังผู้บริโภค รวมถึงประชาชนที่นิยมบริโภคทุเรียน จึงเบาใจได้ว่าจะไม่ถูกพ่อค้า แม่ค้าหลอกขายทุเรียนอ่อนอย่างแน่นอน...!!!
                               นวย เมืองธน
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น