วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วังปลาวัดหงษ์ปทุมาวาส แหล่งพักผ่อนเมืองปทุม

            จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงเทพมหานคร มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน และมีความเป็นถิ่นฐานบ้านเมืองมากว่า 300 ปี ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมอยู่หลายอย่าง
               โดยเฉพาะประเพณีตักบาตรพระร้อย จะทำกันในเทศกาลวันออกพรรษา ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเดือนนี้เป็นช่วงน้ำหลากล้นฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การตักบาตรพระร้อยนี้ ทางวัดที่อยู่ตามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองข้างจะตกลงกันกำหนดแบ่งกันเป็นเจ้าภาพเพื่อไม่ให้ตรงกัน เพราะถ้าตรงกันแล้วจำนวนพระที่มารับบาตรจะได้ไม่ครบ 100 รูป และต้องการให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายรู้กำหนดเวลา จะได้เตรียมจัดทำอาหารหวานคาวไว้ทำบุญตักบาตรได้ถูกต้อง
                ประเพณีตักบาตรพระร้อย ถือเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายมอญ โดยเฉพาะที่อำเภอสามโคก ชาวบ้านยังคงอนุรักษ์สืบต่อกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน เนื่องจากเป็นประเพณีอันดีงามของการทำบุญเนื่องในวันออกพรรษาที่ชาวไทยเชื้อสายมอญปฏิบัติสืบต่อกันมานานนับร้อยปี ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของบรรดาพุทธศาสนิกชน การตักบาตรพระร้อย จึงกลายเป็นงานบุญที่สำคัญ และมีชื่อเสียงของจังหวัดปทุมธานี
               ผมหยิบยกเรื่องราวประเพณีตักบาตรพระร้อยมาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" วัดหงษ์ปทุมาวาส หรือวัดมอญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งวัดหงษ์ปทุมาวาสก็เป็นวัดหนึ่งที่มีประเพณีตักบาตรพระร้อยด้วย โดยจังหวัดปทุมธานีได้กำหนดเป็นระเบียบว่า การตักบาตรพระร้อยของวัดหงษ์ปทุมาวาส จะจัดขึ้นในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 เป็นต้นไปของทุกปี
   ซึ่งวันที่ผมมาวัดหงษ์ปทุมาวาสนั้น จริงๆ แล้วเพียงต้องการมา
ทำบุญที่วัด และให้อาหารปลาที่อยู่ริมเขื่อน ประกอบกับที่วัดแห่งนี้ยังมองเห็นทัศนียภาพบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมมาที่นี่ เพราะการได้นั่งมองสายน้ำ บางครั้งก็ทำให้เราผ่อนคลาย และเกิดไอเดียสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มากมาย  ที่สำคัญการเดินทางมาวัดก็ไม่ลำบากมากนัก ใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากวัดหงษ์ปทุมาวาสอยู่ในเขตอำเมือง จังหวัดปทุมธานี และใกล้กับตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานีอีกด้วยครับ
ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่า คนแก่ในพื้นที่ชุมชนตำบลบางปรอก
บอกว่า วัดหงษ์ปทุมาวาส หรือวัดมอญนั้น เป็นวัดที่สร้างโดยชาวมอญที่อพยพจากเมืองหงสาวดีหนีพม่ามาไทย ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี โดยขนานนามว่า "วัดหงสา" ตามชื่อเมืองหงสาวดี โดยการนำของพระยาเจ่ง เมื่อครั้งที่ได้ต่อสู้กับกองทัพพม่า แต่สู้ไม่ได้ พระยาเจ่งจึงได้พาครอบครัวชาวมอญอพยพมากรุงธนบุรี เพื่อหวังพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวชาวมอญที่มากับพระยาเจ่งพักอาศัยอยู่ที่เมืองสามโคก และเมืองนนทบุรี



ต่อมเมื่อปี พ.ศ.2485 ได้เปลี่ยนชื่อจาก "วัดหงสา" มาเป็น "วัดหงษ์ปทุมาวาส" จึนถึงปัจจุบัน ซึ่งวัดแห่งนี้มีเนื้อที่จำนวน 11 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา ชุมชนที่อาศัยบริเวณรอบวัดหงษ์ปทุมาวาสเดิมเป็นชุมชนชาวมอญที่ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประกอบอาชีพ
        ด้านการเกษตรกรรมและการทำเครื่องปั้นดินเผา ปัจจุบันชาวมอญดั่งเดิมได้เสียชีวิต บางส่วนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นบ้าง และชาวมอญรุ่นหลังๆ ได้แต่งงานกับคนไทย จนกลายเป็นคนไทยเชื้อสายรามัญในปัจจุบัน
         สิ่งที่น่าเชื่อถือว่า วัดหงษ์ปทุมาวาส เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยชนชาวมอญนั้น เพราะมีสัญลักษณ์ของชาวมอญ คือ เสาหงส์ และตัวหงส์บนยอดเสา ซึ่งหมายถึง เมืองหงสาวดี ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของชาวมอญ และเจดีย์ทรงมอญ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์จิตตะกอง
ของเมืองหงสาวดี มีวิหารหลังคาเป็นชั้นๆ มีลวดลายที่สวยงามมาก ปัจจุบันวิหารได้ถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว
  ส่วนอุโบสถได้สร้างใหม่ตามสถาปัตยกรรมของไทย มองเห็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ได้แต่ไกล ขณะที่ภายในอุโบสถก็มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย รูปหล่อหลวงปู่เฒ่า ที่ชาวบ้านในย่านนี้ต่างให้ความนับถือ และมีศาลาการเปรียญประดับด้วยไม้แกะสลักสวยงาม
และเมื่อปี พ.ศ.2538 ได้เกิดน้ำท่วมวัดหงษ์ปทุมาวาส
พื้นที่ จ.ปทุมธานีเกือบทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำประมาณ 5 เดือนเศษ ชาวจังหวัดปทุมธานีเดือดร้อนกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ช่วงนั้นพระครูปทุมวรคุณ (ณรงค์ อัคควัณโน) เจ้าอาวาสวัดหงษ์ปทุมาวาส ได้นำเศษอาหารจากการบิณฑบาตมาโปรยให้เป็นทานแก่ปลาหน้าวัด ซึ่งในขณะนั้นมีปลาเล็กปลาน้อยมาอาศัยอยู่ เช่น ปลาสังกะวาด ปลาตะเพียน ปลากระแห และยังมีปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาสวาย ปลากราย ปลาเค้า ปลาชะโด เป็นต้น แต่ปลาจำนวนน้อยมากที่จะขึ้นมาให้เห็นเฉพาะเวลาให้อาหาร จากนั้นจำนวนปลาสวาย
ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากหลักร้อย หลักพัน จนถึงหลักหมื่นในเวลาต่อมา และมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากปลามีอาหารการกินสมบูรณ์ จึงไม่ได้อพยพย้ายไปไหน
ต่อมาทางวัดจึงได้สร้างแพเหล็กขึ้นมาเพื่อให้อาหารปลา โดยเทศบาลเมืองปทุมธานีได้เข้ามาดำเนินการก่อสร้างแพปลาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเจ้าอาวาสได้เห็นความสำคัญที่จะอนุรักษ์พันธุ์ปลาให้คงอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานีให้ช่วยคอยดูแล
พันธุ์ปลาน้ำจืดบริเวณหน้าวัด โดยจัดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และเป็นเขตอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยทางวัดได้เข้าร่วมประกวดโครงการอนุรักษ์ปลาหน้าวัด จนได้รับโล่ชนะเลิศระดับประเทศ 4 ปีซ้อน
   ปัจจุบันแพปลาหน้าวัดหงษ์ปทุมาวาส ถือเป็นแพปลาที่มีปลามาอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศไทย นอกจากเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำแล้ว ยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านและใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีกด้วย คือ การอนุรักษ์และสืบสานประเพณีตักบาตรพระร้อย

และประเพณีลอยกระทง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดให้วัดหงษ์ปทุมาวาสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดปทุมธานีอีกด้วย
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ส่วนการเดินทางมาวัดหงษ์ปทุมาวาสนั้น
หากไม่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวมา ก็สามารถนั่งรถประจำทางสายรังสิต-ปทุมธานี หรือรถเมล์ร่วมบริการ สาย 33 สนามหลวง-ปทุมธานี ฯลฯ จากนั้นนั่งสามล้อถีบจากตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานี ตรงบริเวณศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า) หรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สะดวกดี แถมได้บรรยากาศชิวๆ อีกด้วย...!!!
                              นวย เมืองธน
*********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น