วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ป้องปราบแก๊งไม้พะยูง สร้างจิตสำนึกชาวบ้าน

           "ภูฝอยลม" เป็นยอดภูเขาสูงที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค อ.หนองแสง จ.อุดรธานี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 600 เมตร และเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของจ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง มีสภาพอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี และเป็นป่าที่มีความชุ่มชื่นสูงมากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ยังทำให้เกิดไลเคนเส้นฝอยสีเขียวปนเทาเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้เจริญงอกงามกะจายอยู่เต็มภูเขาจนได้รับการขนานนามว่า "ภูฝอยลม" ครับ
             ช่วงหนึ่งของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสเดินทางมากับคณะผู้บริหารกรมการปกครอง เพื่อมาศึกษาดูงานบทบาทของฝ่ายปกครองในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง ภายใน "ป่าพันดอน-ปะโค"  อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ช่วงที่ "อภิชาติ เทียวพานิช" รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อ.หนองแสง รวมถึงคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ กำลังรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงอยู่นั้น
         "วัชรินทร์ สุตลาวดี" นายอำเภอหนองแสง ก็ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง ที่ "ป่าพันดอน-ปะโค"  ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี  ซึ่งทาง "นายอำเภอหนองแสง" ได้สั่งการพร้อมนำกำลังอาสารักษาดินแดง (อส.) กว่า 30 นาย ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทันที โดยมีสื่อมวลชนจากส่วนกลางหลายสำนักติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน
      ที่สำคัญ จากการตรวจสอบภายใน "ป่าพันดอน-ปะโค" พบว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูงจำนวนหลายจุด บางจุดเป็นไม้ใหม่

ที่เพิ่งถูกตัดโค่น เพื่อรอการลำเลียงออกจากป่า บางจุดเป็นไม้เก่าที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายในพงหญ้า แถมยังพบว่า "แก๊งมอดไม้" ได้ทิ้งรถจักรยานยนตร์ไว้กลางป่าจำนวน 3 คัน เลื่อยมือ 2 อันและอุปกรณ์ต่างๆซึ่งคาดว่า "แก๊งมอดไม้" คงไหวตัวทัน และอาศัยความชำนาญป่าหลบหนีไปได้ไม่นานก่อนหน้าที่กำลังอส.ของฝ่ายปกครอง จะเข้าตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่า "แก๊งมอดไม้" ได้ขนไม้พะยูงที่ตัดแล้วนำมากองไว้บริเวณชายป่าซึ่งอยู่ห่างจากถนนไม่ถึง 100 เมตร คาดว่าเตรียมลำเลียงส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย


        "วัชรินทร์ สุตลาวดี" นายอำเภอหนองแสง บอกว่า พาหะนะของ "แก๊งมอดไม้" จะเป็นรถจักยานยนต์เก่าๆไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งจะแตกต่างจากรถจักยานยนต์ของชาวบ้านทั่วไปที่มาของป่า เนื่องจากชาวบ้านทั่วไปจะจอดอยู่ริมถนนโดยเปิดเผยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร แต่ถ้าเป็น"แก๊งมอดไม้" จะนำรถจักยานยนต์เข้ามาจอดในป่าลึก เพื่อซุกซ่อนไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น  ส่วนไม้ของกลางกว่า 20 ท่อน พร้อมรถจักยานยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ตรวจยึดได้ในวันนี้จะนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.หนองแสง ดำเนินการหาผู้
กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะมีการตรวจเช็คหมายเลขรถจักรยานยนตร์ว่าเป็นของใคร และสอบสวนขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาทางฝ่ายปกครองอำเภอหนองแสง ก็ทำงานประสานการข่าวกับชาวบ้านตลอด การเข้าตรวจยึด
ไม้พะยูงครั้งนี้ ก็ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านด้วยเช่นกัน
    "ชาวบ้านเข้ามาของป่าพอเจอ "แก๊งมอดไม้" ก็โทรศัพท์บอกเรา ทำให้เรารู้ว่าเหตุเกิดที่จุดไหน แต่ส่วนหนึ่งเราต้องวางแผนแก้ไขสถานการณ์ อย่างเช่นวันหยุด เรารู้ว่าขบวนการเหล่านี้จะขึ้นมาทำงาน หรือช่วงค่ำ วันไหนฝนตก ขบวนการเหล่านี้จะขึ้นมาขนไม้ ทำไม้ เราก็อาศัยจังหวะนั้นย้อนศรเค้าขึ้นมาเลย ก็อยู่ที่การเตรียมการวางแผนเช่นกัน" นายอำเภอหนองแสง กล่าว



           "สุทธินันท์ บุญมี" รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี  บอกว่า จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ป่าอยู่ประมาณ 2 ล้าน 9 แสนไร่ ซึ่งอ.หนองแสง ยังมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งการนำเนินการป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ทางจังหวัดก็ได้สนองนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเต็มที่ในการดูแลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทาง "นายอำเภอหนองแสง" ถือเป็นผู้หนึ่งที่เอาจริงเอาจังเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีการพากำลังอส.เข้าตรวจสอบแทบทุกวัน ซึ่งการจับไม้พะยูงในหลายๆครั้ง





ก็มาจากประชาชนแจ้งเบาะแส และให้ข่าวสาร และหากไม่ได้รับความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ก็จะเป็นปัญหาที่น่านักใจว่าจะสามารถรักษาป่าไม้ได้นานขนาดไหน ซึ่งทางจังหวัด โดยอำเภอหนองแสงเอง ก็พยายามสร้างขบวนการมีส่วนร่วมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของป่าไม้
   "ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการตัดไม้พะยูงนั้น การสร้างจิตสำนึกถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเจ้าหน้าที่มีจิตสำนึกร่วมกัน ปัญหาต่างๆ
ก็อาจจะลดน้อยลง" รองผู้ว่าฯอุดรธานี กล่าว
     "อภิชาติ เทียวพานิช" รองอธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า ทางกรมการปกครองไม่ได้มองปัญการตัดไม้ทำลายป่าตรงปลายเหตุอย่างเดียว ซึ่งยังมองว่าจะทำอย่างไรให้หมู่บ้านชุมชนรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน โดยได้ให้ทางนายอำเภอหนองแสง บอกกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้มีจิตสำนึก รักแผ่นดิน รักทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อประชานมีจิตสำนึกแล้ว ก็จะเป็นหู
เป็นตาให้กับทางราชการ อย่างเช่นการตรวจยึดไม้พะยูง ของอำเภอหนองแสงวันนี้ สามารถตรวจยึดไม้พะยูงได้หลายจุด เพราะได้รับข่าวจากแหล่งข่าว เพราะเขตพื้นที่ป่าสงวนฯ ป่าพันดอน-ปะโค มีพื้นที่กว้าง นับแสนๆไร่ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดูแลได้หมด จึงจำเป็นต้องสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านร่วมมือในการรักษาหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติด้วย
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.8 (หนองวัวซอ) จ.อุดรธานี
                   ผมได้เห็นไม้ของกลางต่างๆ มากมายโดยเฉพาะไม้ะพยูง ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้และนำมาเก็บไว้ ณ ที่แห่งนี้ จึงฉุดคิดไม่ได้ว่า แม้ "ภูฝอยลม" จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่มีชื่อเสียงของจ.อุดรธานี แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "ภูฝอยลม" ยังถือเป็นภารกิจที่หนักอึ้งของฝ่ายปกครองอำเภอหนองแสง รวมถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่ยังไม่สามารถระวางสายตาจากภารกิจการสกัดกั้นปราบปราม "แก๊งไม้พะยูง" ได้เลย...!!!
                    นวย เมืองธน
********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น