วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เล่าขานบ้านทุ่งหยีเพ็ง ปรองดองสมานฉันท์

            "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" หมู่ที่ 4 ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เป็นชุมชนขนาดกลาง ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของเกาะลันตา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะลันตาไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร แต่เดิมมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า
          "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" มีชื่อเรียกตามชื่อบุคคลที่มีชื่อว่า "โต๊ะหยีเพ็ง" ที่เดินทางมาโดยเรือจากรัฐไทรบุรี ประเทศมาเลเซีย เข้ามาตั้งรกรากสร้างครอบครัวอยู่ที่ "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" เป็นครอบครัวแรก "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" แห่งนี้ นอกจากจะมีธรรมชาติ ต้นไม้นานาพันธุ์ สัตว์น้ำมากมาย ทั้งปู ปลา รวมถึงหอยตาแดง และหอยแครง ฯลฯ มากมายแล้ว
   "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" ยังเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ อีกด้วย ที่สำคัญวิถีชีวิตของคน
ในชุมชนยังมีความรักความสามัคคี เอื้อเฟื้อโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยชาวชุมชน "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" ได้รวมตัวกันพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนดั้งเดิมที่เกาะลันตา นับถือศาสนาอิสลาม อาชีพหลัก คือ การทำประมงพื้นบ้าน ทำสวนยางพารา และมีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นรายได้เสริมอีกด้วยครับ
               ช่วงประมาณเกือบปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ร่วมคณะของกรมการปกครองที่นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางหลายๆ แขนง มีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์มาเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ชุมชนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านทุ่งหยีเพ็ง หมู่ที่ 4 ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ นอกจากนี้ ยังเป็นการติดตามบทบาทฝ่ายปกครองในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาพื้นที่ด้วย
           เมื่อคณะของเราเดินทางมาถึงศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯ ก็พบว่าชาวบ้าน ผู้นำชุมชน รวมถึง "สุริยัน ณรงค์กูล" นายอำเภอเกาะลันตา พร้อมข้าราชการของอำเภอได้มาคอยต้อนรับพวกเราอยู่ก่อนแล้ว "อภิชาติ เทียวพานิช" รองอธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า การนำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ชุมชนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านทุ่งหยีเพ็ง เนื่องจาก "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" ถือเป็นชุมชนตัวอย่างที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความเข้มแข็งในการสร้างความสามัคคีปรองดอง
และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สำคัญนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ คืนความสุขให้กับประชาชน ซึ่งชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง เป็นชุมชนตัวอย่างที่ชาวชุมชนยังร่วมมือกันทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีความสุข ทั้งด้านการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการให้ลูกหลานห่างไกลจากยาเสพติด
   "รองอธิบดีกรมการปกครอง" บอกอีกว่า สิ่งที่ชาวชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็งได้ร่วมกันทำนอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ

ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศแล้ว และสิ่งที่ชาวชุมชนร่วมมือกันทำ เหล่านี้ได้ถูกรายงานสะท้อนกลับไปยังกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย เพราะเกิดจากการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานราชการในพื้นที่ ซึ่งแม้จะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ก็สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้ และทำให้เกิดความสุขร่วมกัน จึงถือเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับชุมชนอื่นๆ และนำไปปรับปรุงสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปอีกด้วย
            "สุริยัน ณรงค์กูล" นายอำเภอเกาะลันตา บอกว่า ทางอำเภอเกาะลันตาในฐานะฝ่ายปกครองยังได้ส่งเสริมให้มีศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชนและเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำโครงการขยายผลศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้กับ "บ้านทุ่งหยีเพ็ง"  โดยส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วัฒนธรรม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืน และส่งเสริมกิจกรรมของหมู่บ้าน และบทบาทของฝ่ายปกครองยังได้ส่งเสริมสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือโอทอปของ
"กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งหยีเพ็งร่วมใจ" ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2556 ไปสู่ตลาดที่กว้างขวางยิ่งขึ้น จากยอดขายปีละ 1 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายถึงปีละ 3 ล้านบาทอีกด้วย
      "นายอำเภอเกาะลันตา" บอกอีกว่า "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" นอกจากเป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแล้ว ทางอำเภอยังส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชน
และเศรษฐกิจพอเพียงฯ เนื่องจากสภาพพื้นที่ "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อีกทั้งเป็นหมู่บ้านที่ทำการประมงและการเกษตร มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และป่าชายเลน ซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้
   ก่อนที่คณะกรมการปกครอง และคณะสื่อมวลชน จะเดินทางไปเยี่ยมชมที่อื่นๆ ของ "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" เวลาล่วงเลยมาช่วงเที่ยงเศษๆ ได้เวลารับประทานมื้อเที่ยงกันแล้ว ภาพที่ผมเห็น คือชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันจัดเตรียมอาหารพื้นบ้านหลากหลายชนิด
เพื่อมารับประทานกัน รวมถึงคณะของเราก็ได้รับประทานอาหารร่วมกันกับชาวชุมชนในมื้อเที่ยงของวันนั้นด้วย โดยเฉพาะเมนูน้ำพริกกะปิ ที่นำกะปิชั้นเยี่ยมของ "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" มาทำ มีชะอมไข่ทอด และอีกสารพัดผัก เครื่องเคียงรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ แถมยังมีปลาทูแขกทอด ตัวเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก เป็นปลาท้องถิ่นแถบนี้ แต่พอทอดออกมาแล้วกรอบชนิดที่ต้องขอข้าวเพิ่มอีกจาน ซึ่งคงต้อง "กดไลค์" ให้เลยครับ
     หลังจากคณะของเราอิ่มหนำสำราญกับอาหารเลิศรส ฝีมือของชาวชุมชน "บ้านทุ่งหยีเพ็ง" 
กันแล้ว คณะของเรายังได้เดินทางต่อไปยังจุดท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์เรียนรู้ฯเท่าใดนัก ซึ่งบริเวณตรงนี้ นอกจากจะมีกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในชุมชนที่หลากหลายไว้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และสามารถเพลิดเพลินสนุกสนานไปกับวิถีชีวิตชุมชนที่มีความผูกพันกับทะเล ชายหาด ป่าชายเลน ลำคลอง ภูเขา เกาะ ทะเล และกิจกรรมล่องเรือ ตกปลา ปลูกป่า รวมถึงโฮมสเตย์ที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว ธรรมชาติบริเวณนี้ บอกได้เลยว่ายังสวยงาม เพราะมีป่าโกงกางที่ชาวบ้านร่วมกันปลูก ร่วมกันดูแล รวมถึงสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งปู ปลา หอยตาแดง หอยแครง ฯลฯ ผมเองยังเอากล้องไล่ถ่ายรูปบรรดาปูตัวเล็กๆ หลากสีสันที่มีอยู่ชุกชุมบริเวณนี้ ทำให้เพลิดเพลินจริงๆ ครับ 
             ส่วนกิจกรรมที่คณะเราจะไปทำกัน ก็คือการปลูกหญ้าทะเล ที่จะต้องนั่งเรือยนต์จากบริเวณจุดท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์นี้ออกไปยังบริเวณอ่าวลันตา จากนั้นก็ต้องพายเรือคายัคออกไปปลูกหญ้าทะเล เพราะเป็นช่วงน้ำลง "นราธร หงษ์ทอง" ประธานชุมชนท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง บอกว่า การที่ชาวบ้านมีกิจกรรมร่วมกันปลูกหญ้าทะเล บริเวณอ่าวลันตานั้น ส่วนหนึ่งเพื่อให้เป็นอาหารสำหรับปลาพะยูน และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเล็กๆ อย่างกุ้ง หอย ปู ปลาต่างๆ นอกจากนี้ กิจกรรมการปลูกหญ้าทะเล
ก็ยังเป็นโปรแกรมหนึ่งของการท่องเที่ยวชุมชนที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสและลงมือปลูกหญ้าทะเลด้วยตนเอง เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ และทำเพื่อสังคมอีกด้วย
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับกิจกรรมการปลูกหญ้าทะเล "สุริยัน ณรงค์กูล" นายอำเภอเกาะลันตา เล่าทิ้งท้ายว่า ทางอำเภอฯ ได้ส่งเสริมกิจกรรมดังกล่าว เพราะถือเป็นกิจกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านที่มีโอกาสร่วมกันทำความดีคืนสู่สังคม สอดคล้องกับนโยบายในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปของ คสช.และกรมการปกครอง...!!!
                       นวย เมืองธน
**********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น