วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อีกครั้งที่เกาะสมุยข้าวผัดหมูแดงเยี่ยม

            "เกาะสมุย" จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด สะอาดบริสุทธิ์ จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ที่สำคัญ "เกาะสมุย" 
             นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศไทยอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแล้ว บนเกาะสมุยแห่งนี้ ยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และยังมีสนามบินอยู่บนเกาะอีก
    ด้วยเหตุนี้ ทำให้การเดินทางมาที่ "เกาะสมุย" สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว และเติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่
ปัจจุบัน "เกาะสมุย" จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติหลั่งไหลมาเยี่ยมเยือนเกาะสวรรค์แห่งนี้ปีละหลายล้านคนทีเดียว
ถือได้ว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "เกาะสมุย" ซึ่งทุกๆ ครั้งที่มีโอกาสมาเยือนเกาะแห่งนี้ ก็มีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป บริเวณหาดหน้าทอน และสถานที่จอดเรือเฟอร์รี่ที่เกาะสมุย ส่วนใหญ่ผู้คนที่มาเกาะสมุยจะรู้จักกันดี เพราะเป็นจุดศูนย์รวมหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร
ร้านค้าต่างๆ มีถนนเลียบชายหาด เหมาะแก่การเดินเล่น โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ ยังเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย
  "เกาะสมุย" แห่งนี้ ยังดาดาษมากมายไปด้วยร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและของอร่อยๆ อีกมากโขทีเดียวครับ โดยเฉพาะบริเวณหาดหน้าทอน ถือเป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆ หลากหลายมากมาย แถมมีชาวบ้านเปิดหน้าร้านขายอาหารทะเลสดๆ ริมถนนให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อหากันในราคาถูกอีกด้วย สำหรับการมาเยือนเกาะสมุยครั้งนี้ ช่วงมื้อเช้าก็มีโอกาสแวะเวียนมา


ที่ "ร้านปุยหยก" ตรงข้ามตลาดหน้าทอน
ถือเป็นร้านเก่าแก่ร้านหนึ่ง เป็นร้านดั้งเดิม และร้านแรกๆ บนเกาะสมุย ซึ่งเปิดกิจการกันมานานกว่า 30 ปี ร้านเป็นห้องแถวสองชั้นครึ่งไม้ ครึ่งปูน สภาพความโบราณยังมีให้เห็นอยู่ การตกแต่งภายในร้าน ความเก่าของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ยังคงบ่งบอกถึงกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบันของร้านนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
     "ร้านปุยหยก" นอกจากจะมีอาหารจานด่วนหลากหลายเมนู ทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้ง เส้นหมี่เหลือง ข้าวหมูกรอบ และซาลาเปาสูตรโบราณที่ขึ้นชื่อของร้านแล้ว หากมาร้านนี้แล้วไม่ลองลิ้มรสหรือสั่ง "ข้าวผัดหมูแดง" 
ก็ดูเหมือนว่าจะขาดอะไรสักอย่าง เพราะ "ข้าวผัดหมูแดง" ถือเป็นเมนูเด็ดของทางร้านก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่หากใครมา "ร้านปุยหยก" ก็จะไม่พลาดที่จะต้องสั่ง  "ข้าวผัดหมูแดง" มากินกัน เนื่องจากถูกผู้คนกล่าวขานล่ำลือกันมากถึงเมนูนี้
จนกลายเป็นเมนูหนึ่ง และเป็นจุดขายของร้านไปเลยก็ว่าได้ เพราะสังเกตจากการมานั่งในร้านนี้ มองไปรอบๆ จะเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่ง "ข้าวผัดหมูแดง" มากินเพื่อเรียกน้ำย่อยกันมากจริงๆ ผมเองก็เลยสั่ง "ข้าวผัดหมูแดง" และอีกหลายอย่างมากิน แถมยังย่องเข้าไปถึง
หลังครัวของร้าน ดูการทำข้าวผัดหมูแดงกันชนิดประชิดตัวแม่ครัวเลยก็ว่าได้ ทำให้เช้าวันนั้นผมอิ่มท้องบวกอร่อยจริงๆ...กดไลค์ให้เลยครับ
   การมาเยือน "เกาะสมุย" ครั้งนี้ เริ่มต้นก็แนะนำของกินอร่อยๆ กันเลย มาเกาะสมุยทั้งที ถ้าไม่เขียนถึง หรือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง ก็ดูเหมือนจะยังมาไม่ถึงเกาะนี้นะ "หินตาหินยาย" บริเวณหาดละไม ต.มะเร็ด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ห่างจากหาดเฉวงประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งที่ผมได้มาเยือนอีกครั้ง จำได้ว่าเรื่องราวของ

"หินตาหินยาย" เคยนำมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ใครมา "เกาะสมุย" ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปชิวๆ เป็นที่ระลึกกัน
     ด้วยความแปลกของ "หินตาหินยาย" บวกกับตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต้องมาเยี่ยมเยือนดูความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ซึ่งเกิดจากน้ำทะเล สายลม และแสงแดดได้กัดเซาะหินแกรนิตจนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายชายตั้งชี้ฟ้าอยู่
เรียกว่า "หินตา"  ส่วนหินแกรนิตขนาดมหึมา มีลักษณะเหมือนร่างของผู้หญิงตั้งแต่ช่วงเอวลงไป นอนทอดตัวลงไปในทะเล หันหน้ารับคลื่นลมที่ซัดสาดอยู่เป็นระยะเรียกว่า "หินยาย"  
   ส่วนตำนานที่มีการเล่าสืบต่อกันมาของ "หินตาหินยาย" ว่ากันว่าเมื่อนานมาแล้วมีตายายคู่หนึ่งชื่อ "ตาเครง" และ "ยายเรียม" เป็นชาวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จะเดินทางไปสู่ขอลูกสาวของ "ตาม่องล่าย" ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชายชื่อ "นายคง" โดยแล่นเรือสำเภาออกไป และมี "นายปราบ"
เพื่อนของ "นายคง" เป็นนายท้ายเรือ ขณะที่เรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม ก็เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม จนสินสอดทองหมั้นที่ตระเตรียมมาจมน้ำหายไปจนหมด
ขณะที่ญาติสนิท มิตรสหาย ที่เดินทางร่วมกันมาก็จมน้ำเสียชีวิต จนกลายเป็นเกาะเล็ก เกาะน้อย รายรอบเกาะสมุย และอีกหลายๆ คนที่ถูกน้ำพัดไป ก็กลายเป็นหมู่เกาะอ่างทอง ส่วน "นายคง" ถูกน้ำซัดไปทางหาดเชิงมนเสียชีวิต ก็กลายเป็นเกาะกง ส่วน "นายปราบ" ตอนนั้นได้เกาะเรือสำเภาของตัวเองลอยไปทางอ่าวบ้านดอน จนเมื่อจะ
ถึงอ่าวบ้านดอน เรือสำเภาก็จมลงจนกลายเป็นเกาะนกเภา พอ "นายปราบ" เสียชีวิต ก็กลายเป็นเกาะปราบ อยู่บริเวณอ่าวบ้านดอนนั่นเอง
เรื่องเล่าตำนานครั้งนั้น คนที่รอดชีวิตอยู่ก็มีแค่ "ตาเครง" และ "ยายเรียม" ซึ่งถูกน้ำทะเลพัดเข้ามาที่หาดละไม ทั้งคู่เสียใจเป็นอย่างมากและกลัวว่า "ตาม่องล่าย" จะคิดว่าตนทั้งคู่เป็นคนไม่รักษาคำพูด จึงพากันอธิฐานขอให้เกิดเป็นสัญลักษณ์ให้ "ตาม่องล่าย" เห็นว่าพวกตนไม่ได้ผิดคำสัญญา จากนั้นก็กลั้นใจกระโดดน้ำที่หาดละไม ฆ่าตัวตาย
และกลายเป็น "หินตาหินยาย" จนถึงทุกวันนี้ครับ
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่สำคัญ นอกจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของ "หินตาหินยาย" จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากแวะเวียนมาชมความอัศจรรย์ของหินดังกล่าวอย่างไม่ขาดสายในทุกๆ วันแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นๆ ความสวยงามของวิวพระอาทิตย์ตกอันสวยงามจากบริเวณลานหินยังนับเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ลับไปหลังเนินหินได้อย่างสวยงาม
นอกจากการเดินเล่นชมบริเวณรอบๆ "หินตาหินยาย" แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินช็อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าที่ระลึก และของฝากนานาชนิดที่ร้านค้าบริเวณทางเข้า "หินตาหินยาย" ได้อีกด้วย โดยเฉพาะ "กาละแม" ถือเป็นของฝากขึ้นชื่อของเกาะสมุยเลยก็ว่าได้ เพราะ "กาละแม" ที่ขายอยู่บริเวณนี้อร่อยมาก ไม่ว่าจะเลือกซื้อ หรือเลือกชิมที่ร้านไหนก็อร่อยไม่แพ้กัน
              จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นนักท่องเที่ยวมักจะแวะซื้อติดมือกลับไปด้วยทุกครั้ง ส่วนของฝากประเภทผ้าบาติกและงานหัตถกรรมจากมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นงานฝีมือ และศิลปะ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น น่าซื้อเป็นของฝากอย่างยิ่งเช่นกัน...!!!
นวย เมืองธน
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น