วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อัศจรรย์สาหร่ายไก ภูมิปัญญาบ้านหนองบัว

            "บ้านหนองบัว" ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน สืบเชื้อสายมาจากชาวไทลื้อ แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากหมู่บ้านหนองบัวแห่งนี้จะมีวัฒนธรรมเก่าแก่
            มีสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะและหาดูได้ยากที่วัดหนองบัวแล้ว ยังมีประเพณีกำเมือง ซึ่งเป็นประเพณีเลี้ยงเทวดาหลวง หรือเจ้าหลวง และถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวไทลื้อบ้านหนองบัวที่สืบเชื้อสายมาจากเมืองล้า แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนานของจีนอีกด้วย
           เมื่อคราวที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่บ้านหนองบัวแห่งนี้ นอกจากจะได้สัมผัสวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ชาวบ้านที่นี่ต่างช่วยกันอนุรักษ์รักษาสืบสานประเพณีเก่าแก่นี้ไว้ได้อย่างมั่นคงเข้มแข็ง ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง และน่าชมเชยที่ชาวบ้านได้สืบทอดประเพณีต่างๆ กันมาเป็นเวลายาวนานกว่าหนึ่งร้อยปี และที่บ้านหนองบัวนอกจากจะมีประเพณีเก่าแก่ที่น่าประทับใจแล้ว
  ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ยังมีอาหารซึ่งถือได้ว่ามีชื่อเสียงที่ทั้งคนไทยและต่างประเทศต่างรู้จัก ก็คือ "ไก" หรือสาหร่ายแม่น้ำน่าน
        "สาหร่ายไก" หรือที่ชาวน่านเรียกกันสั้นๆ ว่า "ไก" เป็นสาหร่ายน้ำจืด มีลักษณะเส้นสายยาว สีเขียวสดใส พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำไหล ที่น้ำมีคุณภาพดีจนถึงปานกลาง น้ำไหลไม่แรงนัก และจะต้องใสพอสมควร พื้นท้องน้ำที่สาหร่ายขึ้นค่อนข้างตื้น และมีหินขนาดใหญ่หรือก้อนหินเป็นที่ยึดเกาะ สำหรับแหล่งน้ำที่มีสาหร่ายไกเจริญมากที่สุดในประเทศไทยมีอยู่ 2 แหล่งน้ำคือ ลำน้ำน่าน และลำน้ำโขง บริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
    สำหรับในลำน้ำน่าน จะพบ
สาหร่ายไกได้ทั่วไป ตั้งแต่ต้นลำน้ำบริเวณ อ.ทุ่งช้าง จนถึงปลายลำน้ำบริเวณ อ.เวียงสา แต่ที่มีมากที่สุดจะเป็นบริเวณที่น้ำไหลผ่าน อ.ท่าวังผา นอกจากลำน้ำน่านแล้ว ลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำยาว แม่น้ำว้า และอื่นๆ ก็มีสาหร่ายไกไม่น้อยเหมือนกัน โดยจะพบสาหร่ายไกในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเรื่อยไปจนถึงเมษายน หรือพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน
   เมื่อถึงฤดูฝนน้ำในลำน้ำขุ่น สาหร่ายไกจะหยุดการเจริญและหายไปจากลำน้ำจนแทบจะมองไม่ออกเลยว่าบริเวณนั้นเคยมีสาหร่ายไกจำนวนมาก  ช่วงที่สาหร่ายไกเจริญนั้น เมื่อมองลงไปในลำน้ำจะเห็นเป็นเส้นสายยาวสีเขียวสะพรั่งเต็มลำน้ำไปหมด สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง นอกจากสาหร่ายไกแล้ว ยังพบสาหร่ายลอน ลักษณะเป็นก้อนเมือกสีเขียวแกมน้ำเงินขึ้นปะปนกับสาหร่ายไก แต่มีจำนวนไม่มากเท่าสาหร่ายไก
ที่สำคัญ ความน่าทึ่งของสาหร่ายไก ทำให้ชาวบ้านเกิดภูมิปัญญานำเอาไปเป็นอาหาร
ประจำถิ่นหลายชนิด เช่น ไกยี, ห่อนึ่งไก, หรือยำไก จัดเป็นอาหารพื้นบ้านง่ายๆ รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ จัดเป็นมื้ออร่อยอีกมื้อหนึ่ง ภูมิปัญญานี้ปรากฏมานานเป็นเวลากว่าร้อยปี จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ไม่เสื่อมคลาย และก็เป็นที่น่ายินดีที่ชาวบ้านในละแวกที่มีไกเจริญมากๆ จนกระทั่งมีการพัฒนากลายเป็นผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายไก โดยการแปรรูปเป็นอาหารขบเคี้ยวหรือขนมอบกรอบวางขายกันในตลาดใกล้บ้านหรืออาจขยายข้ามจังหวัดในลักษณะการขายส่งบ้าง แต่ยังไม่มากนัก
"แทน เทพเสน" หรือลุงแทน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหนองบัว ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน บอกว่า สาหร่ายไก ชาวไทลื้อที่หมู่บ้านหนองบัวนำมาทำเป็นอาหารพื้นบ้านมานานนับร้อยปี จนถือได้ว่านำชื่อเสียงมาสู่หมู่บ้าน ทำให้คนทั้งประเทศและต่างประเทศรู้จัก "ไก" หรือ "สาหร่ายแม่น้ำน่าน" หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสเดินทางมาที่บ้านหนองบัว ก็อยากเชิญชวนแวะชมการผลิต และชิมอาหาร


ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทลื้อกัน
      นอกจากนี้ ช่วงปี 2542 -2543 คณะผู้วิจัยได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายของสาหร่ายขนาดใหญ่ในลำน้ำน่าน และพบว่าหมู่บ้านหนองบัวมีการแปรรูปสาหร่ายไกเพื่อบริโภคและจัดจำหน่ายอย่างจริงจัง จึงเข้าไปช่วยชุมชนพัฒนาการแปรรูป
สาหร่ายขนาดใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย สาหร่ายไก และสาหร่ายลอนให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ เพื่อการจำหน่ายที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยก็น่าจะเป็นที่รู้จักกันในประเทศของเรามากขึ้นกว่าในปัจจุบัน
              "ศิริพร คำหว่าง" ประธานกลุ่มแปรรูปอาหารจากสาหร่ายไก บอกว่า ปัจจุบัน "ไก" เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่มีอยู่ในเขต อ.ท่าวังผา เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพราะภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตน่าน ได้นำสาหร่ายไกจากกลุ่มแม่บ้านไปวิจัย ซึ่งพบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคไกกันมากขึ้น ทำให้ผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งต่อมาสาหร่ายไกได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.)
              ที่สำคัญสาหร่ายไกให้โปรตีนสูงใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ เนื้อปลา นอกจากนั้น ยังมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอทถึง 4 เท่า มีวิตามินบี 1 และบี 2 มากกว่าผัก
มีวิตามินซีมากที่สุด ซึ่งเป็นปริมาณที่น่าสนใจใกล้เคียงกับผลไม้ประเภทส้ม มีซิลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดีมีอยู่ในสาหร่ายเป็นปริมาณมาก มีวิตามินบี 12 ซึ่งช่วยส่งเสริมความจำและช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีธาตุเหล็กและแคลเซียมช่วยบำรุงสมอง กระดูกและฟันให้แข็งแรง มีเส้นใยอาหารสูงจึงป้องกันโรคท้องผูก และยังเป็นอาหารที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้บริโภคอาหารเจและมังสวิรัติ ชาวบ้านเชื่อกันว่าการบริโภคสาหร่ายไกจะทำให้ผมดกดำไม่หงอกได้ง่าย และชะลอความแก่อีกด้วย
"ประธานกลุ่มแปรรูปอาหารจากสาหร่ายไก" บอกอีกว่า คนไทลื้อสมัยรุ่นทวดปู่ย่าตายาย นำ "ไก" มาปรุงเป็นอาหาร โดยการทำห่อนึ่งไก, คั่วไก, ไกแผ่น, และไกยี สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ "ไก" เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน ต่อมากลุ่มแม่บ้านนำสาหร่ายไกมาแปรรูปเป็นอาหารหลายๆ อย่างเช่น ข้าวตังหน้าไก, น้ำพริกไก, คุกกี้ไก, ไกกรอบ, กะหรี่ปั๊บไก, และไกผง ฯลฯ
           ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สาหร่ายน้ำจืด หรือสาหร่ายไก นอกจากจะเป็นของดีโอทอปเมืองน่านแล้ว ที่สำคัญความนิยมในการบริโภคสาหร่ายไกก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ไม่เฉพาะในหมู่คนพื้นบ้านที่อยู่ใกล้แม่น้ำเท่านั้น แต่บรรดานักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนเมืองน่าน หรือจ.เชียงราย เมื่อได้ลองชิม "ไก" ในรูปแบบต่างๆ แล้ว ก็รู้สึกพอใจในรสชาติ และคุณค่าทางอาหารของ "ไก" ก็สูงมากด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ "สาหร่ายไก" จึงกลายเป็นอาหารสุขภาพพื้นบ้านของไทยที่ถูกกล่าวขาน แถมยังสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านหนองบัวอีกด้วย...!!!
                                    นวย เมืองธน
*********************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น