วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เลี้ยงมดแดงเก็บไข่ขาย ลงทุนน้อยรายได้น่าทึ่ง

             "มดแดง" เป็นแมลง จัดอยู่ในวงศ์ Formicidac เป็นมดชนิดหนึ่ง ลำตัวเป็นสีส้ม ภาคเหนือเรียก "มดส้ม" ขนาดลำตัวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ขายาว ชอบอาศัยทำรังบนกิ่งต้นมะม่วง ลำใย เป็นส่วนใหญ่ โดยการห่อใบมะม่วงหรือใบลำใยเข้าหากัน ไข่มดแดงสีขาวขุ่นมีหลายขนาด ฟองโตที่สุดขนาดจะใหญ่กว่าพ่อ-แม่ อาหารของมดแดง ได้แก่ น้ำหวานที่เพลี้ยขับถ่ายออกมา มดเแดงเป็นแมลงที่พบในระบบนิเวศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อน
               "มดแดง" ถือเป็นมดที่คนไทยรู้จักกันทั่วไป และนำมาใช้ประโยชน์หลายๆ ด้านมานานแล้ว นอกจากการบริโภคเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการควบคุมศัตรูพืชบางชนิด หรือใช้เป็นยาตามความเชื่อได้อีกด้วย การนำมดแดงมาเป็นอาหารหรือสร้างรายได้นั้นถือเป็นที่นิยม จึงทำให้มีการเลี้ยงมดแดงกันมากขึ้น การเลี้ยงมดแดงหรือสร้างเป็นฟาร์มมดแดง จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายไข่มดแดง พร้อมทั้งยังช่วยลดการใช้สารเคมีซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สูงมาก โดยมดแดงช่วยกำจัด
ศัตรูพืช ตลอดจนยังเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีอีกด้วย
จากอดีตที่ผ่านมา การเลี้ยงมดแดงยังขาดความรู้หรือความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เกิดจากประสบการณ์จริง ทำให้ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตไข่มดแดงให้ได้ปริมาณหรือพัฒนาไปสู่ธุรกิจการค้าไข่มดแดงได้ ดังนั้น ต้องมีการสำรวจและศึกษาสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการขยายอาณาจักรมดแดง โดยต้องทราบการเปลี่ยนแปลงจำนวนรังขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
ความหนาแน่นรังต่อต้น การขยายของอาณาจักร เหล่านี้เป็นตัวชี้วัดปริมาณไข่มดแดงในแต่ละปี เพื่อจะนำไปสู่การเพิ่มปริมาณไข่มดแดงต่อไป ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ตามชนบทให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้
ที่สำคัญ "ไข่มดแดง" กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมนูพื้นบ้านต่างๆ ที่กำลังมาแรงจริงๆ โดยเฉพาะชาวบ้านในต่างจังหวัดนิยมนำมาปรุงอาหารต่างๆ โดยมีไข่มดแดงเป็นส่วนประกอบ อาทิ แกงผักหวานมดแดง, แกงขี้เหล็กมดแดง, ห่อหมกมดแดง, ไข่เจียวมดแดง,
ยำไข่มดแดง, แค่ชื่อเมนูต่างๆ เหล่านี้ก็แซ่บเวอร์แล้วครับ แล้วรู้ไหมว่า ไข่มดแดงยังมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากอีกด้วย เพราะมีโปรตีนสูง
โดยในไข่มดแดง 100 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนกินข้าว จะให้โปรตีนสูงถึง 8.2 กรัม และไข่มดแดงยังมีไขมันและแคลอรี่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับไข่ไก่ เพราะไข่มดแดงมีไขมันเพียง 2.6 กรัม ในขณะที่ไข่ไก่มีไขมันมากถึง 11.7 กรัม ส่วนเรื่องพลังงานนั้น หากรับประทานไข่มดแดง 100 กรัม จะได้รับพลังงาน 86 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่ไข่ไก่ให้พลังงานสูงถึง 155 กิโลแคลอรี่ เมื่อเทียบคุณค่า
ทางโภชนาการในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน
ผมหยิบยกเรื่องราวของ "มดแดง" และ "ไข่มดแดง" มาเขียนถึง เพราะในคราวที่มาดูงานโครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ที่จ.พิษณุโลก กับคณะของกรมการปกครอง  ก็มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่สวนของ "บุญชู ศิดสันเทียะ" หรือ "ลุงบุญชู" ที่บ้านดงพลวง หมู่ที่ 4 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
"ลุงบุญชู" บอกว่า มีพื้นที่ทำสวนเกษตรผสมผสาน บนเนื้อที่ทั้งหมด 7 ไร่ แบ่งเป็น
สวนมะม่วง 5 ไร่ อีก 2 ไร่ จะเป็นสระเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่ซึ่งเหลือๆ จะปลูกพืชผักสวนครัว และปลูกพืชหมุนเวียนอีก 2 งาน พร้อมทั้งปลูกข้าวในร่องสวนมะม่วง ปลูกตะไคร้ เพื่อตัดใบขาย ต้นขายให้กับกลุ่มทำน้ำพริกแกง โดยดำเนินวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์ เช่น ปลา, ไก่, หมู, เป็ด ไว้บริโภคในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายและขายในชุมชน
สำหรับสวนเกษตรผสมผสานของ "ลุงบุญชู" นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการปลูกผักสวนครัว
 ไม้ผลต่างๆ มากมายแล้ว การเลี้ยงมดแดงเพื่อขายไข่ ก็ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้จากการขาย "ไข่มดแดง" ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
"ลุงบุญชู" เล่าว่า จริงๆ แล้วทีแรกเลี้ยงมดแดงเพื่อเป็นรายได้เสริมเท่านั้น แต่ตอนหลังเห็นว่าเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดี เพราะตลาดมีความต้องการสูง เฉพาะในหมู่บ้านก็ยังไม่พอขาย ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่เพาะปลูกอย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนตัวก็สนใจในเรื่องไข่มดแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ จนกระทั่งพบว่ามดแดงชอบมาสร้างรังที่ต้นมะม่วง เนื่องจากมะม่วงมีใบขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการสร้างรังอย่างยิ่ง
ที่สำคัญ สวนเกษตรผสมผสานของตนเองก็แบ่งมา
จากสวนมะม่วงจำนวน 5 ไร่อยู่แล้ว "ลุงบุญชู" จึงคิดเลี้ยงมดแดงอย่างจริงจัง เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย โดยนำข้าวสุก หรือเศษอาหารที่กินเหลือนำมาวางไว้บริเวณโคนต้นมะม่วง และหาขวดพลาสติดที่ตัดเป็นลักษณะแก้วใส่น้ำมาวางไว้คู่กัน เมื่อต้นมะม่วงกลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งข้าวและน้ำกิน มดแดงก็จะไม่หนีไปไหน
พอรังไข่มดแดงเริ่มเหี่ยวแห้ง ประมาณ 2 เดือน ก็สามารถสอยไข่มดแดงได้แล้วครับ
ในวันที่ดูทีมงาน "ลุงบุญชู" สาธิตการเก็บไข่มดแดง หรือการสอยมดแดงจากต้นมะม่วง ถือเป็นวันที่ระทึก! พอสมควร เพราะนานมาแล้วที่หลายๆ คน รวมถึงตัวผมด้วย ก็ไม่เคยถูกมดแดงกัดมานานแล้ว ก่อนลงมือเก็บไข่มดแดง คนที่เก็บไข่มดแดงต้องใช้ผ้าปิดใบหน้า ใส่เสื้อแขนยาวมิดชิด ส่วนรองเท้าถ้าเป็นรองเท้าบูธก็จะดีมาก ประมาณว่าต้องสวมชุดป้องกันอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันมดแดงกัดนั่นเอง
และถึงแม้จะโดนมดแดงกัดบ้าง แต่ถ้าเทียบกับรายได้ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว เพราะราคาขายไข่มดแดงสูงถึงกิโลกรัมละ 350 บาท แถมการเก็บไข่มดแดงยังสามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี แต่ที่มากหน่อยก็จะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" แม้ไข่มดแดงจะมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่สิ่งสำคัญคือก่อนจะนำไข่มดแดงมาประกอบอาหาร ควรต้องล้างให้สะอาด ต้มหรือลวกให้สุกทุกครั้ง ไม่ควรกินแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้ ส่วนวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงกับไข่มดแดงมักจะเป็นผักพื้นบ้าน ก็ควรล้างทำความสะอาด เพื่อลดการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและพยาธิ สารพิษหรือยาฆ่าแมลงเช่นเดียวกัน...ด้วยความปรารถนาดีเล็กๆ น้อยๆ วันนี้ลากันไปก่อน...!!!
นวย เมืองธน
*****************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น