วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ซุปเปอร์แมกซ์ มิติใหม่คุกไทย

           "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" เกิดขึ้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.2006 หรือปี พ.ศ.2549 สร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อใช้แยกการควบคุมกลุ่มผู้ต้องขังที่เป็นภัยสูงสุดต่อความมั่นคงของเรือนจำออกจากผู้ต้องขังอื่นๆ อาทิ พวกกระทำผิดวินัยเรือนจำร้ายแรง, ทำร้ายเจ้าหน้าที่, ผู้ร้ายรายสำคัญที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมกลุ่มแก๊ง หรือกลุ่มก่อการร้าย
           "เรือนจําซุปเปอร์แมกซ์" ได้ถูกนํามาใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายในระบบงานราชทัณฑ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการพัฒนาแนวคิดแดนห้องขังเดี่ยวที่มีขึ้นมามากกว่า 23 ปี ในเรือนจําเมเรียน มลรัฐอิลลินอย ซึ่งในแดนคุมขังเดี่ยวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1983 โดยผลมาจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 คน ถูกฆาตกรรมโดยผู้ต้องขัง จึงกลายเป็นแรงจูงใจให้เห็นถึงความจําเป็นในการก่อสร้างเรือนจําประเภทใหม่ที่มีระดับความมั่นคงสูงขึ้นกว่าเดิม ทําให้เรือนจําความมั่นคงสูงหลายแห่งเกิดการปรับเปลี่ยน








เป็นแดนขังเดี่ยวและมีการก่อสร้างเรือนจําในระดับมาตรฐานซุปเปอร์แมกซ์ขึ้นมา
  จากปัญหายาเสพติดของประเทศไทยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ถูกจับเป็นรายวันและขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น แถมมีวิธีที่ซับซ้อนและทันสมัย รวมทั้งแนวคิดที่จะมีการสร้างเรือนจำเพื่อใช้เป็นที่คุมขังผู้ค้ายาเสพติดโดยเฉพาะ แนวคิดการสร้างเรือนจำซุปเปอร์แม็กซ์ หรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุดของกรมราชทัณฑ์ จึงถูกนำมาปัดฝุ่นครั้งแล้ว...ครั้งเล่า เรือนจำความมั่นคงสูงสุด หรือเรือนจำซุปเปอร์แมกซ์
      ปัจจุบันประเทศไทยได้นำระบบของ "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" มาใช้ในเรือนจำบางแห่งบางแล้ว คือ เป็นการจัดตั้งเขตควบคุมพิเศษขึ้นในเรือนจำ เพื่อแยกผู้ต้องขังที่มีลักษณะพิเศษยากแก่การควบคุมออกจากผู้ต้องขังทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะผู้ค้ายาเสพติดขาใหญ่ที่มักมีพฤติการณ์การสร้างอิทธิพล ทั้งทางการเงินหรือการใช้อำนาจที่มีมาแต่ในอดีต ครอบงำผู้ต้องขังอื่นๆ ให้เป็นลิ่วล้อ และเครื่องมือกระทำผิดต่างๆ
      ผมหยิบเรื่องราว "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" หรือเรือนจำ
ความมั่นคงสูงสุดมาเขียนถึง เพราะครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เมื่อคราวที่ผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชม "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" ซึ่งเป็นแดนความมั่นคงสูงสุด ภายในแดน 6 ของเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ย้ายผู้ต้องขังเข้ามาภายใน "เรือนจำซุปเปอร์แม็กซ์" แห่งนี้ แต่ปัจจุบันได้เปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
     พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่า การพักการลงโทษเดิมจะเน้น
 การคุมขังผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูง โดยมักจะขังจนเกือบครบกำหนดโทษ ซึ่งผิดจากหลักการจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพราะหากผู้ต้องขังประพฤติดีขึ้นและผ่านโปรแกรมการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ก็สมควรที่จะนำผู้ต้องขังที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับสู่สังคมได้เร็วขึ้น
    นอกจากนี้ ยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีจำแนกเพื่อให้เรือนจำความมั่นคงสูงใช้สำหรับคุมขังผู้ต้องขังรายพิเศษ หรือมีพฤติการณ์เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ไม่ใช่จำแนกตามอัตราโทษ ซึ่งทำให้มี
ผู้ต้องขังคดีฉ้อโกง แต่กระทำความผิดหลายกระทงหลุดเข้าไปเป็นผู้ต้องขังอุกฉกรรจ์ด้วย โดย "เรือนจำซูเปอร์แมกซ์" จะออกแบบระบบให้เรือนจำมีความมั่นคงสูง มีการวางระบบคัดผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด มีการติดเครื่องตัดสัญญาณ วางระบบป้องกันการสื่อสารคุมเข้มระบบควบคุมผู้ต้องขังไม่ให้มีพฤติการณ์ลักลอบติดต่อซื้อขายยาเสพติด
        อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกอีกว่า "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" เรือนจำกลางเขาบิน เป็นอาคารความมั่นคงสูง 3 หลังติดกัน ตึกกลางใช้สำหรับควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ถูกฝึกอบรมขึ้นมาเป็นพิเศษอยู่
ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง สภาพโดยรวมอาคารแห่งนี้สามารถรองรับผู้ต้องขังได้มากกว่า 400 คน มีกล้องวงจรปิด 360 ชุด ห้องควบคุมผู้ต้องขังด้านในจะมีทั้งห้องขังธรรมดาและขังเดี่ยว ระบบการเปิดปิดประตูควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ใช้เทคโนโลยีป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังด้วยรั้วอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือตัดสัญญาณโทรศัพท์
      "การออกแบบแยกขังเดี่ยว ผู้ต้องขังไม่สามารถติดต่อหรือพบปะกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคุมการสื่อสารระหว่างผู้ต้องขังกับเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยการสื่อสารและควบคุมผ่านวงจรปิด ประตูไฟฟ้า ไมโครโฟน ระบบการควบคุมค่อนข้างเข้มงวด เพราะเน้นการควบคุม จะไม่เน้นให้ผู้ต้องขังทำกิจกรรม" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว



          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" แม้ "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" ภายในเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี ของไทย จะเทียบไม่ได้กับเรือนจำบาสทอย ที่ตั้งอยู่บนเกาะบาสทอย ประเทศนอร์เวย์ ที่ถูกกล่าวขานไปทั่วโลกว่า เป็นคุกที่สบายที่สุดสำหรับผู้ถูกคุมขัง เพราะเรือนจำดังกล่าวได้อนุญาตให้นักโทษมีสิทธิทำกิจกรรมต่างๆ ได้ภายในเรือนจำ ทั้งนอนอาบแดด เดินชมชายหาด หรือเล่นกีฬาต่างๆ รวมทั้งเทนนิส และฟุตบอล โดยไม่ต้องใส่โซ่ตรวน หรือนอนอยู่ในห้องขัง แถมยังมีค่าอาหารให้ซื้อกินเอง

สัปดาห์ละ 3 พันบาท โดยผู้ต้องขังจะได้อยู่รวมกันในกระท่อมไม้เล็กๆ หลังละไม่เกิน 6 คน ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
   ส่วนงานของผู้ต้องขัง อาทิ การทำไร่ ซ่อมรถจักรยาน และงานในโรงไม้ โดยนักโทษยังได้รับเงินค่าตอบแทนวันละ 270 บาท และได้รับเบี้ยเลี้ยงจำนวน 3,150 บาทต่อสัปดาห์ เพื่อนำไปซื้อของในซูเปอร์มาร็เก็ต ซึ่งเรือนจำแห่งนี้ถือว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับเรือนจำในยุโรปหลายประเทศ เช่น อังกฤษ หรือประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวด ที่สำคัญทางเรือนจำบาสทอย
เชื่อว่าการปฏิบัติต่อนักโทษเหมือนเป็นคนธรรมดาจะสามารถลดปัญหานักโทษกระทำผิดซ้ำสองและต้องกลับเข้าคุกอีก
    ขณะเดียวกัน "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" ภายในเรือนจำกลางเขาบิน แม้จะได้ชื่อว่า เป็นเรือนจำความมั่นคงสูงใช้สำหรับคุมขังผู้ต้องขังรายพิเศษ หรือมีพฤติการณ์เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ แต่ภาพที่เห็นเรือนจำแห่งนี้แล้ว มีความทันสมัย และหรูหราอย่างมาก มีการแบ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับผู้ต้องขังใช้ทำกิจวัตรประจำวัน ห้องคุมขังในแต่ละชั้นจะมีประตูกั้นเป็นระยะๆ "เรือนจำซุปเปอร์แมกซ์" แห่งนี้ จึงถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของกรมราชทัณฑ์ไทย ที่พยายามต่อยอดกระบวนการคุมขังผู้ต้องโทษไปสู่ระบบสากล ทันสมัย และถือเป็นมิติใหม่ของกรมราชทัณฑ์ที่น่าสนใจ...!!!
                            นวย เมืองธน
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น