วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตลาดน้ำตลิ่งชัน เสน่ห์วิถีชายคลอง

            "เขตตลิ่งชัน" ถือเป็น 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร จัดอยู่ในกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ เป็นพื้นที่รอบนอกทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเรียกว่า "ฝั่งธนบุรี" สภาพโดยทั่วไปเป็นเขตอนุรักษ์ชนบท และเกษตรกรรมผสมผสาน แหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมกำลังจะลดลงไปมาก เพราะมีการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่การคมนาคมเพิ่มมากขึ้น
              ในอดีตเขตตลิ่งชันเดิมเป็นอำเภอเก่าแก่ อยู่ในพื้นที่การปกครองของจังหวัดธนบุรี มีชื่อว่า "อำเภอตลิ่งชัน" ตั้งที่ว่าการอยู่บริเวณคลองบางกอกน้อย ตำบลบางบำหรุ ท้องที่อำเภอบางกอกน้อย ต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่ปากคลองวัดไก่เตี้ย ริมคลองบางกอกน้อย พ.ศ.2457 จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งอยู่ที่ริมทางรถไฟสายใต้ ตำบลคลองชักพระ
      พ.ศ.2479 ตำบลคลองชักพระเป็นตำบลเดียวของอำเภอตลิ่งชันที่อยู่ในเขตเทศบาลนครธนบุรี
         แต่เนื่องจากอำเภอตลิ่งชันมีอาณาเขตกว้างขวางและมีประชากรเพิ่มขึ้น พ.ศ.2500 กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศจัดตั้งตำบลทวีวัฒนา แยกจากตำบลศาลาธรรมสพน์ ต่อมา พ.ศ.2504 ก็มีการจัดตั้งสุขาภิบาลตลิ่งชันครอบคลุมพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน รวมทั้งตั้งตำบลบางพรมขึ้นโดย พ.ศ.2512 ได้แยกพื้นที่จากตำบลบางเชือกหนัง พ.ศ.2513 มีการตั้งตำบลฉิมพลี แยกพื้นที่จากตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชันจึงแบ่งการปกครองออกเป็น
 8 ตำบล และประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 แห่ง
    ภายหลังจากการยุบรวมจังหวัดธนบุรี และจังหวัดพระนคร เปลี่ยนฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และต่อมาเปลี่ยนเป็นกรุงเทพมหานคร ก็ได้ยุบการปกครองท้องถิ่นแบบสุขาภิบาลและเทศบาล รวมทั้งได้เปลี่ยนการเรียกตำบล และอำเภอใหม่ อำเภอตลิ่งชันจึงได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น "เขตตลิ่งชัน" กรุงเทพมหานคร ส่วนตำบลต่างๆ ก็เปลี่ยนฐานะเป็นแขวงตามไปด้วย จนกระทั่ง พ.ศ.2543 พื้นที่เขตทางฟากตะวันตก
ของถนนกาญจนาภิเษกได้ถูกแบ่งและจัดตั้งเป็นเขตใหม่ คือ เขตทวีวัฒนา ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตตลิ่งชันยังคงเป็นพื้นที่เกษตร ทั้งสวนผัก สวนผลไม้ แต่ขณะเดียวกันก็มีการเจริญเติบโตของธุรกิจบ้านจัดสรรเข้ามาแทนพื้นที่เกษตรอีกด้วย
    ด้วยเหตุที่ "ตลิ่งชัน" มีสภาพแวดล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร สวนผัก สวนผลไม้ และคู คลอง จึงทำให้เกิดวิถีชีวิตริมน้ำ หรือคลอง ตามมาด้วยการสัญจร การค้าขาย นอกจากทางบกแล้ว ก็อาศัยทางน้ำเป็นหลักด้วย แน่นอนว่าตลาดน้ำในอดีต
ก็คือความเจริญของชุมชนในสมัยก่อน ปัจจุบัน "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" เป็นตลาดน้ำอันดับต้นๆ ของประเทศไทยสุดฮอตที่รู้จักกันทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะภาพยนตร์ต่างประเทศก็เคยมาถ่ายทำบางช่วง บางตอน ที่ย่านตลาดน้ำแห่งนี้เช่นกัน แม้ขณะนี้จะมีตลาดน้ำเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
ก็ตามที เนื่องจากวิถีชีวิตริมน้ำที่ "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" นั้น ถือได้ว่ามีความหลากหลาย และเปิดให้นักท่องเที่ยวที่รักการช้อป การชิม และการท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลินใจจริงๆ
             ผมหยิบยกเรื่องราวของ "ตลิ่งชัน" มาเขียนถึง เพราะช่วงหนึ่งของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ก็มีโอกาสมาได้มาเยือนที่ "ตลาดน้ำตลิ่งชัน"  ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางขุนศรี แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นตลาดน้ำเก่าแก่สุดฮอตแห่งนี้

เช่นกันครับ สำหรับ "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" เป็นตลาดน้ำที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานเขตตลิ่งชันได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า จะนำสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทของกินมาขาย มีทั้งตั้งขายบนแพริมน้ำ และพายเรือมาขาย ประกอบกับบรรยากาศริมคลองที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นพื้นที่สวนเกษตรต่างๆ จึงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดน้ำแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ย้อนกลับไปช่วงก่อตั้ง "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" ช่วงปี พ.ศ.2530
ในสมัย คุณประชุม เจริญลาภ เป็นผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นผู้คิดริเริ่มที่จะจัดทำเป็นตลาดศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ ผลิตผลทางการเกษตร และมีแนวความคิดที่จะปรับเปลี่ยนให้เป็นตลาดน้ำ เพื่อการค้าขายสินค้าต่างๆ ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวตลิ่งชัน อาทิ ร้านก๋วยเตี๋ยว เนื่องจากเขตตลิ่งชันนั้น
มีร้านก๋วยเตี๋ยวจำนวนมาก จึงได้มีการทำแพไม้ไผ่ขึ้นก่อน 5 แพ ในปี 2542 พัฒนามาเป็นแพเหล็ก 11 แพ ปัจจุบัน "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" มีการค้าขายสินค้าต่างๆ มากมาย แถมยังมีบริการท่องเที่ยวทางเรือไปตามสวนกล้วยไม้ สวนเพาะพันธุ์ไม้ มีการนำชมสวนผลไม้ตามฤดูกาล และมีการจัดเทศกาลงานประเพณีต่างๆ อยู่เสมอ
"ตลาดน้ำตลิ่งชัน" หรือที่คนทั่วไปคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่า "คลองชักพระ" ภาพรวมยังคงเป็นตลาดกึ่งชนบทที่ผสมผสานวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้านกับธรรมชาติเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเมื่อไปเยือน คือภาพผู้คนต่างทำมาหากินในระดับชีวิตพอเพียง ด้วยการเก็บพืชผัก ผลไม้ จากไร่สวนมาขาย ทำให้ผลผลิตที่วางเรียงรายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล บางคนก็แปลงกายจากแม่บ้านมาเป็นแม่ค้า พายเรือขายอาหาร  ผักสด ผลไม้ต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามฤดูกาล ความหลากหลายของอาหารที่ปรุงรสพร้อมเสิร์ฟเสร็จสรรพ ทั้งบนโป๊ะและจากเรือในคลอง โชว์ฝีมือการทำอาหาร รสเด็ด ตามสไตล์ที่ถนัด
             ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่ของหวานและอาหารรสจัด รสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิม อาทิ ก๋วยเตี๋ยว หมูสะเต๊ะ ที่มีน้ำจิ้มรสเด็ด ขนมไทยชนิดต่างๆ ฯลฯ ส่วนด้านหน้าของสำนักงานเขตตลิ่งชันก็มีร้านอาหารและแผงลอยขายต้นไม้ประดับ ของตกแต่ง อาหารต่างๆ  มากมาย เมื่อมองดูแล้วคล้ายภาพถ่ายในอดีตที่ผู้คน ต่างทำมาหากิน ดำเนินชีวิตกันแบบพอเพียง ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไม "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" จึงกลายเป็นตลาดน้ำใจกลางเมืองกรุงยอดฮิตติดอันต้นๆ ของเมืองไทย  เพราะตลาดน้ำแห่งนี้ยังคงรักษา
เอกลักษณ์ความเป็นตลาดน้ำที่ยังคงวิถีชีวิตความเป็นชาวสวนริมคลองที่มีอากาศบริสุทธิ์ และสวยสดงดงาม เป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลสำหรับผู้ที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้จริงๆ ที่สำคัญ วิถีชีวิตริมฝั่งคลอง เสมือนมนต์เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนอยากจะมีโอกาสไปสัมผัสสักครั้ง หรือถ้าเคยมาแล้วก็อยากจะกลับมาเยือนอีกครั้ง เอาล่ะพอหาอะไรกินกันเสร็จสรรพอิ่มท้องแล้ว อยากจะพักสมองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่งเรือชมบรรยากาศวิถีชีวิตริมคลองชิวๆ บริเวณริมสายน้ำคลองบางกอกน้อย คลองบางเชือก ผสมผสานความงามของวัดต่างๆ และมีบริการท่องเที่ยวทางเรืออยู่  เพราะถือเป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยว "ตลาดน้ำตลิ่งชัน"


               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับ "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" ได้เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น การเดินทางมา "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนจรัญสนิทวงศ์เลี้ยวเข้าแยกบางขุนนนท์ไปตามเส้นทางหลัก เมื่อถึงแยกตลิ่งชันให้เลี้ยวซ้าย ขับไปตามเส้นทางหลักเรื่อยๆ จะเห็นป้ายสำนักงานเขตตลิ่งชันอยู่ด้านหน้า และหากมาทางถนนบรมราชชนนี ผ่านสายใต้ใหม่ จะเห็น สน.ตลิ่งชันอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าซอยนั้น และขับมาตามเส้นทางหลักเรื่อยๆ จะเห็นป้ายสำนักงานเขตตลิ่งชันอยู่ทางขวามือ มีที่จอดรถให้บริการ นอกจากนั้นยังมีรถเมล์สาย 79, 83 วิ่งผ่าน บอกกระเป๋ารถเมล์เลยว่า ถึง "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" บอกด้วยน่ะครับ รับรองไม่หลงทางแน่นอน...ตราบใดที่ผู้คนยังแสวงหาวิถีพอเพียงแบบธรรมชาติ "ตลาดน้ำตลิ่งชัน" จึงเป็นคำตอบหนึ่งที่ไม่ทำให้ผู้คนที่ชอบแนวทางนี้ผิดหวัง...!!!
นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น