วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

ภารกิจฝนหลวง แก้ปัญหาภัยแล้ง

             "เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะเป็น "พระบิดาแห่งฝนหลวง" พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการฝนหลวงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น" เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2554 คณะรัฐมนตรี จึงมีมติอนุมัติในหลักการจัดตั้ง "กรมฝนหลวงและการบินเกษตร" 
                 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีการโอนหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทําฝนหลวงและการบินเกษตรของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้ง "กรมฝนหลวงและการบินเกษตร" ขึ้น นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งถือเป็นประโยชน์ทําให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลดีต่อประชาชนและรัฐบาลโดยตรง ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยธรรมชาติ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
                 ผมหยิบเรื่องราวของ "กรมฝนหลวงและการบินเกษตร" มาเขียนถึง แน่นอนครับว่ามีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ดูบทบาทภารกิจของ "กรมฝนหลวงและการบินเกษตร" ซึ่งถือเป็น "กรมป้ายแดงแกะกล่อง" น้องใหม่ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
          ช่วงที่ "ชวลิต ชูขจร" ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ "สุรสีห์ กิตติมณฑล" รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำคณะเจ้าหน้าที่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและบูรณาการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาภัยแล้งและลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5-6 เม.ย.57 ที่ผ่านมา
        "ชวลิต ชูขจร" ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรได้รายงานสถานการณ์ตั้งแต่เดือน ต.ค.56 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจังหวัดต่างๆ ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งทั่วประเทศ จำนวน 38 จังหวัด 14,567 หมู่บ้าน ใน 1,552 ตำบล รวม 249 อำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน และจากการลงพื้นที่ติดตาม
สถานการณ์น้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีความจุเก็บกักน้ำได้ 263 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 96.749 ล้านลูกบาศก์เมตร คิด
เป็น 36.97% ของความจุอ่าง ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้ จำนวน 82.749 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 31.46% พบว่าเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารามีการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง จำนวน 93,778 ไร่ ซึ่งเกินแผนที่ตั้งไว้เพียง 53,400 ไร่ โดยเฉพาะข้าวนาปรังมีการเพาะปลูกเกินแผน จำนวน 33,326 ไร่ ส่วนพืชไร่และพืชผักก็ปลูกเกินแผน 7,052 ไร่ ขณะที่พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก็ยังมีปัญหาหมอกควันด้วย
 

         "สุรสีห์ กิตติมณฑล" รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บอกว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงฯ มีหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วตั้งอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งสามารถขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงได้ทั่วประเทศ และขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ทางอากาศต้องมีความเหมาะสม และความพร้อมที่สามารถปฏิบัติการได้ ที่ผ่านมาหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วได้ขึ้นบินปฏิบัติการไปแล้ว 2 โซน คือ โซนภาคเหนือ ที่ จ.ลำปาง และแพร่ และโซนภาคกลางที่ จ.อุทัยธานี, ชัยนาท และนครสวรรค์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าและช่วยลดปัญหาหมอกควัน ถือเป็นการปฏิบัติการช่วงชิงในการทำฝน เพราะวันเวลาค่อนข้างน้อยมาก ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 8 หน่วย ได้แก่ จ.เชียงใหม่, นครสวรรค์, ระยอง, จันทบุรี, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี และสงขลา ที่ผ่านมามีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงกว่า 550 เที่ยวบิน มีรายงานฝนตก 30 วัน รวม 43 จังหวัด
            รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงฯ บอกอีกว่า สำหรับที่ จ.เชียงใหม่ กรมฝนหลวงฯ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 124 เที่ยวบิน
และมีรายงานฝนตก 11 วัน ใน 9 จังหวัด คือ จ.ลำปาง, แพร่, พะเยา, พิษณุโลก, น่าน, ลำพูน, เชียงใหม่, อุตรดิตถ์ และแม่ฮ่องสอน
            "กรมฝนหลวงฯ ได้ประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้รู้ข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง และยังติดตามข้อมูลภัยแล้งจากอาสาสมัครฝนหลวง และข้อมูลที่เกษตรกรร้องขอ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ว่าสามารถขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงได้หรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควันให้เบาบางลงได้" รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าว
         "นายสุรสีห์" บอกด้วยว่า ภัยแล้ง ไฟป่าและหมอกควัน ถือเป็นปัญหาที่คุกคามภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรเป็นวงกว้าง กรมฝนหลวงฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมชลประทาน เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด ทั้งในและนอกเขตพื้นที่ชลประทาน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพื้นที่การเกษตรอีกด้วย
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ระหว่างการลงพื้นที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พร้อมคณะตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ที่บ้านแม่โป่ง หมู่ 5 ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านบริเวณรอบเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเป็นหมู่บ้านเกษตรกรตัวอย่าง ที่ชาวบ้านสามัคคีกันในการบริหารจัดการน้ำช่วงที่ประสบภัยแล้งได้อย่างน่าชื่นชม โดยไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน แถมผมยังได้รับชมการสาธิตทำปุ๋ยหมัก รับฟังการสร้างรายได้จากการปลูกกระเทียมและหัวหอม รวมถึงการได้ลิ้มรสข้าวโพดต้ม ที่ชาวบ้านเก็บมาจากไร่ต้มให้เรากินอีก...รสชาติหวานกรอบอร่อย...สุดยอดจริงๆ ครับ  
             ที่สำคัญ การติดตามบทบาทภารกิจของกรมฝนหลวงฯ ครั้งนี้ ถ้าไม่เห็นปฏิบัติการบินเพื่อทำฝนหลวง ก็เหมือนจะขาดอะไรสักอย่าง ซึ่งหลังจาก "สุรสีห์ กิตติมณฑล" รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมการปฏิบัติการบินเพื่อทำฝนหลวง ผมเองก็มีโอกาสเดินทางไปกับคณะเจ้าหน้าที่ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงบนน่านฟ้าบริเวณพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.เชียงใหม่ และอ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยใช้เวลาในการบินปฏิบัติการฝนหลวงประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จภารกิจดังกล่าว
        โดยนักวิทยาศาสตร์ของกรมฝนหลวงฯ ที่ประจำบนเครื่องบินฯ และคอยเก็บข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ เล่าว่า การทำฝนหลวง เป็นกรรมวิธี การเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า แล้วนำสารเคมีขึ้นไปโปรยบนท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของจำนวนเมฆ และสภาพของทิศทางลมประกอบกัน ส่วนปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝน คือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม นั่นคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับผิวพื้นขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง อุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอจะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จนเกิดขบวนการกลั่นตัวของไอน้ำขึ้นบนแกนกลั่นตัว จนกลายเป็นฝนตกลงมา...วันนี้โบกมือลากันไปก่อนครับ...!!! 
                                  นวย เมืองธน

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ19 ตุลาคม 2560 13:43

    เรียน Mr.Talon ค่ะ
    ขอขอบพระคุณที่อนุญาตให้ใช้ภาพ ปฏิบัติภารกิจฝนหลวง (ภาพเครื่องบิน)
    ในมิวสิควิดีโอ เพลง พ่อผู้เป็นนิรันดร์ ศิลปิน แอ๊ด คาราบาว
    โดยบทกวีนิพนธ์ ท่าน ว. วชิรเมธี ค่ะ

    จาก บริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด
    (สุชานันท์ ฉัตรกุล ณ อยุธยา)
    02 106 3900 #311

    ตอบลบ
  2. https://www.youtube.com/watch?v=_VfNNdE-k4k
    แอ๊ด คาราบาว - พ่อผู้เป็นนิรันดร์

    เพลงที่ได้ขออนุญาตนำภาพเครื่องบินไปใช้ค่ะ
    อยู่ในช่วงวินาทีที่ 0.29 นะคะ

    เรียนมาเพื่อขอขอพระคุณอีกครั้งค่ะ
    จาก บริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด
    (สุชานันท์ ฉัตรกุล ณ อยุธยา)
    02 106 3900 #311

    ตอบลบ
  3. เรียน Mr.Talon (พี่นวย)
    ผมขออนุญาตนำภาพเครื่องบินที่ใช้ในการทำฝนหลวงไปใช้ในหนังสือ ตราไว้ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ จึงเรียนมาเพื่อขอบพระคุณครับ
    จาก บริษัท มิตรมายา จำกัด 0-2460-1534 08-4159-9995 คุณนิธิศ ไตรพิพิธสิริวัฒน์

    ตอบลบ