วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

เสน่ห์ลังกาวี ตำนานคำสาป

            "เกาะลังกาวี" เปรียบได้ว่าเป็นอัญมณีแห่งไทรบุรี ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ใกล้ฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย ขึ้นกับรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ที่สำคัญ "เกาะลังกาวี" ยังห่างจาก "เกาะตะรุเตา" ของประเทศไทยเพียง 4 กิโลเมตร
            อยู่ห่างจากเมืองกัวลาปะลิสประมาณ 30 กิโลเมตร และเมืองกัวลาเกดะห์ 51 กิโลเมตร ประกอบด้วยกลุ่มเกาะเมืองร้อนจำนวน 99 เกาะ เป็นที่รู้จักของชาวไทยและมาเลเซีย ที่สำคัญหากนักท่องเที่ยวได้มาเยือนลังกาวีแห่งนี้ จะทำให้ได้สัมผัสหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายสวยงาม ป่าชายเลนที่มีพืชและสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ สินค้าปลอดภาษีราคาย่อมเยา
       ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "เกาะลังกาวี" แห่งนี้ ซึ่งมีตำนาน
ที่น่าประทับใจอย่างมากครับ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยว และดูเหมือนจะเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ณ "ลังกาวี" ที่นักท่องเที่ยวหากมา "ลังกาวี" แล้วไม่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ คงจะดูเหมือนว่ายังมาไม่ถึง "ลังกาวี" ซึ่งสถานที่แห่งนี้คงหนีไม่พ้น "พิพิธภัณฑ์พระนางมะสุหรี่" ตั้งอยู่บนถนน MakamMahsuri ห่างจากเมืองกั๊วห์ 12  กิโลเมตร ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์มีภาพขนาดใหญ่ของ "พระนางมะสุหรี่" หรือภาพนางเอกจากภาพยนตร์ "เรื่องพระนางเลือดขาว" โดยทางพิพิธภัณฑ์ฯ นำมาขยาย
เป็นภาพขนาดใหญ่ ซึ่งบางครั้งนักท่องเที่ยวคนไทยก็เข้าใจผิดว่าสุภาพสตรีที่เห็นในภาพโปสเตอร์นั้นคือ "พระนางมะสุหรี่" ตามตำนาน และมีการจัดแสดงข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ฝัดข้าว, เย็บผ้า, และการหุงหาอาหาร ในสมัยพระนางด้วย
    เรื่องราวของ "พระนางมะสุหรี่" เป็นเรื่องราวที่นำมาเล่าต่อๆ กันจากรุ่นสู่รุ่น เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2362 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 2 หรือเมื่อกว่า 190 ปีที่ผ่านมา ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ฯ มีห้องฉายวีดีทัศน์เพื่อเล่าประวัติความเป็นมาให้นักท่องเที่ยวได้รู้ประวัติความเป็นมาของ "พระนางมะสุหรี่" 
          โดยในสมัยที่ "เกาะลังกาวี" อยู่ในการปกครองของไทย ก่อนจะเสียให้กับอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 5 มีตำนานเล่าขานว่า "พระนางมะสุหรี่" หรือ "พระนางเลือดขาว" ซึ่งเป็นมเหสีของสุลต่านที่ปกครองเมืองเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย ในปัจจุบัน ตามตำนานเล่าว่า "พระนางมะสุหรี่" หรือ "ประไหมสุหรี่" เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่มีความงดงาม ได้สมรสกับอนุชาขององค์สุลต่านแห่งรัฐเคดาร์ โดยมีสถานภาพเป็นมเหสีองค์รอง
       ต่อมาได้เกิดสงครามที่รัฐปัตตานี มีเหตุให้พระอนุชา
ขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีจะต้องจากบ้านจากเมือง เพื่อเดินทางไปช่วยรบ ขณะเดียวกันก็เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากฝ่ายที่คิดร้ายกับ "พระนางมะสุหรี่" ซึ่งคือ "มเหสีเอก" โดยสร้างเรื่องว่า "นางมะสุหรี่" มีชู้ เมื่อ "องค์สุลต่าน" กลับมา ก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องว่าเท็จจริงประการใด แต่กลับเชื่อการใส่ความของฝ่าย "มเหสีเอก" ที่มีความอิจฉาริษยา "พระนางมะสุหรี่" และวางแผนสร้างเรื่องราวขึ้นมาเพื่อหาทางกำจัดนาง "องค์สุลต่าน" จึงตัดสินใจให้เพชฌฆาตประหารชีวิต "พระนางมะสุหรี่" ด้วยกริช

แต่ก่อนเสียชีวิต"พระนางมะสุหรี่" อธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ก็ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมกับสาปแช่งขอให้ "เกาะลังกาวี" ไม่มีความเจริญไป 7 ชั่วโคตร
ทันใดนั้นเอง เพชฌฆาตได้ลงกริช แต่ปรากฏว่าคมกริชไม่ระคายผิว "พระนางมะสุหรี่" แม้แต่น้อย พระนางฯ จึงบอกเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของพระนางฯ เองมาประหาร
            ซึ่งขณะที่คมกริชจรดลงบนคอ ปรากฏว่าโลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบน เป็นการพิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์ของ "พระนางมะสุหรี่" ตามที่อธิษฐานไว้ และจากคำสาปแช่งนี้ก็ทำให้ "เกาะลังกาวี" ตกอยู่ในความทุกข์เข็ญมานานถึง 7 ชั่วโคตร อันเป็นที่มาของตำนาน "พระนางเลือดขาว" และจากเรื่องราวตามความเชื่อว่า "เกาะลังกาวี" จะต้องมีอันเป็นไป หรือไม่มีความเจริญถึง 7 ชั่วโคตร ซึ่งในช่วงเวลาเกือบ 200 ปี ก็ดูเหมือนว่า "เกาะลังกาวี" จะเป็นไปตามคำสาป รัฐบาลมาเลเชียจึงพยายาม
ที่จะโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ "ลังกาวี" เป็นเกาะท่องเที่ยว และเป็นเขตปลอดภาษี แต่ดูจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวมาเลเซียที่เดินทางมาพักผ่อนและซื้อสินค้าปลอดภาษี ส่วนนักเที่ยวจากต่างชาติกลุ่มหลักก็คือ คนไทย ที่เป็นอิสลามทางภาคใต้ สำหรับชาติยุโรปนั้นมีน้อยมาก
ภายหลังจาก "พระนางมะสุหรี่" ผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เป็นเวลา 181 ปี ของการตกอยู่ใน
อำนาจของคำสาปที่มืดดำ นับว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง 7 ชั่วอายุคน จนกระทั่งหนังสือพิมพ์หลายๆ สำนักของมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซียต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของ "พระนางมะสุหรี่" จนในที่สุด ก็พบว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย คือ "ศิรินทรา ยายี" ซึ่งมีหลักฐานมากมายที่แสดงถึงความเป็นทายาทผู้ถอนคำสาป ไม่ว่าจะเป็นกริซประจำตระกูล รูปภาพ และบรรพบุรุษชื่อ "วันฮาเกม"
ต่อมาทางรัฐบาลมาเลเซียจึงเชิญพระนางทายาทรุ่นที่ 7 กลับสู่เกาะลังกาวี เพื่อถอนคำสาป จากเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อเธอได้ไปยืนอยู่บนแผ่นดินเกาะลังกาวี เธอกลับกลายเป็นเจ้าหญิงไปในทันที
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" บริเวณรอบๆ "พิพิธภัณฑ์พระนางมะสุหรี่" ก็มีสุสานพระนางมะสุหรี่ หากนักท่องเที่ยวเดินไปด้านหลังสุสานพระนางฯ ซึ่งติดกับทุ่งนากว้าง ก็จะมีบ่อน้ำโบราณตั้งอยู่หนึ่งบ่อ มีการเล่าขานกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าเป็นบ่อทิพย์ เพราะเป็นบ่อน้ำจืดเย็นใสไม่เคยเหือดแห้ง สามารถตักน้ำมาดื่ม และมาล้างหน้าล้างมือได้ นอกจากนี้ ยังมีบ้านไม้โบราณแบบมาเลเซียตั้งอยู่หลายหลัง
หลังจากตำนานความเชื่อว่ายุคคำสาปผ่านพ้นไปแล้ว โครงการพัฒนา "เกาะลังกาวี" จึงได้เกิดขึ้น ทั้งภาครัฐมาเลเซียและเอกชนต่างๆ ได้ทุ่มงบประมาณในโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาให้ "เกาะลังกาวี" เป็นเกาะสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวของมาเลเซีย และให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งโครงการที่สร้างเสร็จไปแล้วแทบนับไม่ถ้วน ทำให้เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวจับจ่ายใช้สอยได้อีกด้วย...!!!
นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น