วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์

             "ขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" ถือเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพียงแห่งเดียวในจ.ราชบุรี ที่มีอาณาเขตติดแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีเนื้อที่ประมาณ 489.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 305,820 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอ.สวนผึ้ง และอ.บ้านคา จ.ราชบุรี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าเป็นป่า ต้นน้ำลำธาร เป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และป่าทุ่งหญ้า และอุดมด้วยแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า
                ทิศเหนือ จรดป่าสงวนแห่งชาติ ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทิศใต้ จรดอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต.ยางน้ำกลัดใต้ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ทิศตะวันตก จรดชายแดนประเทศพม่า ที่ต.บ้านบึง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทิศตะวันออก จรดป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต.บ้านคา กิ่งอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี นอกจากนี้  ยังมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง อาทิ น้ำตกพุร้อน น้ำตกห้วยสวนพลู น้ำตกจารุณีย์ น้ำตกซับเตย และน้ำตกพุระกำ
                 ลักษณะภูมิอากาศบนเทือกเขาตะนาวศรี ส่งผลให้บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ถึงแม้จะอยู่ในเขตอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็ตาม แต่สันเขากลับเป็นกำแพงกั้นลมฝนที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ "อำเภอสวนผึ้ง" และบางส่วนของ "อำเภอจอมบึง" ได้รับฝนไม่เต็มที่นักเกิดบริเวณเงาฝนขึ้นจึงได้รับฝนน้อยแต่เพราะลักษณะดินมีความสามารถในการเก็บกักน้ำได้สูงในหลายเขตของป่าเขาจึงทำให้ป่ายังคงความสมบูรณ์ มีพรรณไม้นานาหนาแน่น และเป็นป่าดงดิบ
       ผมหยิบยกเรื่องราวของ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานเปิดโครงการ "ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์" เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 59 พรรษา 2557  ที่ศูนย์ศึกษาพันธุ์ไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หรือแก่งส้มแมว หมู่ที่ 3 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พื้นที่ติด "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา
             โดยมี "วิเชษฐ์ เกษมทองศรี" รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการ และมี "นิสิต จังทร์สมวงศ์"  ผู้ว่าฯราชบุรี "นิพนธ์ โชติบาล" รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช "ธีรภัทร ประยูรสิทธิ" รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทหาร หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน นักศึกษา นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
     จากข้อมูลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าราชบุรี พบว่า
         "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" ด้วยเหตุที่ป่าแห่งนี้อุดมด้วยแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า จึงมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น กระทิง, เลียงผา, กวางป่า, เนื้อทราย, อีเก้ง, หมี, เสือ, ลิง, ค่าง, ชะนี, นก, และสัตว์เลื้อยคลาน อีกนานาชนิด แต่เดิมเคยมีช้างป่าและสมเสร็จอยู่อย่างชุกชุม แต่ปัจจุบันช้างป่าได้หมดไปจากพื้นที่แล้ว เนื่องจากมีการลักลอบล่าสัตว์ป่า และบุกรุกทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินใกล้ชายป่า เป็นเหตุให้ประชากรสัตว์ป่าลดจำนวนลง ส่งผลให้ระบบนิเวศขาด
ความสมดุล จึงท้ำให้ประชากรสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ใน "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" อยู่ในสภาวะวิกฤติ
       การอนุรักษ์สัตว์ป่าหลายชนิดที่มีความสำคัญ เช่น กวางป่า, ละองละมั่ง, ไก่ฟ้าหลังเทา ชนิดต่างๆ ก่อให้เกิดผลดีต่อการพิทักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่มีความเฉพาะเจาะจงเป็นเอกลักษณ์ เช่น ที่ราบริมลำนำในป่าเบญจพรรณ หรือป่าเต็งรังที่ยังคงสภาพอยู่ จะช่วยรักษาและควบคุมความสมดุลของระบบนิเวศของสัตว์ขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่หากินบริเวณพื้นดิน รวมทั้งแมลงให้อยู่ในปริมาณที่
เหมาะสม และจากพฤติกรรมระวังภัย ที่ทำให้นก, ไก่ฟ้า, และไก่ป่าตื่นตกใจง่าย จึงสามารถใช้เป็นเครื่องเตือนภัยถึงการคุกคามจากปัจจัยต่างๆ เพื่อใช้ปรับปรุงรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการพื้นที่ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" ได้อีกทางหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนสิงหาคม 2556 "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" ได้ร่วมกับศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ปล่อยสัตว์ป่ากลับคืนสู่ป่าไปแล้วครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นได้ปล่อยละองละมั่ง, เนื้อทราย, ไก่ฟ้าหลังเทา, ไก่ป่า, และปลาชนิดต่างๆ
    สำหรับโครงการ "ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์" เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ภายในงานยังได้นิมนต์พระมาจัดพิธีสงฆ์ และพิธีพราห์มอันเชิญทวยเทพเทวาให้ช่วยดูแลรักษาสัตว์ป่าต่างๆที่จะปล่อยสู่ธรรมชาติอีกด้วย
           โดย "วิเชษฐ์ เกษมทองศรี" รักษาการมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ที่ผ่านมา ป่าไม้และสัตว์ป่าถูกทำลายเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่หยุด โดยมีสถิติตัวเลขการลักลอบค้าสัตว์ป่าในแต่ละปี
มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ถือเป็นตลาดมืดที่มีการค้าสัตว์ป่าต่อปีรองจากการค้ายาเสพติด
ในฐานะที่ตนเป็น "รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" เราได้ดำเนินนโยบายในระดับกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันรักษา และฟื้นฟู ป้องกันก็คือ มีการสั่งดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า มีการเสริมสมรรถนะของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า มีการนำระบบไอทีเข้ามาใช้ คือ มีการติดกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ป่ามากขึ้น การใช้อากาศยานไร้คนขับในการตรวจจับผู้กระทำผิด การลาดตระเวนอย่างมีคุณภาพ มีจีพีเอสนําทางติดโทรศัพท์ จีพีเอสติดตัวสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และทำให้สามารถรู้กำลัง

          ทั้งนี้ ยังให้ขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ด้วยการจัดทำประกันชีวิตหมู่ การแจกชุดปีละ 2 ชุด และขึ้นเงินเดือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราพยายามทำให้ครบทุกมิติ
            "รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" บอกอีกว่า โครงการส่งสัตว์ป่าคืนวนาฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งคืนสัตว์ป่ามากที่สุดถึง 5,900 ตัว มีสัตว์ 16 ชนิด อาทิ เนื้อทราย 17 ตัว, กวางป่า 20 ตัว, ละมั่ง 12 ตัว, ไก่ฟ้าหลังเทาแข้งแดง 40 ตัว, ไก่ป่าตุ้มหูแดง 20 ตัว, ไก่ฟ้าหลังขาว 95 ตัว,
นกยูง 10 ตัว, นกแก๊ก 15 ตัว, เป็ดก่า 20 ตัว, นกขุนทอง 10 ตัว, นกชนิดอื่นๆ 1,200 ตัว, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 500 ตัว และสัตว์น้ำอื่นอีก 3,941 ตัว  โดยโครงการ "ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์" เป็นการสนองพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า ให้สัตว์ป่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างสมดุลในระบบนิเวศทางธรรมชาติ
"นิพนธ์ โชติบาล" รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า การปล่อยสัตว์ป่าคืนธรรมชาติ

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมาได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ 13,852 ตัว และในปี 2557 มีเป้าหมายดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศรวม 20 แห่ง อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง จ.พะเยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา เป็นต้น
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นายวิเชษฐ์" ยังได้มอบเครื่องอุปกรณ์ดับไฟป่าให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชน เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนท้องถิ่นยังนำชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน ในการหยุดกิน หยุดค้าสัตว์ป่า ที่สำคัญ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี" ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดแม่น้ำภาชี และเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุม แหล่งน้ำ แหล่งอาหารสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์แล้วยัง มีธรรมชาติที่น่าสนใจและสวยงาม คือ แก่งส้มแมว  มีลักษณะเป็นโขดหินใหญ่น้อยสลับซับซ้อนอยู่กลางแม่น้ำภาชี มีน้ำใสไหลเย็นผ่านโขดหิน เป็นที่น่าตื่นตาสำหรับผู้พบเห็นอีกด้วย...!!!
                                                                          นวย เมืองธน
*********************************************** 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น