วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

ชมวิวกรุงเทพฯภูเขาทอง เสน่ห์ชุมชนเก่าเครื่องไม้

             วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือวัดภูเขาทอง ตั้งอยู่ระหว่างถนนบริพัตรกับถนนหลานหลวง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ถือเป็นวัดโบราณ เดิมเรียกชื่อว่า วัดสะแก เป็นวัดพุทธก่อสร้างขึ้นในรูปของเจดีย์ขนาดใหญ่มหึมา ยอดชี้ขึ้นฟ้าทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
               แม้ที่วัดสระเกศจะไม่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมให้ชมเหมือนวัดอื่นๆ ในกรุงเทพฯ แต่ก็นับได้ว่ามีทัศนียภาพอันงดงามบนภูเขาทองที่ตั้งอยู่ภายในอาณาบริเวณวัดสระเกศ และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนรอบทิศอีกด้วย
             วัดสระเกศ ปรากฏตามตำนานเดิมมีชื่อว่า วัดสะแก เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นวัดสระเกศ เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 ตอนที่ได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก และมีปรากฏตามพระราชพงศาวดารว่า เมื่อจุลศักราช 1134 เบญจศก ตรงกับพุทธศักราช 2326 นั้น
     พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดให้ลงมือก่อสร้างพระนคร รวมทั้งพระบรมมหาราชวังและพระราชวังบวรสถานมงคล ได้รวมผู้คนให้ขุดคลองรอบเมืองตั้งแต่บางลำพู เรื่อยไปจนจดแม่น้ำด้านใต้ตอนเหนือวัดจักรวรรดิราชาวาส

แล้วโปรดให้ขุดคลองหลอดแลขุดคลองใหญ่เหนือวัดสะแกอีกคลองหนึ่ง พระราชทานนามว่า คลองมหานาค เพื่อให้เป็นที่สำหรับประชาชนชาวพระนครได้ลงประชุมเล่นเพลงและสักวาในเทศกาลฤดูน้ำเหมือนอย่างครั้งกรุงศรีอยุทธยา และวัดสะแกนั้นเมื่อขุดคลองมหานาค แล้วพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่าวัดสระเกศ และทรงปฏิสังขรณ์วัดสระเกศ ทั้งพระอารามตั้งแต่พระอุโบสถตลอดถึงเสนาสนะสงฆ์ และขุดคลองรอบวัดอีกด้วย คำว่า "สระเกศ" นี้ ตามรูปคำก็แปลว่าชำระ หรือทำความสะอาดพระเกศานั่นเอง
          ผมหยิบยกเรื่องราววัดสระเกศมาเขียนถึง เพราะในวันมาฆบูชาที่ผ่านมามีโอกาสเดินทางมาทำบุญ
ที่วัดสระเกศแห่งนี้ และยังมีโอกาสเดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ บนภูเขาทองด้วยครับ จำได้ว่าสมัยช่วงเป็นนักเรียนศิลปะ ผมเกิดสนใจวาดภาพแบบสายตานก คือ วาดรูปในสถานที่สูงๆ ก็เคยขึ้นมาวาดรูปทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ บนภูเขาทองแห่งนี้เหมือนกัน แต่ก็เป็นเวลานานหลายสิบปีมาแล้ว

แต่อย่างน้อยการได้มาทำบุญที่วัดสระเกศ ก็ทำให้เราได้นึกย้อนถึงอดีตที่ครั้งหนึ่งเคยมาที่ภูเขาทอง ทำให้ได้คิดอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมายจริงๆ ครับ
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องงานวัด เชื่อเหลือเกินว่างานวัดภูเขาทองถือเป็นตำนานเก่าแก่อันดับต้นๆ ก็ว่าได้
         เพราะถ้าจะมาเที่ยวงานวัดในกรุงเทพฯ ที่มีบรรยากาศไทยๆ แบบต่างจังหวัด ก็ต้องมาที่งานวัดภูเขาทอง ซึ่งงานมีถึง 7 วัน 7 คืน ในช่วงเทศกาลงานลอยกระทงของทุกปี ที่สำคัญงานวัดที่นี่ยังคงรักษาประเพณีงานวัดมาเป็นเวลานานปี นานจนถึงขนาดที่ว่าถ้าจะเดาก็คงตั้งแต่สมัยที่ชาวบ้านพายเรือมาเที่ยวงานวัดกันในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มาลอยกระทง มาทำบุญกันที่วัด และเที่ยวชมมหรสพ ซึ่งงานวัดปัจจุบันก็คงแปรเปลี่ยนไปจากเดิมไปตามกาลเวลา
 
            พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ บอกว่า พระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง ได้จำลองแบบมาจากพระเจดีย์วัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 100 เมตร ความกว้างโดยรอบเส้นศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร สร้างโดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยใช้เวลาใน
การก่อสร้างเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ ครั้นสร้างแล้วเสร็จ รัชกาลที่ 5 ก็ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากรัฐบาลอินเดีย ที่ขุดได้จากกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้บรรจุประดิษฐานไว้บนองค์บรมบรรพตภูเขาทอง และโปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มากที่เหตุการณ์มีความสอดคล้องกันเช่นนี้
พระบรมบรรพตภูเขาทอง นับเป็นพุทธสถานที่สำคัญของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเป็นสัญลักษณ์ของวัดที่คนทั่วโลกรู้จักกันมากกว่าพุทธสถานรอบวัด พระบรมบรรพตภูเขาทองนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ การขึ้นไปกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพตภูเขาทองข้างบน ให้เดินขึ้นไปตามบันไดเวียน ซึ่งมีอยู่ทั้งสองด้าน คือ ด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ ซึ่งบันไดแต่ละด้านมี  344 ขั้น การที่ประเทศใดจะมีพระบรมสารีริกธาตุไว้ในครอบครองนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้สักการบูชา เช่น จีน อินเดีย และญี่ปุ่น เมื่อขึ้นมาบนพระบรมบรรพตภูเขาทองแห่งนี้ นอกจากจะได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แสนบริสุทธิ์ และความสงบร่มรื่น
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การได้มาทำบุญที่วัดสระเกศและภูเขาทองครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างรอบทิศทางแล้ว ผมยังได้รับความรู้แนวคิด ความเชื่อและปรัชญาในพุทธธรรม เกิดปัญญาและประสบการณ์ในชีวิตของผมเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะภายในวัดสระเกศยังมีพุทธสถานต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ขากลับออกมาจากวัดสระเกศยังมีโอกาสได้เดินเที่ยวชุมชนย่านภูเขาทอง เพราะชุมชนแถบนี้ยังเป็นแหล่งขายดอกไม้ไฟอันเลื่องชื่อ
ที่สำคัญ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมีชุมชนเก่าและใหม่ที่พัฒนาจนเจริญควบคู่ไปกับภูเขาทอง วัดสระเกศ มาอย่างยาวนาน ถือเป็นวิถีชีวิตของชาวกรุงเทพฯ อาทิ ย่านขายเครื่องไม้ ที่มีทั้งไม้แกะสลัก ไม้กลึงขนาดเล็กใช้ทำงานฝีมือ ตลอดจนถึงบานประตูบ้าน ไม้แผ่นสร้างบ้าน ซึ่งผู้คนในกรุงเทพฯ จะทำงานฝีมือ หรือสร้างบ้าน ก็สามารถเข้าไปเดินเลือกชมสินค้าไม้ขนาดต่างๆ ได้ในย่านนี้ ซึ่งผมเองเดินชมเครื่องไม้ต่างๆ ในย่านนี้ ก็เกิดไอเดีย และจินตนาการมากโขทีเดียว....!!!
                                                                                                               
                                                                          นวย เมืองธน
******************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น