วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เที่ยว-กิน-ช้อปปิ้ง อิ่มบุญท่าน้ำนนท์

              สำหรับจังหวัดนนทบุรี ถือเป็นจังหวัดเก่าแก่จังหวัดหนึ่งที่มีการก่อตั้งมากว่า 400 ปี แต่เดิม "นนทบุรี" เป็นหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น และรู้จักกันในชื่อ "บ้านตลาดขวัญ" ว่ากันว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา แถมยังมีพื้นที่สวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อที่ถูกกล่าวขานในสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย
               จังหวัดนนทบุรีนอกจากเป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ยังมีแม่น้ำเจ้าพระยาแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็นสองส่วน คือ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดนนทบุรีจึงเป็นที่ราบลุ่ม มีคลองที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และคูคลองที่ขุดขึ้นในยุคสมัยต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งคนไทยเชื้อสายไทย-จีน, ไทย-มอญ เป็นต้น ปะปนกันในชุมชนท้องถิ่น
              ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรียังมีแหล่งรวมวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ "ย่านท่าน้ำนนท์" คือ ท่าน้ำนนทบุรี หรือท่าน้ำพิบูลสงคราม 3 เป็นท่าน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า แต่เดิมเป็นอาคารของโรงเรียนราชวิทยาลัย ต่อมาได้มีการมอบอาคารเรียนให้เป็นที่ทำการศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เมื่อ พ.ศ.2471 ลักษณะอาคารมีขนาดกว้าง 11.55 เมตร ยาว 287.4 เมตร เนื้อที่ทั้งหมดของตัวอาคาร 2 ไร่ 2 งาน 51 ตารางวา
              ส่วนตัวอาคารเป็นตึกพื้นไม้สัก ทาสีไข่ไก่ ประตูหน้าต่างทาสีเขียวใบไม้ หลังคามุงด้วยกระเบื้องลูกฟูก ประดับด้วยงานไม้ลายวิจิตรที่ทำจากไม้สักทั้งหลัง มีรั้วเหล็กล้อมรอบตัวอาคาร 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นสถานที่พักผ่อน ชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านหลังติดกับโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี และหอประชุมจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังนี้มีลักษณะการสร้างแบบพิเศษ ฝีมืองานไม้ประณีตมาก กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง และมีการซ่อมแซม
ใหญ่เมื่อ พ.ศ.2515
       และคงเป็นความบังเอิญที่มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "ย่านท่าน้ำนนท์" บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เมื่อช่วงปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับงาน "ตรุษจีนนนทบุรี ฉลองศาลเจ้า พ่อหลักเมือง เจ้าแม่ทับทิม" ขึ้นเป็นครั้งแรก
   ซึ่ง "สมนึก ธนเดชากุล" นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี บอกว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดนนทบุรี
           ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนให้เกิดความเข้มแข็ง สามัคคีของชาวเมืองนนทบุรี และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเห็นว่าจังหวัดนนทบุรีก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้
          แน่นอนว่า เมื่อมาถึง "ย่านท่าน้ำนนท์" ผมคงไม่พลาดที่จะไปสักการะขอพรเจ้าแม่ทับทิม ที่ศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่า 

           
ซึ่งตั้งอยู่ริมเขื่อนท่าน้ำนนท์ ใกล้ๆ กับศาลากลางหลังเก่า และศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากในอดีตจังหวัดนนทบุรีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญการค้าขายทางเรือมาก่อน บรรดาพ่อค้า แม่ค้าชาวจีนในจังหวัดก็เลยรวมตัวกันสร้างศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่าขึ้น เมื่อสร้างเสร็จก็ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาประดิษฐานในศาล ตรงบริเวณปากคลองวัดบางขวางเดิม หรือริมเขื่อนท่าน้ำนนท์ในปัจจุบัน
   หลังจากสักการะขอพรที่ศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่าแล้ว ผมก็เดินลัดเลาะผ่านชุมชนมา

ที่วัดบางขวาง หรือเดิมเรียกว่า "วัดบางยาง" ซึ่งทางเข้าอยู่ติดกับศาลเจ้าฯ ภายในวัดมีวิหาร เป็นวิหารเก่าแก่ อายุมากกว่า 100 ปี แถมมีโบสถ์รูปทรงสมัยโบราณ ภายในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระทรงเครื่อง ซึ่งเรียกกันว่า "ปางทรมานท้าวมหาชมภู และพระอัครสาวกซ้ายขวา" ภายในอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระธาตุ ซึ่งรวบรวมพระธาตุที่สำคัญของไทยไว้ นอกจากนี้ ยังมีศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นศาลาโบราณทรงประยุกต์ สร้างด้วยไม้สักทองอีกด้วย
 ส่วนทางเข้า-ออกของวัดบางขวางนั้น ชาวบ้านเล่าว่า ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะผู้มีบุญเท่านั้นที่จะได้เข้าถึงวัดบางขวาง ผู้คนส่วนมากจึงยังไม่รู้จัก ส่วนมากจะรู้จักคุกบางขวางมากกว่า
            ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมก็เป็นคนหนึ่งนะที่มีบุญกับเค้าเหมือนกัน เพราะได้มีโอกาสมาตะลอนฯ ที่วัดบางขวางแห่งนี้
โดยเดินเข้าวัดอีกทาง จนกระทั่งเดินทะลุซอยวัดข้างตลาดท่าน้ำนนท์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ บ้านเรือนของผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ได้อย่างลงตัว อาจเรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งทีเดียว ที่สำคัญทำให้ผมทันดูขบวนแห่งานตรุษจีนนนทบุรีพอดิบพอดีจริงๆครับ
เสน่ห์อย่างหนึ่งของ "ย่านท่าน้ำนนท์" ก็เห็นจะเป็นตลาดท่าน้ำนนท์ หรือจะเรียกรวมๆ ว่า ตลาดนนทบุรี, ตลาดเมืองนนท์, หรือตลาดสดเมืองนนท์ ก็แล้วแต่จะเรียกกัน เพราะนอกจากตลาดแห่งนี้จะขายของสดๆ ประเภทผักสด, ปลาสด,

อะไรต่อมิอะไรมากมายแล้ว แถวหน้าตลาด หน้าตึกแถวต่างๆ ตลอดจนบนฟุตบาททั้งสองฝั่งถนน ยังเป็นแหล่งรวมของกินขนม คาวหวานอร่อยๆมากมาย ที่สำคัญยังเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่น และของใช้ต่างๆ อีกมายมาย และถ้าหากอยากนั่งสามล้อถีบ
ขอบอกเลยว่าที่ตลาด "ย่านท่าน้ำนนท์" แห่งนี้ ก็ยังมีบริการสามล้อถีบรับจ้างอยู่เหมือนกัน ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งในย่านนี้ครับ
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" เมื่อมาถึง "ย่านท่าน้ำนนท์" ถ้าไม่พูดถึง "หอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรี" คงดูเหมือนยังมาไม่ถึง "ย่านท่าน้ำนนท์" นะ เพราะถือได้ว่าหอนาฬิกาแห่งนี้ กลายเป็นเอกลักษณ์อยู่คู่ย่านท่าน้ำนนท์มาอย่างยาวนาน เพราะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 ตัวเรือนนาฬิกายี่ห้อ "Tag Heuer " ซึ่งเป็นตัวเรือนของ "Tag Heuer" ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
             และเป็นจุดเด่นของ "ย่านท่าน้ำนนท์" แห่งนี้อีกด้วย ตะลอนฯ จนหิว ขอตัวเติมพลังหาอะไรอร่อยๆ "ย่านท่าน้ำนนท์" กินดีกว่า...นั่นแน่เจอร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเมืองนนท์" เจ้าเก่าอยู่ตรงข้ามตลาดเมืองนนท์ เฮีย...เกาเหลาเนื้อพิเศษ ข้าวเปล่า 2 ถ้วย...โอเลี้ยงด้วย..หิว... หิว แค่นี้ก็อิ่มไม่รู้ลืมจริงๆ...!!!

                                                                                            นวย เมืองธน
****************************************************


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น