วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เล่าขานของดีเชียงคานฝ้ายห่มนวม-สวนผสม

            ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมมีโอกาสเขียนถึง "เชียงคาน" อำเภอเล็กๆ ของจังหวัดเลย ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น "เมืองคนงาม" แหล่งรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกทั้งอำเภอเชียงคานยังเป็นอำเภอที่มีอาณาเขตติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นเขตแดนไทย-ลาว
              ในสมัยก่อนชาวหลวงพระบางได้อพพยมาตั้งรกรากที่ "เชียงคาน" และได้นำวัฒนธรรมเข้ามาด้วย หรืออาจเรียกได้ว่า "เชียงคาน" เป็นเมืองคู่แฝดกับ "หลวงพระบาง" ก็ว่า เพราะไม่ว่าจะเป็นประเพณีต่างๆ รวมถึงอาหารการกิน อีกทั้งภาษาพูด ก็มีความคล้ายคลึงกันอีก
            นอกจากนี้ เสน่ห์อย่างหนึ่งของ "เชียงคาน" คงจะหนีไม่พ้นบ้านเรือนไม้เก่าที่ยังคงอนุรักษ์กันไว้มากโขอยู่ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย และเป็นจุดหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว
ให้มาจับจ่ายสินค้ากัน และที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ ก็คงจะเป็นการถ่ายภาพตัวเองกับบรรยากาศบ้านเรือนไม้เก่า หรือร้านขายของที่ระลึก แล้วนำภาพต่างๆ มาโพสต์ลงกันในโซเชียลมีเดียต่างๆ จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา
            ส่งผลให้ "เชียงคาน" กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่ใครๆ ก็อยากมาสัมผัส โดยเฉพาะช่วงลมหนาวมาเยือน เหมาะมากสำหรับคู่รัก
ที่จะจูงมือกันมาสัมผัสบรรยากาศที่ "เชียงคาน" ที่สำคัญ ยังมีที่พักแบบเกสต์เฮาส์ หรือโฮมสเตย์อีกมากมายที่พร้อมใจกันนำเอาอาคารไม้แบบดั้งเดิมมาตบแต่งเสียใหม่ให้น่ารักเก๋ไก๋ แถมราคาไม่แพง สำหรับรองรับผู้ที่มาเยือนที่นี่อีกด้วยครับ
   ช่วงที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ดูเหมือนผมจะเคยเขียนเรื่องราวต่างๆ ของ "เชียงคาน" ในมุมต่างๆ เอาไว้พอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้เอ่ยถึง ก็คงจะเป็น "ผ้าฝ้ายห่มนวมโบราณ" ของร้านนิยมไทย
และถือเป็นของฝากชื่อดังของอำเภอเชียงคานที่ขายดีมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะซื้อไปฝากญาติผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ เพื่อเป็นของฝากกัน
"ราตรี พรหมราช" เจ้าของร้านนิยมไทย บอกว่า ผ้าฝ้ายห่มนวมจะขายดีมากช่วงวันคริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพราะสภาพอากาศค่อนข้างเย็นถึงหนาวจัด อุณหภูมิทั่วไปประมาณ 10-14 องศา นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวที่ "เชียงคาน" อย่างต่อเนื่อง


              และจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จึงทำให้ผ้าฝ้ายห่มนวมขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผ้าห่มนวมนั้นจะขายดีมาก เฉลี่ยแล้วขายได้วันละ10-20 ผืน ส่วนเสน่ห์ของผ้าห่มนวมของร้านนิยมไทยนั้น คือเป็นร้านที่ทำผ้าฝ้ายห่มนวมมานานหลายชั่วอายุคน ผ้านวมทำจากฝ้ายจริงๆ ไม่ผสม และทำให้ดูกันสดๆ ถักทอกันเห็นๆ แบบวิถีชนบท ลูกค้า นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบกันมาก นอกจากนี้ทางร้านยังรับซ่อมผ้าห่มนวมที่ขาดชำรุดอีกด้วย
            "คุณราตรี" บอกด้วยว่า ร้านนิยมไทยทำผ้าฝ้ายห่มนวมมา 3 ชั่วอายุคน เป็นธุรกิจในครอบครัว อุตสาหกรรมในครัวเรือน ใช้แรงงานภายในบ้านทั้งหมด ตนก็ทำผ้าห่มมาตั้งแต่อายุประมาณ 7 ขวบได้ พอมาตอนหลังลูกค้มากขึ้นก็จ้างคนเข้ามาช่วยทำ เพราะลำพังทำกันเองภายในครอบครัวคงผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการของลูกค้าแน่นอน ช่วงที่ขายดีถึงขนาดฝ้ายขาดตลาด เพราะเกษตรกรปลูกกันน้อยลง แม้ว่าอำเภอเชียงคานถือว่ามีพื้นที่ปลูกฝ้ายมากกว่าพื้นที่อื่นก็ตาม
แต่ถ้าหากฝ้ายขาดแคลนก็ต้องสั่งซื้อจากฝั่งลาวเพื่อมาผลิตสินค้าขาย นอกจากนี้ ร้านนิยมไทย ยังมีเบาะนั่งที่ทำจากฝ้าย หมอนข้าง และหมอนหนุน ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีเช่นกัน
       ส่วนอีกสถานที่หนึ่งที่ผมมีโอกาสมาเยือนช่วงที่มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อำเภอเชียงคานก็คือ สวนแบบผสมผสานตามแบบฉบับของ "ลุงเยื้อน" หรือ "เยื้อน อินทะผิว" ตั้งอยู่หมู่ 9 ตำบลหมู่ฮม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นสวนผสมผสานที่ "ลุงเยื้อน" เดินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากการทำสวนมะม่วงและมะขาม จากนั้นจึงเริ่มหันมาทำสวนแบบผสมผสานปลูกพืชหลายสิบชนิด เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านราคาผลผลิต และสร้างงานสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
           "ลุงเยื้อน" บอกว่า พื้นที่สวนประมาณ 6 ไร่ ก็ปลูกมะม่วง, แก้วมังกร, มะกอกน้ำ, กล้วย, มะยงชิด ฯลฯ ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะสลับกันให้ผลผลิตในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจำหน่ายต้นกล้าพืชชนิดต่างๆ ซึ่งการเพาะพันธุ์พืชจำหน่ายเกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง
ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพไปเพาะปลูก ส่วนการดูแลสวนจะใช้วิธีทางชีวภาพเป็นส่วนใหญ่ เพื่อรักษาสุขภาพตนเองและความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยการดูแลบำรุงรักษาพืชนอกจากใช้ปุ๋ยชีวภาพแล้ว จะไล่แมลงด้วยน้ำส้มควันไม้และน้ำหมักชีวภาพ
ซึ่งสามารถผลิตขึ้นใช้เองได้
               "ลุงเยื้อน" บอกด้วยว่า การทำสวนไม่เพียงแต่สร้างรายได้ที่เพียงพอให้กับครอบครัวเท่านั้น ยังสร้างความสุขจากการได้อยู่กับธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ต้นไม้น้อยใหญ่ สัตว์ป่าที่เข้ามาอาศัยต้นไม้เป็นที่พักอาศัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถซื้อหาได้เหมือนสินค้าทั่วไป
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หากสนใจทำการเกษตร ผมคิดว่ามาที่สวนผสมผสานของ "ลุงเยื้อน" คงไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากต้องการผ้าฝ้ายห่มนวมโบราณ เพื่อเป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่กัน คงต้องแวะมาที่ร้านนิยมไทย อำเภอเชียงคาน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน แถม "เชียงคาน" ยังมีพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง มีที่พัก ร้านอาหารและบริการล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนไม่ควรพลาดที่จะซื้อเป็นของฝาก และยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้นักเดินทางได้สัมผัสอีกมากมายด้วย...และขอทิ้งท้ายคำเก๋ๆ ที่ฮิตติดปาก และจากป้ายน่ารัก ไอเดียดีๆ มากมายที่ "เชียงคาน"... "อ้าว! เลย"..."ระวังคาน"..."รักแล้วรักเลย" ...เว๊ยเฮ๊ย...!!!
                     นวย เมืองธน
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น