วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โครงการน้ำดีหรือไม่ คนสระบุรีรู้ดีกว่าใคร

             "ะลอนตามอำเภอใจ"-จังหวัดสระบุรี ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่สำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดสระบุรีได้จัดการประชุมและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกรณีโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ภายใต้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท
            ซึ่งจังหวัดสระบุรีก็อยู่ในโครงการ โมดูล A5 แผนการออกแบบการจัดทำทางน้ำหลาก หรือฟลัดเวย์ (Floodway) ทางผันน้ำ (Flood diversion 5 channel) ขนาดไม่น้อยกว่า 1,500 ลบ.ม/วินาที รวมทั้งการจัดทำทางหลวงระดับประเทศไปพร้อมๆ กัน ภายใต้งบประมาณ 153,000 ล้านบาท
     โดยมีชาวบ้านจาก 13 อำเภอของ จ.สระบุรี คือ อ.เมืองสระบุรี, แก่งคอย, เฉลิมพระเกียรติ, ดอนพุด, บ้านหมอ, พระพุทธบาท, มวกเหล็ก, วังม่วง, วิหารแดง, เสาไห้,
หนองแค, หนองแซง, และหนองโดน กว่า 1,500 คน เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการดังกล่าว และมีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย เพื่อมารับฟังความคิดเห็นและเก็บข้อมูลจากชาวบ้าน ที่วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี ถ.เลี่ยงเมืองสระบุรี-ลพบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.56 ที่ผ่านมา
      แน่นอนครับว่าผมหยิบยกการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการดังกล่าวมาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา
"ตะลอนตามอำเภอใจ" ภายในงานวันนั้นด้วย โดยบรรยากาศภายในงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยงเป็นไปอย่างคึกคัก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอส.ฝ่ายปกครอง เกือบ 100 นาย มาคอยรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณงานด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการนี้ โดยมีวิทยากรคอยอธิบายถึงที่มาที่ไปของโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าใจ ส่วนอาหาร และน้ำต่างๆ ก็มีแจกให้ชาวบ้านที่มาในงานได้กินกันถ้วนหน้า
    
            "สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ ว่า ความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย หรือน้ำท่วมในห้วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากจะสร้างความเสียหายในด้านทรัพย์สิน, เงิน, ทอง บ้านเรือนต่างๆ ของประชาชนและทางราชการแล้ว ชาวบ้านยังต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปอยู่ในที่ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงมีความปรารถนาดีที่อยากให้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมที่เรื้อรังมาเป็นเวลานับ 100 ปี หมดสิ้นไป
ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำไปประกอบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้หมดไปจากประเทศไทย และในส่วนของ จ.สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่กลางน้ำ ต้นน้ำ คือภาคเหนือ นับจาก จ.นครสวรรค์ขึ้นไป  ส่วนจ.สระบุรี ถือเป็นพื้นที่กลางน้ำ ที่รับอิทธิพลจากน้ำรอบทิศทาง แม้จะมีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แต่ จ.สระบุรียังมีภูเขาและร่องน้ำที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการระบายน้ำอยู่ 


         "ทั้งต้องรับน้ำฝนที่หลั่งไหลลงสู่ผืนดิน และน้ำที่ไหลจากที่สูง ภูเขาลงสู่ที่ราบ เรามีอุปสรรคขัดขวางต่อการไหลของน้ำจำนวนมาก ยกตัวอย่าง ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ ที่อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง แต่เป็นทางผันน้ำ เรามีหมู่บ้านจัดสรร และหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ที่ต้องถมดิน ทำให้จากที่ลุ่มกลายเป็นที่สูง ก็เป็นอุปสรรคขัดขวางทางน้ำ เรามีคลองชลประทาน เช่น คลองระพีพัฒน์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำการเกษตรมาอย่างยาวนาน คลองนั้นตื้นเขิน 
ยังขาดระบบที่จะระบายน้ำจากพื้นที่คลองขวางอยู่" นายสุทธิพงษ์ กล่าว
   "ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี" กล่าวด้วยว่า ประชาชนที่มารับฟังความคิดเห็นในวันนี้ คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญจะได้ช่วยกันแนะนำผู้ที่มารับฟัง และคณะเจ้าหน้าที่ให้รับรู้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลที่มีความปรารถนาดี ที่ต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องยากและเรื้อรังมานานนั้นให้สำเร็จลุล่วง

เพื่อชาวสระบุรีและคนไทยทั้งชาติจะได้หลุดพ้นจากปัญหาน้ำท่วม และผลสำเร็จของการประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการนี้ ก็คือความสุขของพวกเรา ความสุขของลูกหลานที่อยู่ใน จ.สระบุรี ที่จะเติบโตในอนาคต
    ส่วนบรรยากาศภายในที่ประชุม ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะชาวบ้านรายหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ระบุว่า เวทีแห่งนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิด
เห็นอย่างแท้จริง แถมการบริหารจัดการน้ำนั้นส่อไปในทางทุจริต ไม่มีความชัดเจนในโครงการ เป็นการใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ควรมีโครงการจัดการบริหารจัดการน้ำ ควรให้น้ำไหลเป็นไปตามธรรมชาติเหมือนเช่นในอดีต พื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยจะไม่เป็นวงกว้างเหมือน เช่น ปัจจุบันในการปรับปรุงคลองไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อการเกษตร แต่กลับนำน้ำไปใช้ในทางอุตสาหกรรม อีกทั้งในหลายพื้นที่ของ จ.สระบุรี

ประสบปัญหาน้ำในคลองเน่าเสีย โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ
      สำหรับบรรยากาศการประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นในช่วงบ่าย ได้มีการแบ่งชาวบ้านเข้าประชุมกลุ่มย่อย "สมบัติ แก้ววิสูตร" กำนัน ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคนม ผู้ที่มาร่วมประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็น บอกว่า เห็นด้วยกับโครงการของรัฐบาลที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องของน้ำ ซึ่ง อ.มวกเหล็ก ส่วนหนึ่งประสบปัญหาน้ำคลองไหลหลากและท่วม
ซึ่งมีบางพื้นที่จะขาดน้ำเป็นบางช่วง และในส่วนของ ต.หนองย่างเสือ มีน้ำอยู่บนเขา ถ้าสามารถสร้างอ่างเก็บน้ำได้ เกษตรกร ต.หนองย่างเสือ จะได้ใช้น้ำฟรี โดยส่วนตัวเห็นดีด้วยอย่างมากสำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล
     "สมคิด สมศักดิ์" ชาวบ้าน อ.หนองแค จ.สระบุรี กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดังกล่าว ประชาชนยังรับรู้ไม่ทั่วถึง ซึ่งผู้นำชุมนุมบอกให้มาประชุมเรื่องน้ำ พอมาประชุมก็ได้รับเอกสารแจก ซึ่งเราไม่มีเวลาศึกษา
ถ้าจะตัดสินใจว่าโครงการดีหรือไม่ดี เราไม่สามารถตัดสินใจได้ เนื่องจากไม่รู้ว่าโครงการนี้จะไปอย่างไร มีผลกระทบกับเรามากน้อยแค่ไหน เพราะเราไม่รู้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีกระทบเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมมาก และท่วมซ้ำซาก ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย การครองชีพก็ลำบาก
    "ย้อม วรรณประเสริฐ" ชาวบ้าน ต.หนองนาก อ.หนองแค จ.สระบุรี อาชีพค้าขาย บอกว่า อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาขาดน้ำในฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาของชาวบ้านอย่างแท้จริง อยากฝากให้ผู้เกี่ยวข้องลง
มาดูพื้นที่ และตรวจสอบความเป็นจริงว่าพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร เช่น ฤดูน้ำหลากเป็นอย่างไร ตรงไหนน้ำไหลไม่ทันบ้าง ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นมาเรื่องน้ำก็ดี ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง สิ่งไหนช่วยได้ก็จะให้ความร่วมมือ
    "แดงต้อย อรุณรัศมี" ชาวบ้าน ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี อาชีพค้าขาย บอกว่า ตนเองเห็นด้วยกับโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดังกล่าว เพราะบ้านเมืองจะได้เจริญขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด ทำให้ให้ได้รับความเดือดร้อน
ถ้ามีโครงการนี้เกิดขึ้นคงจะดีกว่าเก่า ส่วนการมาประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ ภูมิใจที่ประชาชนชาว จ.สระบุรีพร้อมใจกันมามากมาย ซึ่งตนเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา เพราะชาวบ้านจะได้อยู่เย็นเป็นสุข
   "ผศ.ชัชวาล กีรติวรสกุล" อาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งในคณะอาจารย์ที่มารับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน บอกว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นเหมือนโอกาสที่ให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นออกมา ซึ่งบางประเด็นในส่วนของประชาชนอาจ
เบี่ยงเบนไปบ้าง เช่น ถามเรื่องน้ำแต่ไปเรื่องอื่นก็มี ซึ่งมาในฐานะผู้รับฟัง และโดยขั้นตอนของการรับฟังก็คือ เราให้ชาวบ้านมาลงทะเบียน และทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น โดยหลังจากนี้จะมีการสรุปภาพของจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นให้กับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ว่าเราทำขั้นตอนถึงแค่ไหน และสรุปสาระสำคัญที่ชาวบ้านแสดงความคิดเห็นส่งให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และกบอ.
   ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับโครงการดังกล่าว แน่นอนครับว่าต้องมี
ทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยช่วงระหว่างที่มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว
           กลุ่มต่อต้านโครงการฯ ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน ได้มีการชูป้ายคัดค้าน เป่านกหวีด โบกธงชาติไทย แจกแถลงการณ์คัดค้านบริเวณหน้างาน โดย "ทิสาปราโมกข์ ปรึกษากิ่ง" ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำป่าสักสระบุรี และ "ศิวพร บุตรกนิษฐ์" เลขาธิการกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำป่าสัก เป็นตัวแทนยื่นหนังสือคัดค้านกับ "ไชยวัฒน์ ดุสิตพานิช" ผู้อำนวยการ สบอช.  
      สุดท้ายจริงๆ สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการน้ำที่ จ.สระบุรีในวันนั้น ผมก็ยังนั่งคิดอยู่ว่าจะมีเหตุความวุ่นวายรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนโครงการดังกล่าว จะดีหรือไม่อย่างไร ผมของดออกความคิดเห็น เพราะชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ เท่านั้นที่รู้ดีมากกว่าใคร...!!!
           นวย เมืองธน
***************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น