วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เสน่ห์ประตูชัยลาว สักการะพระธาตุหลวง

             "ะลอนตามอำเภอใจ"-ธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาที่สวยงาม รวมถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ วิถีชีวิตความสงบที่เรียบง่าย ถือเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศลาว และเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่น่าท่องเที่ยวอย่างมาก
                 โดยเฉพาะที่ "เวียงจันทน์" ซึ่งถือเมืองหลวงของลาว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงข้ามกับ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ของประเทศไทย ที่สำคัญ "เวียงจันทน์" ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเงียบสงบ ชาวเมืองทั่วไปดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย แตกต่างจากเมืองหลวงอื่นๆ หลายประเทศในแถบเอเชีย
                   ปัจจุบันการเดินทางมาท่องเที่ยว "เวียงจันทน์" สะดวกสบายมาก เพียงข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จากชายแดนหนองคายข้ามลำน้ำโขงไป 1,240 เมตร และเดินทางต่ออีกประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึง "เวียงจันทน์" แล้ว หลังจากนั้นก็สามารถเลือกใช้บริการรถจัมโบ้ หรือสามล้อเครื่องเที่ยวรอบตัวเมืองได้ตามสะดวก
                  และเมื่อมาเยือน "เวียงจันทน์" สถานที่แห่งแรกที่ไม่ควรพลาดไปแวะชม "พระธาตุหลวง" หรือ "พระเจดีย์โลกะจุฬามณี" อีกชื่อชาวลาวเรียก "พระธาตุทอง" ถือเป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์รวมใจของคนลาวทั้งชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ อีกทั้งยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาวอีกด้วย
       ช่วงที่ผมมีโอกาสแวะเวียนมาที่ "เวียงจันทน์" ก็ได้มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่
"พระธาตุหลวง" หรือ "พระธาตุทอง" แห่งนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ประจำชาติลาว ที่แทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาว จึงมีความหมายต่อจิตใจชาวลาวอย่างมาก โดยพระธาตุแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และมีรูปทรงที่ไม่เหมือนกับพระธาตุองค์อื่ๆ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร ซึ่งมีตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยพุทธศักราชที่ 236 มีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูป เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย
               และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาได้มีการกราบทูล "พระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์" เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นมา เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ เพื่อให้ชาวลาวได้กราบไหว้
โดยพระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอ่งคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง 10 เมตร หนา 4 เมตร และสูง 9 เมตร เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม
           ต่อมา "สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช" ได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่ "เวียงจันทน์" ตามดำริของ "พระเจ้าโพธิสาร" พระราชบิดา จากนั้นทรงมีพระบัญชาให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอม โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2109 และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้ง 4 ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 แห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือ 
และวัดพระธาตุหลวงใต้
ปัจจุบัน "พระธาตุหลวง" มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ เพราะมีการสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมรอบองค์พระธาตุไว้ พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆ เอาไว้โดยตลอด สำหรับประตูทางเข้านั้น เป็นประตูไม้บานใหญ่ ลงรักสีแดงไว้ทั้งหมด นอกจากนี้ รอบๆ องค์พระธาตุใหญ่ยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบอยู่โดยรอบอีกหลายองค์ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์หนึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาแห่งนี้ปรากฏอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะสลักพญานาค

พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ และถัดจากประตูทางเข้าใหญ่ประมาณ 100 เมตร จะแลเห็นพระบรมรูป "สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช" ตั้งอยู่บนฐานสูง พระหัตถ์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่าสืบต่อกันว่าพระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้อง "พระธาตุหลวง" ซึ่งได้ถือว่าเป็นศูนย์รวม

จิตใจของประชาชนชาวลาวทุกคน
  ถัดมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบนถนนล้านช้าง ถือเป็นที่ตั้งของ "ประตูชัย" หรือรันเวย์แนวตั้ง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งใน "เวียงจันทน์" ที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครับ "ประตูชัย" แห่งนี้ สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนเหตุที่ "ประตูชัย" ถูกเรียกชื่อว่า "รันเวย์แนวตั้ง" เพราะการก่อสร้าง "ประตูชัย" ในอดีตใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมา

สร้างสนามบินใหม่ใน "เวียงจันทน์" ช่วงระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้าง เพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน
ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะแบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย นอกจากนี้ ยังมีทางขึ้นบันไดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของ "เวียงจันทน์" บนยอดของ
"ประตูชัย" อีกด้วย ซึ่งในแต่ชั้นๆ จะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกด้วย
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จุดประสงค์ของการสร้าง "ประตูชัย" ขึ้นมานั้น ยังมีเรื่องเล่าว่า เพื่อเป็นที่ระลึกแสดงถึงความกตัญญูกตเวทิตา และเชิดชูบูชาดวงวิญญาณวีรบุรุษ วีรชนของชาติทุกยุคทุกสมัยไว้เป็นแบบอย่างอันสูงส่ง แต่ดวงวิญญาณเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น จึงได้สมมติเอาเปลวไฟที่ใสส่องขาวสะอาด คือ ตัวแทนของดวงวิญญาณให้เห็นประจักษ์ตา เป็นรูปธรรม เวลาประกอบ พิธีเคารพ บูชาตอบแทนบุญคุณ ให้เหมือนกับว่าดวงวิญญาณปรากฏอยู่ต่อหน้าอีกด้วย...!!!
                                                          นวย เมืองธน
********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น