วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แหล่งเที่ยวหอพระแก้ว เล่าขานตำนานเมืองลาว

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือสปป.ลาว ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองในคริสตศตวรรษที่ 18 ฝรั่งเศสได้ดำเนินนโยบายล่าเมืองขึ้น โดยเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในแหลมอินโดจีนตั้งแต่ปี พ.ศ.2401 และได้เข้ามายึดครองลาวไว้ได้ เมื่อปี พ.ศ.2436 ในระหว่างที่ปกครองลาวอยู่นั้น ฝรั่งเศสไม่ได้สร้างความเจริญที่เป็นแก่นสารให้แก่ลาวเลย มีแต่กอบโกยทรัพยากรของลาวออกไป
               ต่อมาในสงครามมหาเอเซียบูรพา ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองประเทศลาว และประกาศยกเลิกการปกครองของฝรั่งเศส ญี่ปุ่นได้ให้ลาวปกครองตนเอง โดยมี "เจ้าเพชรรัตน์" เป็นนายกรัฐมนตรี พอหลังจากญี่ปุ่นแพ้ในสงครามมหาเอเซียบูรพาแล้ว ฝรั่งเศสก็ได้กลับมาปกครองลาวอีกในปี พ.ศ.2488  ซึ่งการกลับมาของฝรั่งเศสสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนลาวเป็นอย่างมาก จึงได้มีการต่อต้านฝรั่งเศส และร่วมมือกับเวียดนามในการกอบกู้อิสรภาพ โดยพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนของเวียดนามได้ให้ความช่วยเหลือในการจัดตั้งพรรคฟื้นฟูชาติลาวขึ้นมา
เพื่อให้ดำเนินนโยบายเช่นเดียวกับตน
        ส่วนประชาชนลาวอีกกลุ่มหนึ่ง ก็ได้จัดตั้งพรรคประชาชนลาว ที่ได้ยึดถือแนวทางของ "มาร์กซ์ เลนิน" ขึ้นมา "เจ้าเพชรรัตน์" เป็นผู้หนึ่งซึ่งไม่ยินยอมให้ฝรั่งเศสกลับเข้ามาอีก แต่ "พระเจ้าศรีสว่างวงศ์" กษัตริย์ลาวได้ทรงผ่อนผันให้ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองลาวอีก จึงทำให้ "เจ้าเพชรรัตน์" ต้องลี้ภัยทางการเมืองเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และต่อมาได้จัดตั้งขบวนการลาวอิสระขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียกร้องให้ลาวพ้นจากอารักขาของฝรั่งเศส และเพื่อให้ลาวซึ่งมีความแตกแยก เนื่องจากมีผู้นำหลายกลุ่ม
มารวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
          ขบวนการลาวอิสระได้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2489 ประกอบด้วย "เจ้าสุวรรณภูมา", "เจ้าสุภานุวงศ์", "ท้าวกระต่ายโดมสะโสฤทธิ์", "ท้าวภูมีหน่อสวัน", "ร้อยเอกอ้วน ราทิกุล" แต่กองกำลังของ "เจ้าสุภานุวงศ์" ซึ่งได้รับการฝึกฝน และได้รับการสนับสนุนด้านเสบียงอาหารและอาวุธยุทธภัณฑ์จากเวียดนามยังคงปฏิบัติการแบบกองโจรต่อฝรั่งเศสในภาคตะวันออกของลาว ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเวียดนาม
ในห้วงเวลานั้นฝ่ายฝรั่งเศสได้แต่งตั้ง "เจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์" เป็นนายกรัฐมนตรี
   ผมหยิบยกเรื่องราวต่างๆ ของ สปป.ลาว ในอดีตมาเขียนถึงเกริ่นนำเสียยาวยาวเหยียด เพราะยังคงมีเรื่องราวดีๆ มาเขียนถึงในช่วงที่ผมได้มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว และก็มีโอกาสได้มาแวะชม "หอพระแก้ว" หรือ "หอพิพิธภัณฑ์" ซึ่งเป็นที่เก็บพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างที่มีพุทธลักษณ์งดงามหลายองค์ กับโบราณวัตถุล้ำค่าอีกจำนวนมาก ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเสดถาทิลาด
ติดบริเวณหอคำ ทำเนียบประธานประเทศ เยื้องกันอีกฝั่งหนึ่งของถนนเป็นวัดสีสะเกด
แต่เดิม "หอพระแก้ว" อดีตเคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว "พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช" มีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากนครเชียงใหม่ อาณาจักรล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้าง หลังจากที่พระราชบิดาคือ "พระเจ้าโพธิสาร" สิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม เมื่อปี พ.ศ.2322 นครเวียงจันทน์
ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกตพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันทน์ไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯมากมาย
สำหรับ "หอพระแก้ว" ที่นักท่องเที่ยวเห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดช่วงปี พ.ศ.2480-2483 ภายใต้การควบคุมดูแลการก่อสร้างของ "เจ้าสุวรรณภูมา" ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
และต่อมายังได้ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" หลังจากได้รับเอกราชอีกด้วย แม้ "หอพระแก้ว" ปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาติอื่นๆ จากทั่วโลก รวมถึงชาวลาวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ ก็ยังเดินทางมาสักการบูชากันเป็นจำนวนมาก โดยภายในของ "พิพิธภัณฑ์หอแก้ว" นั้นได้จัดแสดงพระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฎกภาษาขอม และกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว
สำหรับประตูใหญ่ทั้งสองเป็นของเก่าที่หลงเหลือมาแต่เดิม

 เป็นบานประตูจำหลักเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบของหอพระแก้วเงียบสงบ ร่มเย็น มีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหินในแขวงเชียงขวางวางตั้งอยู่ และในอดีตอาณาบริเวณรอบๆ "หอพระแก้ว" ก็เคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศสสมัยล่าอาณานิคมมาก่อน
   
          ต่อมาในปี พ.ศ.2536 ได้มีการบูรณะ "หอพระแก้ว" แบบซ่อมเล็กอีกครั้ง โดยทางการลาวยุคใหม่ จนมีสภาพที่เห็นอยู่ปัจจุบัน หลังจาก "หอพระแก้ว" ได้ตกอยู่ในสภาพที่ขาดการเอาใจใส่เป็นเวลาหลายสิบปี เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองภายใน และประเทศเข้าสู่ภาวะสงคราม
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับการเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวนั้น สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรรู้ก็คงจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี
ซึ่งนักท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อประพฤติและปฏิบัติตนตลอดเวลาที่อยู่อาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศลาว ซึ่งสิ่งต่างๆ มักแอบแฝงเกี่ยวพันไปกับเรื่องที่ไม่ควรประพฤติและปฏิบัติ ส่วนใหญ่แล้วชาวลาวมักมีความเชื่อและนับถือสิ่งต่างๆ เหมือนพวกเราคนไทย ทั้งการประพฤติ การปฏิบัติตนให้มีความเหมาะสม รวมถึงการนับถือพระพุทธศาสนาของชาวลาวอีกด้วย...!!!
นวย เมืองธน
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น