วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วัดสีเมืองลาว ตำนานฝังคน


              "ะลอนตามอำเภอใจ"-ลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับจีน ทางทิศเหนือ ติดต่อกับพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดต่อกับเวียดนามทางทิศตะวันออก ติดต่อกับกัมพูชาทางทิศใต้ และติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก กั้นด้วยแม่น้ำโขงเป็นบางช่วง
               สปป.ลาว เป็นประเทศหนึ่งที่สืบเชื้อสายบรรพบุรุษเดียวกับชาวไทย แต่ลาวประกอบด้วยชมกลุ่มน้อยมากมายหลายเผ่า ซึ่งลาวแท้ๆ จากข้อมูลหลักฐานต่างๆ พบว่ามีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมน้ำแม่โขง บนที่ราบ ส่วนชาวเขานิยมอยู่บนเทือกเขา ขณะที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 4  พันถึง 5 พันปีก่อน
      กลุ่มชนที่พูดภาษาไตได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศลาว และที่ราบสูงในภาคอีสาน รวมถึงพวกไท-กะได, ม้ง-เมี่ยน ที่เป็นบรรพบุรุษ
ของชาวลาวลุ่ม และพวกม้ง-เย้า ที่อพยพจากตอนใต้ของประเทศจีน จริงๆ แล้วตามประวัติศาสตร์โบราณความเป็นมาในอดีตของ สปป.ลาวมีอีกหลายเรื่อง ค่อนข้างยาวและซับซ้อนมากโขทีเดียว
      หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ช่วงที่ลาวใช้นโยบายคอมมิวนิสต์ปกครองอย่างเข้มงวด ควบคุมพุทธศาสนา ตัดสัมพันธ์กับประเทศไทย ปราบปรามชนกลุ่มน้อย ราษฎรหลายหมื่นคนถูกจับ ส่งผลให้ปัญญาชนและชนชั้นกลางจำนวนมากหลบหนีออกนอกประเทศ เจ้าสว่างวัฒนาและพระญาติวงศ์สิ้นพระชนม์
อยู่ในค่ายกักกัน ชาวบ้านยากจนลง
           ปี พ.ศ.2535 "ไกสอน พรหมวิหาร" ประธานประเทศผู้เชื่อมั่นในระบอบคอมมิวนิสต์ถึงแก่อสัญกรรม "หนูฮัก พูมสะหวัน" ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน การจำกัดเสรีภาพค่อยๆ ถูกยกเลิกไป ชาวลาวที่อพยพไปอยู่ต่างประเทศได้รับการเชื้อเชิญให้กลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน ลาวเริ่มเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศไทย ปี พ.ศ.2537 มีพิธีเปิด "สะพานมิตรภาพ" ข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมลาวไทยเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ไทยมีอิทธิพลต่อลาวมากขึ้น ทั้งใน
ด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ และการที่ประธาน "หนูฮัก พูมสะหวัน" เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การปฏิรูปเหล่านี้ทำให้ลาวได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี พ.ศ.2540 และปี พ.ศ.2548 ลาวครบรอบ 30 ปีการสถาปนาประเทศใหม่เป็น สปป.ลาว และในปีเดียวกันนี้เองสะพานมิตรภาพไทย-ลาวก็ได้เปิดใช้อีกเป็นแห่งที่สองที่ จ.เลย อีกด้วย              ผมหยิบยกเรื่องราวของ สปป.ลาวมาเขียนถึง แน่นอนครับว่าเพราะผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่นครหลวงเวียงจันทน์ 
เมืองหลวงของ สปป.ลาว และมีโอกาสได้ชมสถานที่สำคัญๆ หลายแห่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมกัน และ "วัดสีเมือง" ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางทิศตะวันออกของสถานทูตฝรั่งเศส ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ก็เป็นวัดหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสมาทำบุญ ไหว้พระขอพรที่วัดแห่งนี้ครับ แต่ไม่ได้บนบานอะไรน่ะ เพราะกลัวถ้าสมหวังแล้วจะลำบากในการเดินทางกลับมาแก้บนครับภายใน "วัดสีเมือง" นอกจากเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์แล้ว ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อตอนที่สร้างเสาหลักเมือง ต้องหาคนอุทิศชีวิต
ลงหลุมฝังเสาหลักเมือง แต่ถ้าไม่มีใครอุทิศ เจ้าอาวาสจะต้องอุทิศชีวิตเอง ซึ่งมีการเล่าสืบต่อกันมาว่า ขณะนั้นได้มี "นางสีเมือง" ซึ่งท้องได้ 3 เดือน ได้ยอมอุทิศตนกระโดดลงไปอยู่ก้นหลุมเสาหลัก พร้อมกับม้าอีกหนึ่งตัว ขณะเดียวกันสามี "นางสีเมือง" ซึ่งเป็นทหารก็เสียชีวิตในสนามรบตอนนั้นเช่นกัน
  "วัดสีเมือง" นอกจากเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของลาวมานานแล้ว ปัจจุบันประชาชนลาวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยก็นิยมเดินทางมาทำบุญสักการะบูชาที่ "วัดสีเมือง" 
แห่งนี้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน                      "วัดสีเมือง" สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2106 หรือค.ศ.1563 โดยเหล่าเสนาอำมาตย์ของพระเจ้าไชยเชษฐาธราชได้ลงความเห็นให้สร้างวัดสีเมือง ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาถูกกองทัพสยามทำลายลงในปี พ.ศ.2371 หรือค.ศ.1828 และสร้างวัดสีเมืองขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2458 หรือค.ศ.1915
ซึ่งภายใน "วัดสีเมือง" มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ พระพุทธรูปองค์นี้ได้ชำรุดไปบางส่วน ซึ่งชาวลาวเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก
               ส่วนบริเวณด้านหน้าตรงข้ามประตูทางเข้า "วัดสีเมือง" จะมีร้านจำหน่ายดอกไม้ ธูป เทียน และร้านจำหน่ายผลไม้ให้บริการทางด้านตะวันออกของ "วัดสีเมือง" มีสวนสาธารณะเล็กๆ มีพระบรมรูปของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ตั้งอยู่บนแท่นสูงกลางสวนสาธารณะ พระหัตถ์ทรงถือสมุดใบลานที่จารึกประมวลกฎหมายฉบับแรกของลาวไว้ พระบรมรูปเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์นี้ เป็นของขวัญที่ทางสหภาพโซเวียต หรือรัฐเซียมอบให้ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลังจากนั้นแผ่นป้ายโลหะจารึกพระนาม
ถูกฝ่ายคอมมิวนิสต์รื้อทิ้งออกไป ภายหลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ประสบชัยชนะในปี พ.ศ.2518 หรือค.ศ.1975 ที่สำคัญ ชาวลาว และนักท่องเที่ยวที่มาที่ "วัดสีเมือง" แห่งนี้ ส่วนใหญ่จะมานมัสการ "เจ้าแม่หลักเมือง" หรือ "เจ้าแม่สีเมือง" เพื่อสักการะบูชา กราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล และก็มักจะเสี่ยงทายดวงชะตา ซึ่งมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า หากขออะไรจะสมหวังดังปรารถนา ยกเว้นการขอเรื่องความรักคู่ครองเท่านั้น
  ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หากได้มาเยือนประเทศลาว การนมัสการ "เจ้าแม่สีเมือง" ที่ "วัดสีเมือง" ที่ชาวลาวนิยมเคารพสักการะ และนับว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในนครเวียงจันทน์ แถมเป็นพุทธสถานเก่าแก่โบราณครั้งหนึ่งในอดีต และเคยเป็นที่ประดิษฐานของ "พระแก้วมรกต" ปัจจุบันได้สร้างองค์จำลองไว้ให้สักการะแทน ซึ่งสวยงามมาก ที่สำคัญการได้ทำบุญ ไหว้พระอย่างน้อยก็ทำให้ใจเราสงบและอิ่มบุญอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว...!!!
นวย เมืองธน
***************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น