วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คุณตารักษ์โลก ดอกไม้สร้างโลกสวย


               "ะลอนตามอำเภอใจ"-หากใครมีโอกาสแวะเวียนมาที่ "เมืองสองแคว" หรือจังหวัดพิษณุโลก สิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธจะต้องมาทำบุญ กราบไหว้ ขอพรกัน คงจะหนีไม่พ้นการได้มาสักการะ "พระพุทธชินราช" หรือ "หลวงพ่อใหญ่"
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปสวยงามที่สุดในประเทศไทย ซึ่งประดิษฐานในวิหารภายใน "วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร" หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า "วัดใหญ่" หรือ "วัดพระศรี" ถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ.1900
                 "วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร" นอกจากเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก และเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองพิษณุโลก และชาวไทยทั้งประเทศแล้ว "วัดพระศรี" แห่งนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาสักการะและเยี่ยมชมความงดงามของ "พระพุทธชินราช" และบานประตูประดับมุกที่ทางเข้าพระวิหารด้านหน้า
                    สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2299 เป็นฝีมือช่างหลวงสมัยอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมโกศ ตรงกลางประตูมีสันอกเลาประดับลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ สองข้างเป็นลายกนกก้านแย่ง ช่วงกลางอกเลามีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เรียกว่า "นมอกเลา" และภายใน "วัดพระศรี" ยังมี "พระเหลือ" และอื่นๆ อีก ฯลฯ
                   ผมหยิบยกเรื่องราวของ "วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมาสักการะ "พระพุทธชินราช" ช่วงที่มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่จังหวัดพิษณุโลก และห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 20 กิโลเมตร ก็คือ "อำเภอวังทอง" ที่ผมมีโอกาสมาเยือน นอกจากเป็นอำเภอที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขา และมีเทือกเขาติดต่อกับพื้นที่เขาด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

จนถึงเขตอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว ยังมีสถานที่สำคัญๆ อาทิ โครงการปิดทองหลังพระ ที่บ้านหนองพระ และบ้านเจริญผล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อีกด้วยครับ
    แต่หากใครเดินทางผ่าน หรือแวะเวียนมาที่ถนนสายวัดดงแตง-ท่าหมื่นราม หมู่ 3 ตำหนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นถนนสายเข้าหมู่บ้าน ยาวกว่า 500 เมตร คงจะสะดุดตากับความงดงามของถนนสายนี้ เพราะสองข้างทางของถนนสายนี้ดาดาษไปด้วยพันธุ์ดอกไม้บุปผาชาตินานาชนิด จนอดใจไม่ได้
ที่จะต้องชะลอรถและชื่นชมกับธรรมชาติของดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่คนปลูกบรรจงแต่งแต้มสีสันปลูกไว้อย่างเป็นธรรมชาติและสวยงาม และก็อดคิดไม่ได้ว่าใครหนอเป็นคนแต่งแต้มสีสันเหล่านี้ เมื่อมองไปแล้วทำให้โลกใบนี้ที่กำลังบิดเบี้ยวน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย พอได้มองสวนดอกไม้สองข้างทางของถนนสายนี้ ทำให้ดูอบอุ่น มีความสุขเล็กๆ เสมือนหนึ่งว่าแม้คู่รักของเราจะไม่ได้มาด้วย แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอนั้นก็อยู่ไม่ห่างเราเลยแม้แต่น้อย
          ผมโชคดีที่มีโอกาสได้พบ
เจอคนที่ปลูกดอกไม้สวยๆ เหล่านี้ ที่บ้านเลขที่ 447 หมู่ 3 บ้านหนองพระ ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของ "บุญเพ็ญ สุขเกษม" หรือ "คุณตาบุญเพ็ญ" อายุ 86 ปี ซึ่งเป็นคุณพ่อของเพื่อนผมคนหนึ่ง "วงศวรรษ สุขเกษม" หรือ "เจ๊แอน" ช่วงที่ทีมงานและคณะสื่อมวลชนมาทำข่าวกันที่ "อำเภอวังทอง" กัน "เจ๊แอน" ก็มีโอกาสแวะเวียนมาเยี่ยมคุณพ่อที่บ้านหลังนี้ แน่นอนครับว่าคณะของเราก็มาด้วย เลยมีโอกาสได้เจอตัวจริง เสียงจริงของ "คุณตาบุญเพ็ญ" หรือที่นักข่าวและสื่อแขนงต่างๆ
ตั้งฉายาคุณตาฯ ว่า "คุณตารักษ์โลก" เพราะผลพวงจากการที่คุณตาฯ บากบั่นมุ่งมั่นในการปลูกดอกไม้สองข้างทางถนน จนดูสวยงามอย่างมาก แน่นอนครับว่า "ตะลอนตามอำเภอใจ" ได้มีโอกาสมาเยือนถึงถิ่น "คุณตารักษ์โลก" ถ้าไม่เก็บข้อมูลเพื่อมา "บอกกล่าวเล่าสิบ" ให้แฟนๆ ตะลอนฯ ได้รู้ถึงคุณงามความดีที่ "คุณตาวัย 86 ปี" ได้สร้างไว้กับชุมชนย่านบ้านหนองพระ และโลกใบนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การปลูกดอกไม้ข้างถนนก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ได้สร้างความสวยงาม เจริญหูเจริญตาต่อผู้พบเห็น แถมยังเป็นการปลูกดอกไม้ ลดโลกร้อนอีกด้วย ที่สำคัญคุณตาฯ ไม่ได้ปลูกแค่ต้นหรือสองต้น ปลูกวันเดียวแล้วเลิก แต่คุณตาฯ ปลูกดอกไม้ชนิดต่างๆ พรึบพรับเต็มสองข้างทาง
และปลูกมาเป็นเวลาหลายปีแล้วด้วย
จนถึงขนาดที่ว่าชาวบ้านหนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รวมถึงญาติๆ ลูกๆ ของ "คุณตาบุญเพ็ญ" ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน และไม่แตกต่างกันมากว่า ทุกวันๆ เช้ามาก็จะเห็นคุณตาฯ มาถอนวัชพืชจำพวกหญ้าต่างๆ ทิ้ง พร้อมทั้งโรยเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ รวมถึงถ้าช่วงไหนฝนไม่ตก อากาศร้อน ก็ต้องเอาน้ำไปรด เพื่อไม่ให้ต้นไม้ต่างๆ ที่ปลูกไว้เหี่ยวเฉาตาย จึงไม่แปลกที่เวลามีคนขับรถผ่านมาย่านถนนสายนี้ คุณตาฯ ก็จะได้รับคำทักทายจากผู้คนที่ผ่านมาเสมอๆ ว่า เหนื่อยมั๊ยคุณตา, ดอกไม้สวยดีค่ะคุณตา บางรายก็มาถ่ายรูปคู่กับดอกไม้หลากสีสัน แถมบางทีก็ขอกล้าดอกไม้คุณตาฯ ไปปลูกก็มี
"คุณตาบุญเพ็ญ" บอกว่า ใครมาขอกล้า
ดอกไม้ไปปลูก ผมส่งเสริมเต็มที่ โดยเฉพาะนำไปปลูกตามพื้นที่ต่างๆ จะได้มีธรรมชาติเยอะๆ เพื่อความสวยงาม ซึ่งการที่ได้ปลูกดอกไม้ ถอนหญ้าต่างๆ ทำแล้วมีความสุข และถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย ที่สำคัญการปลูกดอกไม้จะสดชื่นและอิ่มใจ ก็ตอนที่เราได้เห็นดอกที่ออกอย่างสวยงาม บางชนิดออกสีม่วง บางชนิดก็ออกสีขาว สีเหลือง สลับกันไป สวยงามมาก เมื่อได้เห็นแล้วไม่รู้สึกเบื่อ ผมคิดเสมอว่า "เมื่อเรารักธรรมชาติ ธรรมก็จะรักเรา"
คุณตาฯ เล่าว่า ช่วงปี 2554 
หลังจากภรรยาเสียชีวิต ก็เริ่มปลูกดอกไม้หน้าบ้าน และถนนทางเข้าหน้าปากซอย อาจเป็นเพราะว่าผมคิดถึงภรรยาที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้คลายความโศกเศร้าที่อยู่ภายในใจลึกๆ ขณะเดียวกันก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบดอกไม้อยู่แล้ว ช่วงไหนว่างๆ ก็มาปลูกดอกไม้เพื่อให้ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ และเกิดความสวยงามต่อผู้พบเห็น ซึ่งเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ ระยะหลังๆ มานี้ พอคนทราบข่าวว่าผมชอบปลูกดอกไม้ ก็นำเมล็ดพันธุ์ไม้ต่างๆ มามอบให้ เพื่อไว้ปลูกก็มี
"ตอนเริ่มปลูกระยะแรกๆ ชาวบ้านเห็นปลูกดอกไม้ริมถนนหนทาง บางคนก็แปลกใจน่ะ แต่พอไม้ที่ปลูกไม้ออกดอกสวยงาม ก็สร้างรอยยิ้มให้กับเพื่อนบ้าน และก็มาทักทายผม ยิ้มแย้มอยู่เสมอ บางทีก็มาขอพันธุ์กล้าดอกไม้ต่างๆ ไปปลูกที่บ้าน รวมถึงถนนเส้นอื่นๆ ก็มี" คุณตาบุญเพ็ญ กล่าว
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "คุณตาบุญเพ็ญ" ยังบอกว่า พันธุ์ดอกไม้ที่ปลูกขณะนี้ ก็มีดอกแพงพวยสีชมพู และสีขาว รวมถึงดอกดาวกระจาย, ดอกพุด ดอกชบา และอื่นๆ อีกด้วย
                และหากใครมาที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก แล้วอยากเที่ยวชมดอกไม้ที่คุณตาฯ ปลูกไว้ ก็สามารถแวะเวียนไปเที่ยวชมกันได้ที่บ้านหนองพระ ม.3 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ถนนสายเข้าหมู่บ้านวัดดงแตง-ท่าหมื่นราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมู่บ้าน ก็จะพบแนวดอกไม้ริมสองข้างทาง หรือใครจะเอาเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ มามอบให้คุณตาฯ ไว้ปลูก หรือจะมาช่วยคุณตาฯ ปลูกดอกไม้ เพื่อสร้างถนนสายนี้ให้ดูสวยงาม อบอุ่น เป็นธรรมชาติ คุณตาฯ ก็ยินดีต้อนรับทุกคนครับ...!!!
"หลังจากภรรยาเสียชีวิต ก็เริ่มปลูกดอกไม้หน้าบ้าน และถนนทางเข้าหน้าปากซอย อาจเป็นเพราะว่าผมคิดถึงภรรยาที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ไม่รู้จะทำอย่างไร เพื่อให้คลายความโศกเศร้าที่อยู่ภายในใจลึกๆ ขณะเดียวกันก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบดอกไม้อยู่แล้ว ช่วงไหนว่างๆ ก็มาปลูกดอกไม้เพื่อให้ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ และเกิดความสวยงามต่อผู้พบเห็น"
                                                     นวย เมืองธน
************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น