วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สตูลขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน รุกจุดขายตลาดวังประจันรับเออีซี

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-"ด่านวังประจัน" หมู่ที่ 4  ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ตรงข้าม "ด่านวังเกลียน" รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นด่านชายแดน ด่านหนึ่งในอีกหลายๆด่านทั่วประเทศ ที่เสมือนเป็นประตูบ้าน ที่กำลังเร่งพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ด้านต่างๆกับประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าจะด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ซึ่งจะก่อเกิดเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาอีกมาก ในการที่จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558
            ผมหยิบยกเรื่องราวของ "ด่านวังประจัน" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ดูบทบาทและภารกิจของฝ่ายปกครองในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ชายแดนและการท่องเที่ยวรับประชาคมอาเซียน หรือ AEC ซึ่งที่ "ด่านวังประจัน" แห่งนี้ นอกจากป็นที่ทำการของด่านศุลกากรแล้ว ยังมีตลาดชายแดนวังประจัน ที่เป็นเสมือนแหล่งจับจ่ายซื้อหาสินค้าต่างๆ ของผู้คนทั้งสองแผ่นดินทั้งคนไทย และมาเลเซีย
 เนื่องจากชายแดน ณ จุดนี้ อยู่ในเขตอุอุทยานแห่งชาติทะเลบัน
จ.สตูล โดยมีอาณาเขตเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทย-มาเลเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวหากได้มาจับจ่ายซื้อสินค้าที่ตลาดชายแดนวังประจัน แห่งนี้ ก็เสมือนหนึ่งได้มาเดินตลาดนัดท่ามกลางขุนเขาธรรมชาติ อันสวยงามแล้ว การพัฒนาและจัดระเบียบตลาดชายแดนวังประจัน ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสตูลให้ความสำคัญ
    "เหนือชาย จิระอภิรักษ์" ผู้ว่าฯสตูล  บอกว่า การพัฒนาตลาดชายแดนวังประจัน มีสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการหลายด้าน เพื่อรองรับการ
ขยายตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC โดยด้านการคมนาคมเสนอขอขยายเส้นทางจากอำเภอควนโดน สู่ด่านชายแดนเป็น 4 ช่องจราจร สถานที่ราชการ เช่น ด่านศุลกากรและอื่นๆ ต้องพัฒนาให้ทันสมัย สามารถรองรับการขนส่งและอื่นๆ ย่านธุรกิจ ซึ่งการค้าขาย ต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่มีการรุกล้ำสถานที่ราชการ กีดขวางการจราจร จึงต้องมีการวางระบบผู้ค้า ผู้ขายใหม่ให้เป็นระเบียบสวยงาม โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ที่เคยวางขายกลางถนน ก็ต้องจัดหาสถานที่เหมาะสมให้ขาย


                 "ผู้ว่าฯสตูล"  บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้มีส่วนราชการ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล ได้เข้ามาปลูกสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้าง บริเวณพื้นที่บริการด่านชายแดน แต่ไม่มีการใช้งานตามวัตถุประสงค์ เอกชนได้บุกรุกเข้ายึดครองทำประโยชน์ เลยต้องมีการจัดระบบใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ห้องน้ำ สถานที่ละหมาด ต้องจัดสร้างให้เพียงพอ ขยะต้องมีการจัดเก็บบำบัดอย่างเป็นระบบ รวมทั้งที่จอดรถต้องมีการจัดสร้างให้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
 และเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ทางจังหวัดไดัใช้งบประมาณดำเนินการ 15 ล้านบาท โดยมอบหมายให้มีการศึกษาออกแบบจัดระเบียบพื้นที่การค้าบริเวณ ตลาดนัดชายแดนไทย-มาเลเซียใหม่ ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยและได้มาตรฐาน
    "นายเหนือชาย" บอกด้วยว่า บางกิจกรรมก็ได้เปิดโอกาสให้เอกชนมาบริหารจัดการควบคู่ไปด้วย แต่ต้องไม่ขัดต่อระเบียบของรัฐ จากการศึกษาระเบียบของอุทยานแห่งชาติ พบว่าสามารถอนุญาตให้เอกชนเข้าไปดำเนินการเชิงธุรกิจ เช่น
 ร้านค้า โรงแรมที่พัก ซึ่งมีอายุการเช่ายาวนานถึง 30 ปี และบริเวณด่านวังประจัน มีพื้นที่เขตบริการของอุทยานแห่งชาติทะเลบันจำนวนหนึ่ง สามารถให้เอกชนเช่า เข้าประกอบธุรกิจได้ เชื่อว่าถ้าเกิดธุรกิจประเภทโรงแรมที่พักที่สากลทันสมัยจะมีผู้ใช้บริการมากขึ้น และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว ทั้งขาเข้า ขาออก เดินทางผ่านด่านชายแดนวังประจัน สัดส่วนใกล้เคียงกันมากกว่า 2 หมื่นคนในแต่ละสัปดาห์ โดยจะคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดช่วงเทศกาลของ 2 ประเทศ
 

            "พิศาล อาแว" นายอำเภอควนโดน จ.สตูล บอกว่าจังหวัดสตูล ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จำนวน 49 ไร่ 20 ตารางวา เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2525 เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย ได้ตามที่ขอโดยไม่ต้องเพิกถอนออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อใช้ในการก่อสร้างศูนย์ราชการด่านศุลกากรวังประจัน หมู่ที่ 4 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล สร้างสถานที่ราชการเพื่อเปิดเป็นจุดผ่านแดนไทย-มาเลเซีย ต่อมาได้มีการเปิดด่านศุลกากรวังประจันขึ้น ทำให้เกิดตลาดนัดค้าขายขึ้นทั้งสองฝั่ง โดยสินค้าที่นำไปจำหน่ายที่ตลลาดนัดทางฝั่งไทย จะเป็นสินค้าด้านการเกษตร เช่น ข้าวสาร ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อะลูมิเนียม เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้ายาง เครื่องหนัง และของใช้เบ็ดเตล็ด เป็นต้น 
        ส่วนสินค้าที่จำหน่ายที่ตลาดวังเกลียน ฝั่งมาเลเซีย  " ด่านวังเกลียน" รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย จะเป็นผลไม้ น้ำมันพืช เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งสภาพการค้าบริเวณตลาดนัดชายแดนทั้งสองฝั่ง ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติทะเลบันจำนวนมากขึ้นทุกปี และเมื่อเสร็จภารกิจการท่องเที่ยวก็จะจับจ่ายซื้อสินค้า
               ที่ตลาดนัดฝั่งไทย ซึ่งนับวันยิ่งทวีความกว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นที่รู้จักกันโดยแพร่หลาย พ่อค้า แม่ค้า ก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตลาดฝั่งไทย และฝั่งมาเลเซีย สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสตูลเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ทำการค้ามีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอกับร้านค้า มีการวางขายสินค้าบนถนน ทำให้เกิดความสับสนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะรับรองนักท่องเที่ยว ผู้มาจับจ่ายใช้สอย และสัญจรไปมา ทางจังหวัดสตูลจึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาและรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตที่จะขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้น
      "นายอำเภอควนโดน" บอกอีกว่า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติทะเลบันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีสภาพเป็นภูเขา ป่าไม้ สัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ มีอากาศสดใส บริสุทธิ์ เป็นสภาพธรรมชาติ และเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เมื่อนักท่องเที่ยวเสร็จภารกิจจากการท่องเที่ยว ก็เดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าไปฝากลูกหลาน นับวันยิ่งทวีความกว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นที่รู้จักกันโดยแพร่หลาย พ่อค้าแม่ค้าก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตลาดฝั่งไทย และฝั่งมาเลเซีย สร้างรายได้เป็นจำนวนมาก


           "วนวัฒน์ ทัศนเสถียร" นายด่านศุลกากรผู้อำนวยการสูงด่านศุลกากรวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล บอกว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย นิยมมาซื้อสินค้าที่ทางฝั่งไทย เพราะส่วนใหญ่สินค้าที่ขายในตลาดชายแดนวังประจัน เป็นสินค้าของไทยแทบจะทุกร้านก็ว่าได้ โดยพ่อค้า แม่ค้า ที่เป็นคนไทยนำมาขายเอง ส่วนคุณภาพสินค้าก็ถือว่าดี
ไม่ว่าจะเป็นครก หรือกระทะ เครื่องครัว ที่นอน หมอน มุ้งต่างๆ ถือเป็นสินค้าขายดี ที่ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก และเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
แล้ว จะทำให้มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น การพัฒนาและจัดระเบียบตลาดใหม่ จึงถือเป็นสิ่งดี เพราะทำให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ช่วงที่มาตลาดชายแดนวังประจัน ผมก็มีโอกาสข้ามมาเยี่ยมชมตลาดวังเกลียน ฝั่งมาเลเซีย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ตั้งอยู่ห่างจากตลาดวังประจันเพียง 1 กิโลเมตร ในการผ่านด่านใช้ แค่บัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนบรรยากาศและรูปแบบของตลาดวังเกลียน ไม่แตกแต่งจากฝั่งไทยมาก
เพราะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาเหมือนกัน สินค้าที่ขายดี หลักๆก็จะเป็นพวกสบู่เหลวนมแพะ จักรยาน และเสื้อผ้าต่างๆ...วันลานี้ขอลาไปก่อน คราวหน้ามาติดตามกันว่าผมจะพาไป "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ไหนกันบ้าง...!!!
      "จากสภาพพื้นที่ทำการค้ามีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอกับร้านค้า มีการวางขายสินค้าบนถนน ทำให้เกิดความสับสนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะรับรองนักท่องเที่ยว ผู้มาจับจ่ายใช้สอย และสัญจรไปมา ทางจังหวัดสตูลจึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาและรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตที่จะขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้น"
                                                                       นวย เมืองธน
**************************************




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น