วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ส.ป.ก.พลิกฟื้นดินแล้ง น้ำบาดาลเพื่อเกษตรกร

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ถือเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เข้ามาทำหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินของรัฐและเอกชน เพื่อกระจายสิทธิ์การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกรและผู้ไร้ที่ดินทำกิน โดยได้มีการเชื่อมโยงและให้ความรู้ ขณะเดียวกันต้องมีการพัฒนาไปพร้อมกับการจัดสรรที่ดิน จึงจะทำให้เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินได้รับประโยชน์จากการใช้ที่ดินอย่างเต็มที่
             นอกจากนี้ ส.ป.ก.ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินและปรับปรุงสภาพพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีความเหมาะสมสำหรับการทำเกษตรกรรม นอกจากจะเน้นการให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรแล้ว ยังจำเป็นต้องพัฒนาสาธารณูปโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินที่อาศัยเพียงน้ำฝนอย่างเดียวเท่านั้น หรือที่ดินนอกเขตชลประทานการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน
           ผมหยิบยกบทบาทของ ส.ป.ก.ในการเชื่อมโยงให้ความรู้




การพัฒนาเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน และได้รับประโยชน์จากการใช้ที่ดินอย่างเต็มที่ เพราะมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมการส่งเสริมพัฒนาการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก และการพัฒนาแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยคุณภาพมาตรฐานสากล ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งในเขต ส.ป.ก. ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กับคณะผู้บริหารสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
           "บรรลือศักดิ์ ไกรโชค" ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี 


บอกว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีร่วมกับสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต เขต 8 (ราชบุรี) ได้จัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่เกษตรกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออกในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรีจำนวน 120 ราย รวมพื้นที่ 1,500 ไร่
         จนประสบความสำเร็จ สามารถพลิกฟื้นที่ดินที่เคยแห้งแล้งจากการขาดแคลนน้ำติดอันดับของประเทศ กลายเป็นพื้นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสม
ในการปลูกพืชเชิงเศรษฐกิจ เช่น มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน มะม่วงพันธุ์ทองดำ มะม่วงพันธุ์มันขุนศรี มะม่วงพันธุ์แก้วลืมรัง มะม่วงพันธุ์อาร์ทู ส่งออกไปยังประเทศออสเตรีย มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน เป็นต้น มีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมดประมาณ 400 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 700 ตัน/ปี นอกจากการส่งเสริมการปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออกแล้ว ยังได้ขยายการปลูกพืชเศรษฐกิจอีกหลายประเภท อาทิ ปลูกมะดอกมะลิเพื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นและปากคลองตลาด สามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้สัปดาห์ละ
ประมาณ  3 หมื่นบาท หรือทำรายได้ทั้งปีรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท/ราย  
    "ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี" บอกถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในที่ดินทำกินของเกษตรกรในเขต ส.ป.ก.ว่า ทาง ส.ป.ก.ราชบุรีได้นำระบบประปาบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลสูบขึ้นสู่ถังเหล็กขนาดความจุ 30 ลบ.ม.จากนั้นวางระบบท่อจ่ายน้ำเข้าสู่แปลงของเกษตรกร เพื่อให้การใช้น้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่โครงการตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่การเกษตรเชิงบูรณาการ โดยการพัฒนานำน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ เมื่อระบบต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างชัดเจน เพราะเกษตรกรสามารถปลูกพืช
ชนิดต่างๆ ได้ตลอดทั้งปี  
            "บรรลือศักดิ์" บอกอีกว่า ที่ผ่านมา ส.ป.ก.ราชบุรีได้เข้าไปอบรมเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายให้สามารถผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับระบบตลาดสินค้าที่เกษตรกรรุ่นใหม่ควรทราบ เช่น การมุ่งลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการผลิต มาตรฐานสินค้า การแปรรูป รวมไปถึงการสนับสนุนเกษตรกรรวมกลุ่มผลิตและจำหน่าย เพื่อมุ่งสู่ระบบตลาดนำการผลิตไปจนถึงการเข้าใจระบบตลาดเสรี พร้อมที่จะแข่งขันในประชาคมอา
เซียนที่จะมีขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกด้วย 
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "ชวน ชาวนาฟาง" อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 59/2 หมู่ 6 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ได้รับที่ดินจาก ส.ป.ก.จำนวน 9 ไร่ และปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก บอกว่า การที่ ส.ป.ก.ให้การ
สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลครั้งนี้ นับว่าเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเหมือนเป็นการถูกหวย เพราะแหล่งน้ำมีความสำคัญกับการเพาะปลูกของเราอย่างมาก
        ขณะที่ "สมชัย คำแก้ว" เกษตรกรชาว ต.แก้มอ้น อีกรายที่เข้ามาอาศัยทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน และปลูกดอกมะลิเพื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นและปากคลองตลาด สามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้สัปดาห์ละประมาณ 3 หมื่นบาท บอกว่า ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน เป็นพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนอย่างเดียว ถ้าปีไหนฝนไม่ตกก็ไม่สามารถปลูกพืชทำกินได้
        จากปัญหาดังกล่าวทาง ส.ป.ก.จึงให้การช่วยเหลือโดยจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรขึ้น จนพื้นที่มีน้ำกิน น้ำใช้ ในการเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์...!!!
                         นวย เมืองธน
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น